[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

วิธีการเรียนรู้จุดต่างๆในร่างกายของคุณที่อาจสะสมไขมันส่วนเกินไว้และวิธีกำจัดไขมัน

วิธีการเรียนรู้จุดต่างๆในร่างกายของคุณที่อาจสะสมไขมันส่วนเกินไว้และวิธีกำจัดไขมัน

ไม่ว่าคุณจะอ้วน หรือผอม คุณจำเป็นต้องใส่ใจบริเวรที่มีการสะสมไขมันไว้ เพราะมันคือสัญญาณสุขภาพที่สำคัญ เพื่อให้คุณใช้ชีวิตที่มีสุขภาพดีด้วยภาพลักษณ์ที่น่าดึงดูด
เราจะช่วยคุณค้นหาว่าส่วนต่างๆในร่างกายของคุณมีไขมันส่วนเกินน้อยหรือมากแค่ไหน และวิธีการลดไขมันส่วนเกินนั้น

วิธีการดูจุดที่เป็นมีไขมันส่วนเกินในร่างกายของคุณ
© shutterstock.com
-อกและแขน: เซลล์ไขมันขาวของคุณจะถูกสะสมไว้รอบอกและแขน เนื่องจากเหตุผลทางพันธุกรรม และการเผาผลาญให้ไขมันส่วนนั้นทำได้ด้วยการลดน้ำหนักทั้งร่างกายเท่านั้น สามารถตรวจสอบได้จากดัชนีมวลกายของคุณก่อน ค่าดัชนีมวลกายที่ 30.0 นั้นถือว่าเป็นโรคอ้วนและต้องลดน้ำหนัก
-หน้าท้อง: สำหรับผู้หญิงขนาดเอวมากกว่า 35 นิ้วหรือ 88.9 เซนติเมตรถือว่าเป็นโรคอ้วน และสำหรับเพศชายขนาดเอว 40 นิ้วหรือ 101.6 เซนติเมตรถือว่ามีไขมันส่วนเกินบริเวณหน้าท้อง
-สะโพกและต้นขา: เพื่อให้เข้าใจว่าคุณมีน้ำหนักเพิ่มในจุดนี้หรือไม่ คุณต้องตรวจสอบอัตราส่วนเอวต่อสะโพก (WHR) ซึ่งคำนวณได้โดยขนาดเอวหารด้วยขนาดสะโพกของคุณ องค์การอนามัยโลกระบุว่า WHR ในอุดมคติควรมีขนาด 0.9 นิ้วหรือน้อยกว่าสำหรับผู้ชาย และ 0.85 นิ้วสำหรับผู้หญิง

หน้าท้อง
จากผลการศึกษาเมื่อเร็ว ๆ นี้ แสดงให้เห็นว่าเอวหนาเป็นสัญญาณของโรคหัวใจและโรคเบาหวาน ไขมันบริเวณรอบเอวเรียกว่า ไขมันช่องท้อง (visceral fat ) ซึ่งถูกเก็บไว้รอบอวัยวะภายในที่สำคัญของคุณ นั่นทำให้เป็นอันตราย มาโยคลินิก (Mayo Clinic) แนะนำว่า คนที่มีรูปร่างทรงแอปเปิ้ลและลูกแพร์มีแนวโน้มที่จะมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจเนื่องจากไขมันช่องท้อง

© shutterstock.com
-คนที่มีรูปร่างทรงลูกแพร์นั้นมีเอวและไหล่แคบกว่าสะโพก หากคุณมีรูปทรงลูกแพร์ไม่ได้แปลว่าคุณกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง อย่างไรก็ตามผู้หญิงรูปลูกแพร์มีแนวโน้มที่เพิ่มน้ำหนักและกลายเป็นรูปร่างแอปเปิ้ล โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากวัยหมดประจำเดือน
– รูปร่างแอปเปิ้ลมีเอวที่ใหญ่กว่าไหล่และสะโพก นั่นคือสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

เมื่อคุณเริ่มออกกำลังกายด้วยการควบคุมอาหารที่มีเส้นใยสูง บริเวณเอวของคุณจะเป็นหนึ่งในส่วนแรกของร่างกายที่จะเห็นผลดี อย่างไรก็ตามแม้ว่าคุณจะออกกำลังกายหน้าท้องมากแค่ไหน คุณจะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงใดๆ นอกจากน้ำหนักที่ลดลง ดังนั้นควรมุ่งเน้นไปที่การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่น วิ่ง และขี่จักรยาน ก่อนเตรียมพร้อมสำหรับ ซิกแพ็คของคุณ อย่าลืมว่าความเครียดและการนอนน้อยเกินไปหรือผิดเวลา อาจเพิ่มไขมันส่วนเกินบริเวณเอวของคุณ

หน้าอกและแขน

แม้ว่าโดยทั่วไปจะแนะนำให้ลดน้ำหนัก แต่การลดไขมันเฉพาะจุดก็เป็นประโยชน์ คุณอาจเผาผลาญไขมันในจุดและสร้างกล้ามเนื้อ นอกจากนี้คุณอาจต้องตรวจสอบระดับอินซูลินของคุณหากคุณเป็นโรคอ้วน
© shutterstock.com
การดื่มน้ำมาก ๆ และกินอาหารที่มีไฟเบอร์สูงควบคู่ไปกับการออกกำลังกายแบบบอดี้เวท (Bodyweight) เช่น push-ups planks และ tricep dips สามารถช่วยได้ในขณะที่พยายามลดขนาดหน้าอกและแขน ทำคาร์ดิโอให้มากขึ้นเพื่อสร้างความสมดุลให้กล้ามเนื้อ

สะโพกและต้นขา

© shutterstock.com
ไขมันรอบสะโพกและต้นขาถือว่าเป็นไขมันใต้ผิวหนัง นั่นหมายความว่ากรดเหล่านี้จะไม่เข้าสู่กระแสเลือดและไม่เป็นอันตรายต่ออวัยวะภายใน ซึ่งปลอดภัยกว่าไขมันรอบเอว การศึกษาที่จัดทำโดยมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ดแสดงให้เห็นว่าก้นที่ใหญ่อาจช่วยป้องกันโรคหัวใจและโรคเบาหวานได้ เพราะไขมันที่สะสมบริเวรต้นขา ก้น และสะโพก มีกรดไขมันจากอาหารที่เรากิน

การลดไขมันบริเวณสะโพกสามารถทำได้โดยการลดน้ำหนักทั้งตัว ไม่รับประทานอาหารแปรรูปและน้ำตาล เปลี่ยนเป็นอาหารสดตามฤดูกาล และน้ำตาลธรรมชาติ เมื่อร่างกายของคุณคุ้นเคยกับอาหารแบบใหม่ ร่างกายจะเริ่มเผาผลาญไขมันที่สะสมไว้เพื่อสร้างพลังงาน นั่นเป็นเวลาที่เหมาะที่สุดในการเริ่มออกกำลังกาย! คุณอาจออกกำลังกายอย่างหนักในช่วงเวลาสั้นซึ่งจะให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ สำหรับการออกกำลังกายประเภทนี้คุณจะออกกำลังกายอย่างหนักเป็นระยะเวลาสั้น ๆ และพักในช่วงเวลาหนึ่ง

โบนัส: มารู้จักกับไขมันดี!

เซลล์ไขมันดีประเภทหนึ่งที่รู้จักกันในนาม “เซลล์ไขมันสีน้ำตาล” วิทยาศาสตร์เปิดเผยความลึกลับของมัน มันปลอดภัยและ ส่วนใหญ่ถูกสะสมไว้ในพื้นที่เล็ก ๆ เช่น คอ ไหล่ และกระดูกไหปลาร้า มันเต็มไปด้วยธาตุเหล็กซึ่งเป็นที่มาของสี เมื่อเซลล์ไขมันสีน้ำตาลถูกเผาไหม้มันจะสร้างความร้อน แต่ร่างกายจะไม่สั่น นั่นหมายความว่าไขมันชนิดนี้ ไม่จำเป็นต้องเผาผลาญ อย่างไรก็ตามคุณอาจต้องการแปลงไขมันสีขาวเป็นไขมันเซลล์สีน้ำตาลเพื่อลดน้ำหนัก และเพื่อให้ร่างกายสุขภาพดีขึ้น Christian Wolfrum กล่าวว่า“ การสร้างไขมันสีน้ำตาลเพียง 2 ออนซ์สามารถเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี่ได้ถึง 20%”

วิธีใดที่เหมาะกับคุณเพื่อรูปร่างและสุขภาพที่ดี แบ่งปันเคล็ดลับของคุณกับเราได้ในเพจ

ขอบคุณเรื่องราวดีๆจาก brightside เรียบเรียงโดย BTW






เรื่องเล่าระหว่างทาง


โดย: มาสเตอร์  แดน    สุวรรณ
งาน: กลุ่มสาระสุขศึกษาและพลศึกษา
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: https://www.btwinmylife.com/ เรื่องเล่าระหว่างทาง

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 1 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 6 ครั้ง