[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

มหัศจรรย์...อาร์ติโชค "พืชอุดมคุณค่าสารพัด"

ผักสมุนไพร "อาร์ติโชก" ( Artichoke) บำรุงตับ ไต ถุงน้ำดี

                                                                        

             ......เมืองไทยพัฒนาไปตามยุคสมัย มีตึกสูงใหญ่มีรถไฟฟ้าทั้งใต้ดินและบนดิน แต่ยังคงเป็นประเทศเกษตรกรรม คนไทยจึงโชคดีมีผักผลไม้นานาชนิด ให้กินตลอดปีมีพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก และด้วยพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงริเริ่มโครงการหลวง เมื่อปี พ.ศ.2512 วันนี้คนไทยจึงมีโอกาสได้กินผักผลไม้เมืองหนาวที่เพาะปลูกในประเทศ รวมถึงพืชมากคุณค่าอย่าง อาร์ติโชค (Artichoke)

        ว่ากันว่าอาร์ติโชคถูกค้นพบมานานกว่า 3,000 ปี เป็นทั้งอาหารและยารักษาโรคของชาวอียิปต์ ชาวกรีก และชาวโรมันในยุคโบราณ ลำต้นของอาร์ติโชคสูงประมาณ 1-2 เมตร มีใบสีเขียวส่วนดอกมีลักษณะเป็นกลีบแข็งซ้อนกันแน่นหลายชั้น เป็นพืชพื้นเมืองของแอฟริกาเหนือ สามารถปลูกได้ทั่วไปในแถบอากาศเย็น เช่น เมดิเตอร์เรเนียน ยุโรป ออสเตรเลีย และอเมริกาเหนือ โครงการหลวงได้เริ่มทดลองปลูกอาร์ติโชคมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2528

        “วันนี้โครงการหลวงมีพืชทั้งหมดมี 215 ชนิด แบ่งเป็น พืชผัก สมุนไพร และไม้ผลส่งเสริม พืชผัก 149 ชนิด ที่โดดเด่นได้แก่ สลัดแก้ว สลัดคอส มะเขือเทศ เซเลอรี่ พืชตระกูลสลัด สลัดรวม ข้าวโพดหวาน 2 สี ฟักทองญี่ปุ่น แตงกวาญี่ปุ่น พริกหวานสีเขียว เหลือง แดง มะเขือเทศเชอร์รี ต้นหอมญี่ปุ่น มีสมุนไพร 50 ชนิด ที่โดดเด่น ได้แก่

          โรสแมรี่ ลาเวนเดอร์ ชาสดสมุนไพร และไม้ผลส่งเสริม 16 ชนิด ที่มีผลผลิตในช่วงนี้ได้แก่ พลับ อาโวคาโค และเสาวรสรับประทานสด สำหรับอาร์ติโชคเริ่มทดลองปลูกตั้งแต่ปี พ.ศ.2528 ที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย โดยนำพันธุ์มาจากสหรัฐอเมริกา มีลักษณะดอกสีเขียวทรงกลมขนาดใหญ่” คุณ อรรถกร บุญสิริ หัวหน้าฝ่ายการตลาด โครงการหลวง เล่าให้ฟัง

                                                                                         

......วิธีการปลูกอาร์ติโชค คุณอรรถกร บอกว่า เริ่มจากการเพาะกล้าโดยใช้เมล็ดพันธุ์มาเพาะแบบประณีตในถาดหลุมเป็นระยะเวลา 1 เดือน โดยจะเพาะกล้าในช่วงเดือนมิถุนายน จากนั้นย้ายปลูกในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม ให้ปุ๋ยบำรุงต้นทุกเดือนประมาณ 6-7 ครั้ง และจะเก็บเกี่ยวในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป ใช้เวลาในการปลูกประมาณ 6 เดือน จึงสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้

       “ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 900-1,000 กิโลกรัมต่อไร่ มูลนิธิโครงการหลวงมีผลผลิตรวมประมาณ 5,000 กิโลกรัมต่อปี โดยจะมีผลผลิตในช่วงเดือน มีนาคมถึงเดือนพฤษภาคมเท่านั้น ผลผลิตสดจะส่งจำหน่ายตามร้านอาหารและโรงแรม และมีการแปรรูปเป็นชาอาร์ติโชคและคุกกี้อาร์ติโชค”

           คุณประโยชน์ที่ทำให้หลายคนยกให้อาร์ติโชคเป็น ‘ผักมหัศจรรย์’ เนื่องจากสามารถใช้ได้ตั้งแต่ดอก ลำต้น หน่อ และราก อาร์ติโชคขนาดกลางหลังจากต้มแล้วมีแคลอรีต่ำกว่า 60 แคลอรี สีสรรพคุณช่วยระบบการย่อยอาหาร ลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือแก๊สในกระเพาะอาหาร เป็นแหล่งอาหารให้กับแบคทีเรียดีในลำไส้เล็ก

          สาร ไซนาริน ในอาร์ติโชคสามารถสกัดมาเพื่อใช้บำรุงสุขภาพ ช่วยบำรุงและกระตุ้นการทำงานของตับ กระตุ้นการสร้างน้ำดีของตับ ลดไขมันในเลือดและคอเลสเตอรอล ช่วยให้ระบบหลอดเลือดและหัวใจทำงานได้ดี ป้องกันหลอดเลือดอุดตัน เสริมสร้างการทำงานของถุงน้ำดี ป้องกันถุงน้ำดีอักเสบและตับอักเสบ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคดีซ่านและโรคตับแข็ง มีคุณสมบัติลดโดยไม่ทำลายตับ

                                                                                      

             อาร์ติโชคมีสาร ฟลาโวนอยด์ ช่วยบำบัดอาการตับอักเสบเรื้อรัง มีสาร อินนูลิน ซึ่งเป็นแป้งรูปแบบหนึ่งทำให้ย่อยยากกว่าปกติส่งผลให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างช้าๆ เหมาะสำหรับคนเป็นโรคเบาหวานช่วยให้ควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ดีกว่าเดิม นอกจากนี้อาร์ติโชคยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะทำให้น้ำไม่คั่งในร่างกายและลดความดันเลือดได้

                  “ถือว่าเป็นผักมหัศจรรย์เพราะว่าดีกับตับและไต ดีกับตับเพราะมีสรรพคุณช่วยรักษาอาการตับอักเสบเรื้อรัง ดีกับไตคือช่วยในการขับถ่ายของเสียทำให้ไตสะอาด และดีกับคนเป็นโรคหัวใจโรคเบาหวานเพราะช่วยลดคอเลสเตอรอล น้ำตาล และไขมันในเลือด สรรพคุณอีกอย่างคือช่วยป้องกันโรคมะเร็ง เรียกได้ว่าดีทุกอย่างแต่บ้านเราอาจจะถือว่าเป็นผักที่ยังรู้จักน้อยอยู่” คุณ ขาบ-สุทธิพงษ์ สุริยะ ฟู้ดสไตล์ลิสต์ จาก ขาบสตูดิโอ (KARB STUDIO) บอก

               “อาร์ติโชคที่ดีจะอยู่ที่ประมาณอายุไม่เกิน 120 วัน ควรจะเป็นดอกตูมไม่บาน หลังจากซื้อมาควรจะตัดส่วนก้านให้เหลือประมาณ 1 ฟุตแล้วใส่ถุงแช่ในตู้เย็นแต่เวลาตัดต้องระวังไม่ให้หน้าดอกช้ำ เวลาจะทานก็ตัดก้านออกให้เหลือประมาณ 1 นิ้ว ตัดปลายดอกออกประมาณ 1 นิ้ว และตัดส่วนปลายกลีบดอกที่เป็นหนามออก เอาตัวดอกไปต้มในน้ำเดือดประมาณ 30 นาที หรือนึ่งก็ได้ ถ้าต้มจะต้องใส่น้ำมะนาวเพื่อให้ไม่ดำ เอาส้อมจิ้มๆ ดูพอสุกแล้วก็เทน้ำทิ้งปล่อยให้เย็น คว่ำดอกลงให้สะเด็ดน้ำ ดึงกลีบดอกออกมาตรงโคนของกลีบจะมีเนื้อเอาไปจิ้มกับเนยละลายทานได้เลยมีรสมันกลิ่นหอม”

                   .....อาร์ติโชคใช้เป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหารและแปรรูปได้หลากหลาย คุณสุทธิพงษ์เป็นผู้นำชาอาร์ติโชคของโครงการหลวงมาแปรรูปเป็น คุกกี้อาร์ติโชค

คุกกี้อาร์ติโชค

ส่วนผสม

เนื้ออาร์ติโชค 200 กรัม (ชาอาร์ติโชค 6 ซอง)

แป้งสาลีสำหรับทำเค้ก 500 กรัม

เนยสด 250 กรัม

ไข่ไก่ 1 ฟอง

น้ำตาลทรายขาว 200 กรัม

ผงฟู 1 ช้อนชา

เกลือ 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

-นำเนยสดใส่เครื่องผสมตีด้วยความเร็วปานกลาง ประมาณ 7-10 นาทีจนเนยเป็นครีมขาว ค่อย ๆ ใส่น้ำตาลทรายและเกลือลงไป จากนั้นตอกไข่ใส่ลงไปตีต่อจนส่วนผสมเข้ากันเป็นเนื้อครีม

-ใส่เนื้ออาร์ติโชคบดแห้งที่แช่น้ำร้อนจนนิ่ม พร้อมกับแป้งสาลีที่ผสมกับผงฟู ตีผสมพอเข้ากัน -นำส่วนผสมที่ได้มานวดต่ออีกที แบ่งแป้งเป็นส่วนๆ นำมาคลึงให้เป็นแผ่นหนาประมาณ 0.5 เซนติเมตร

-นำพิมพ์มากดเป็นรูปต่างๆ ใส่ถาดนำเข้าอบที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส ใช้เวลาประมาณ 25 นาทีจนสุก นำออกจากเตาอบพักไว้ให้เย็น พร้อมรับประทาน

                “อาร์ติโชคทำได้ทุกอย่างทั้งอาหารคาวและอาหารหวานแต่ส่วนมากคนจะใช้ทำอาหารคาว ทำอะไรได้บ้าง สลัด ตัวโคนกลีบเอาไปจิ้มกับเนย ตัวของดอกเล็กๆ ก็เอาไปชุบแป้งทอด ทำซุปใส่กับพวกมันฝรั่ง เอาไปบดทำสเปรดทากับแซนด์วิช สารพัดเลยแต่ว่าผมไม่ทำอาหารคาวทำเป็นขนมหวานเป็นคุกกี้

 ใช้ชาอาร์ติโชคซึ่งโครงการหลวงใช้ส่วนลำต้น ใบ และกลีบดอกมาตากแห้งอบแล้วสับละเอียดทำเป็นชาซึ่งดีมาก ผมเคยไปที่เมืองดาลัท ประเทศเวียดนาม ชาอาร์ติโชคถือว่าสุดยอด เขาปลูกแล้วทำเป็นชาส่งออกไปประเทศฝรั่งเศส”

.....ในฐานะที่เป็นผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ของโครงการหลวงมาโดยตลอด คุณสุทธิพงษ์ บอกว่า

“นับเป็นโชคดีที่เราอยู่ในประเทศไทยมีในหลวงเป็นผู้ริเริ่มโครงการ อย่างที่หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี บอกว่า พระองค์ท่านไม่ได้มีเรื่องดำริอย่างเดียวแต่ทรงลงมือทำด้วย ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับคนไทยและช่วยให้คนไทยหันมาบริโภคสิ่งที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ ที่สำคัญคนไทยจะมีสุขภาพกายที่ดีโรคภัยไม่มาเยี่ยมเยียน โครงการหลวงนอกจากจะมีผักยังมีของตกแต่งบ้านด้วย ผมจะไปร้านดอยคำใกล้บ้านมีดอกไม้มีของแห้งขึ้นอยู่กับฤดูกาล แต่ละฤดูก็จะมีไม่เหมือนกัน ผมถือว่าโชคดีที่ได้ใช้บริการโครงการหลวง”

ข้อสรุป...อาร์ติโช๊ค บำรุงไต บำรุงตับ และถุงน้ำดี Artichoke (ATISO) อาร์ติโช๊ค

.....อาร์ติโช๊ค (Cynara scolymus) เป็นพืชที่นิยมปลูกในต่างประเทศ เฉพาะภูเขาสูงมากกว่า 1,500 เมตร เท่านั้น ปี 2513 นักวิทยาศาสตร์ชาวยุโรป ได้ค้นพบสารไซนาริน ” มีคุณค่าทางอาหาร และยา นำมาบริโภคสด หรือปรุงอาหารได้ทุกส่วน หรือนำมาสกัดสารไซนาริน(Synarin) รับประทานเพื่อบำรุงรักษาสุขภาพได้ดี”

ในยุคโบราณอาร์ติโช๊คเป็นอาหาร และยารักษาโรคของชาวอียิปต์ ชาวกรีก และชาวโรมัน และเป็นเมนูอาหารที่สำคัญในทุกงานเลี้ยงของกรุงโรม นอกจากจะเป็นอาหารเสริม แล้วยังมีสรรพคุณทางยา ดังนี้

1. ช่วยบำรุง กระตุ้นการทำงานของตับ ซึ่งตับเป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย ทำหน้าที่ในการสกัดสารพิษ หรือสิ่งแปลกปลอมออกจากกระแสโลหิต สร้างน้ำดีและน้ำย่อย และเปลี่ยนแปลงหรือสร้างสารอาหาร ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย

2. กระตุ้น การสร้างน้ำดีของตับ ทำให้มีประสิทธิภาพในการลดไขมัน (Chloresteral) ในเลือด ช่วยให้ระบบหลอดเลือดและหัวใจทำงานดี ป้องกันหลอดเลือดอุดตัน

3. เสริมสร้างการทำงานของถุงน้ำดี ช่วยสร้างน้ำดีป้องกันถุงน้ำดีอักเสบ ซึ่งมักเกิดจากการรับประทานอาหารที่มีไขมันมาก ทำให้ระบบการย่อยอาหารดี ลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ มีแก๊สในกระเพาะอาหารมาก

4. ช่วยป้องกันตับอักเสบ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคดีซ่าน และโรคตับแข็ง (Cirrhosis) ในประเทศบราซิล อาร์ติโช๊ค เป็นยาสมุนไพรพื้นฐาน ที่ใช้รักษาอาการเจ็บป่วยของตับ และโรคอื่นหลายโรค ได้อย่างกว้างขวาง เช่น โรคโลหิตจาง เบาหวาน ไข้ รักษาบาดแผล และเกาส์

ที่มา http://tamroiphrabuddhabat.com/xmb/viewthread.php?tid=836






http://www.ablewaterpump.com/web/index.php/product/highpressurepump/abmodel/3ab8/356-artichoke


โดย: มิส  สกุลรัตน์    ชุ่มเมืองเย็น (ออกเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2557)
งาน: กลุ่มครู EP
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: http://www.ablewaterpump.com/web/index.php/product/highpressurepump/abmodel/3ab8/356-artichoke

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 1 บุคคลภายนอก 6

อ่าน 927 ครั้ง


ติดตามข่าวจากหน้า Facebook Fan Page
แบ่งปันหน้านี้