[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

ฟ้อนเจิง
 

ฟ้อนเจิง

ยงยุทธ ธีรศิลป

ฟ้อนเจิงเป็นการฟ้อนแบบมือเปล่าที่มีลักษณะอันเนื่องด้วยการต่อสู้ มีทั้งการ ต่อสู้เพื่อการป้องกันตัวและการต่อสู้ที่ต้องการผลแพ้ชนะกัน

คำว่า “เจิง” หมายถึง “เชิง” ฟ้อนเจิง ก็คือการฟ้อนที่มีลวดลายหรือชั้นเชิง ในการต่อสู้นั่นเอง แต่เดิมคงจะเป็นการต่อสู้ที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวันจริงๆ หรือใช้ต่อ สู้ในการรบหรือการทำสงครามกัน ซึ่งต้องอาศัยชั้นเชิงความสามารถมาก เพราะเป็น การต่อสู้แบบประชิดตัวด้วยมือเปล่าและด้วยอาวุธ ต่อมาความจำเป็นในการต่อสู้เช่น นั้นหมดไป จึงนำเชิงนั้นมาใช้เพื่อแสดงความสวยงามในการฟ้อนเป็นสำคัญ และใช้ใน โอกาสต่างๆ

ผู้แสดง

ฟ้อนเจิง ใช้แสดงได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง แต่โดยปกติทั่วๆ ไป มักจะใช้ผู้ชาย เป็นผู้แสดง

การแต่งกาย

ถ้าเป็นผู้ชายก็แต่งกายแบบพื้นเมือง คือ นุ่งกางเกงเป้ากว้าง ขายาวครึ่งหน้า แข้งสีดำหรือน้ำเงินเข้ม ภาษาพื้นเมืองถิ่นเหนือเรียกว่า “เตี่ยวสะดอ” ใส่เสื้อคอกลม แขนสั้น ผ่าอก ใช้เชือกผูกแทนกระดุมหรือจะใช้กระดุมติดก็ได้ ภาษาพื้นเมืองถิ่นเหนือ เรียกว่า “เสื้อม่อฮ่อม” สีดำหรือน้ำเงินเข้ม มีผ้าขาวม้าคาดเอว

ถ้าเป็นผู้หญิงฟ้อนก็อนุโลมการแต่งกายแบบผู้ชายได้ เพื่อให้เกิดความทะมัด ทะแมงขึ้น และมีผ้าโพกศีรษะเพื่อเก็บผมไม่ให้เกะกะขณะฟ้อน

การฟ้อนและท่าฟ้อนเจิง

ฟ้อนเจิงเป็นการแสดงที่มีโอกาสแสดงได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ตามปกติโดย ทั่วๆ ไปจะใช้ผู้ชายเป็นผู้แสดง และเป็นการฟ้อนเดี่ยว ความนิยมในการฟ้อนเจิงนั้น จะฟ้อนเป็นชุดต่อเนื่องกับการฟ้อนแบบอื่นๆ ที่มีลักษณะแสดงลวดลายหรือเชิง เพื่อ การฟ้อนที่สวยงามและเข้มแข็ง ไม่นิยมแยกฟ้อนเจิงออกมาเป็นฟ้อนเฉพาะแบบเดี่ยว

ชุดการฟ้อนที่นิยมฟ้อนต่อเนื่องกันมีดังน

๑. ฟ้อนเจิง

๒. ฟ้อนสาวไหม

๓. ตบมะผาบ

๔. ฟ้อนดาบ

ฟ้อนเจิง ฟ้อนสาวไหม ตบมะผาบ เป็นการฟ้อนด้วยท่ามือเปล่า ส่วนฟ้อน ดาบนั้นมีอาวุธคือดาบที่ใช้ประกอบการฟ้อนด้วย ฟ้อนเจิงกับฟ้อนสาวไหมเป็นฟ้อนที่ ต้องแสดงลวดลายความงามในการฟ้อน ส่วนตบมะผาบและฟ้อนดาบนั้นต้องการให้ เห็นถึงความเข็มแข็งและเด็ดเดี่ยวในการต่อสู้

บางท้องถิ่นนั้น อาจไม่นิยมจัดชุดการฟ้อนต่อเนื่องกันแบบนี้ก็ได้ ทั้งนี้แล้วแต่ ครูผู้สอนจะกำหนดฝึกฝนกันมา

ท่าการฟ้อนเจิงนั้น อาจใช้ท่าที่กำหนดขึ้นเพื่อใช้สำหรับการฟ้อนเจิงโดย เฉพาะ หรือเป็นท่าที่ดัดแปลงมาจากท่าการฟ้อนที่มีอาวุธ เช่น ฟ้อนดาบ เป็นต้น เมื่อ นำมาใช้ฟ้อนเจิงก็ไม่ต้องใช้ดาบก็ได้ หรือจะมีท่าประสมเป็นแบบการฟ้อนด้วยมือ เปล่า และมีอาวุธประกอบ เช่น ดาบ หรือกระบอง โดยใช้เป็นการฟ้อนที่ต่อเนื่อง กันก็ได้

แม่ท่าของการฟ้อนเจิงตามตำราของนายกุย สุภาวสิทธิ์ มีดังนี้

๑. แม่แบก             ๒. แม่หลีกตั้ง

๓. แม่จุ่ม               ๔. แม่ปัด

 

 

 

  ๕. แม่หลบเข้าหว่างขา
๗. แม่ก๋างตาง
๙. แม่ฮวบ (รวม)
๑๑. แม่กีบแขนตี๋
๑๓. แม่ตี๋นอกวิ่ง
๑๕. แม่นอน
๑๗. แม่มัดแป้
๑๙. แม่ดีดใน
๒๑. แม่ป๋ายมือตบ
๒๓. แม่ขว้างมะม่วง
๒๕. แม่ตี๋ขว้างมะม่วง
๒๗. แม่ก๋ำขี้ฝุ่นพ็อกต๋า
๒๙. แม่เกิ้ดตี๋
๓๑. แม่ปกปะติปัก
  ๖. แม่นั่ง
๘. แม่มัด
๑๐. แม่มองสี่ลูก
๑๒. แม่ตี๋ในวิ่ง
๑๔. แม่หัวเข่าขึ้น
๑๖ แม่มัดเหยียด
๑๘. แม่โก่งจั๊กจั่นดีดบิ้น
๒๐. แม่ดีดนอก
๒๒. แม่หลบเข้าหว่างแฮ้ (รักแร้)
๒๔. แม่ก๋ำตี๋นจก
๒๖. แม่ก้มจ๊กตี๋นดีดบิ้น
๒๘. แม่ปัดเหลียวง่อน
๓๐. แม่ก้มจ๊กตี๋นดีดบิ้น
๓๒. แม่หลบเข้าวงใน

แม่ท่าฟ้อนเหล่านี้เป็นที่มาของการฟ้อนต่างๆ รวมทั้งแม่ท่า สิบเจ็ดขุม สิบหก- ขุม สิบสองขุมและสามขุม หรือแม่ป๊อดที่ใช้ฟ้อนกันทั่วไป

บางท้องถิ่นจะกำหนดแม่ท่าในการฟ้อนเจิงให้เป็น ๓ ลักษณะ คือ แม่ท่าฟ้อน เจิงของนายคำ คำมามูล มีดังนี้

๑. ท่ามือเปล่า มี ๔ แม่ท่า

    ๑.๑ แม่ฟ้อนไป (ฟ้อนรอบวง)

    ๑.๒ แม่ฟ้อนลง

    ๑.๓ แม่ฟ้อนรอบด้ง

    ๑.๔ แม่ฟ้อนสาวไหม

๒. ท่าใช้อาวุธ

    ๒.๑ ท่าฟ้อนดาบ ใช้ดาบเป็นอาวุธป้องกันตัวมี ๖ แม่ท่า

        - ฟ้อนดาบแม่ปล่อย

        - ฟ้อนดาบแม่ฟันข่ม

        - ฟ้อนดาบแม่แตงจอม

        - ฟ้อนดาบแม่วักขำ

        - ฟ้อนดาบแม่สี่ขุม (ป๋าเล่นหาด)

        - ฟ้อนดาบแม่ห้ามุข (ตบเหลียว)

    ๒.๒ ท่าลายค้อน (ลายบุ๊บ) ใช้ไม้กระบองเป็นอาวุธป้องกันตัว มี ๔ แม่ท่า

        ๒.๒.๑ สามขุม มี ๔ ท่า

        - แม่ฆ่าค้อนกิ๋น

        - แม่ถอยหลังกิ๋น

        - แม่บุ๊บกิ๋น

        - แม่หลบกิ๋น

        ๒.๒.๒ สิบสองขุม มี ๔ ท่า

        - แม่บ๊มบั๊ม

        - แม่สิบสองแตงก้น

        - แม่สิบสองก้นบุ๊บ (บุ๊บก้น)

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
                                          

 






ฟ้อนเจิง


โดย: มิส  อิงจันทร์    จันทนาคม (ออกเมื่อวันที่ 01 พฤษภาคม 2559)
งาน: กลุ่มสาระศิลปะ
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: http://www.laksanathai.com/book3/p341.aspx

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 1 บุคคลภายนอก 4

อ่าน 1571 ครั้ง