[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

10 วิธี ฝึกความจำให้สมองลูก

ฝึกความจำให้สมองลูก

ฝึกความจำให้สมองลูก อยากให้ลูกเป็นเด็กมีความจำดี เรียนรู้เรื่องอะไรก็เข้าใจได้หมด  แบบนี้ต้องขอความช่วยเหลือจากครูคนแรกของลูก อย่างคุณพ่อคุณแม่แล้วล่ะค่ะ  เราในฐานะพ่อแม่สามารถช่วยกระตุ้นฝึกสมองประเทืองปัญญาให้กับลูกๆ ได้ค่ะ เพียงแค่หากิจกรรมที่เป็นประโยชน์กับสมองลูก ทีมงาน Amarin Baby & Kids มี 10 กิจกรรม ฝึกความจำให้สมองลูก มาฝากค่ะ

 

ฝึกความจำให้สมองลูก รู้ไหมสมองลูกยิ่งลับยิ่งคม!!??

เป็นที่รู้กันดีว่าสมองของเด็กถูกพัฒนาให้เจริญเติบโตมาตั้งแต่ตอนที่อยู่ในท้องของแม่แล้ว พอคลอดออกมาสมอง เซลล์ประสาทต่างๆ ก็ยังคงทำหน้าที่และพัฒนาเจริญเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ  ซึ่งสมองของเด็กช่วงอายุ 1-5 ปี ถือว่าเป็นปีทองของสมอง นั่นหมายถึงว่าหากเราจะป้อนความรู้อะไร หรือฝึกให้ลูกเรียนรู้ภาษาอื่นนอกจากภาษาไทย เด็กจะสามารถจำและเรียนรู้ได้ดี

รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงทิพวรรณ หรรษคุณาชัย กุมารแพทย์ด้านพัฒนาการเด็ก หัวหน้าภาควิชากุมารเวชศาตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการทำงานของสมองเด็กว่า “ธรรมชาติได้สร้างสรรค์สมองของมนุษย์ให้รู้จักการเรียนรู้เพื่อความอยู่รอดบนโลกใบนี้ ดังนั้นสมองจึงมีกระบวนการทำงานที่หลากหลายซับซ้อน เพื่อพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ตามวัยที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการยิ้ม หัวเราะ การคลาน นั่ง พูด เดิน เป็นต้น ที่สำคัญ สมองของมนุษย์มีศักยภาพในการพัฒนาตัวเองผ่านกระบวนการเรียนรู้ เด็กทุกคนเกิดมาพร้อมกับหนึ่งแสนล้านเซลล์สมองซึ่งทั้งหมดเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายวงจรและสามารถเพิ่มจำนวนมากขึ้นได้เรื่อยๆ  เมื่อมีการกระตุ้นสมองให้เกิดกระบวนการเรียนรู้

ซึ่งเรียกกระบวนการเชื่อมต่อของสมองนี้ว่า ไซแนปส์ การเชื่อมต่อของไซแนปส์สามารถเกิดได้สูงถึง 1,000 ล้านล้านครั้งในระยะเวลา 1-5 ปีแรก ดังนั้นช่วงวัยนี้จึงเป็นระยะเวลาที่สำคัญที่สุดในการเรียนรู้ เพราะสมองของเด็กจะพัฒนาถึง 85% เทียบเท่าสมองของผู้ใหญ่ ที่สำคัญทุก 1 วินาที เซลล์สมองของเด็กจะมีการเชื่อมต่อสูงถึง 700 เซลล์ ซึ่งหมายความว่า สมองของลูกน้อยเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา เมื่อพ้นช่วงวัยนี้ไปแล้ว จะไม่มีการเพิ่มเซลล์สมองแต่เป็นการพัฒนาโครงข่าย ส่วนเซลล์สมองที่ไม่ได้รับการกระตุ้นก็จะเสื่อมสลายไป การสร้างทุกนาทีให้เป็นการเรียนรู้ของลูก (Non-Stop Learning) จึงเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องช่วยกันส่งเสริมในโอกาสทองนี้”

ถ้าสมองของลูกจะเต็มที่กับการเปิดรับเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลาแบบนี้ พ่อแม่อย่างเราก็คงจะหยุดอยู่กับที่ไม่ได้แล้วล่ะค่ะ เพราะสมองของลูกดูเหมือนยิ่งลับก็ยิ่งคมมากขึ้นเรื่อยๆ  ฉะนั้นอย่าได้รอช้าไปหากิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสมองลูก มาให้เด็กๆ เขาได้ประเทืองปัญญากันค่ะ

 

10 วิธี ฝึกความจำให้สมองลูก ด้วยกิจกรรมที่ดีต่อพัฒนาการสมอง

1. เกมซ่อนของให้ลูกหา

กิจกรรมนี้เด็กชอบกันมากค่ะ ให้ลองเอาตุ๊กตาตัวโปรดของลูก ไปซ่อนไว้ที่มุมใดของบ้านก็ได้ แล้วบอกใบ้ให้ลูกได้คิดตามว่าตุ๊กตาถูกซ่อนไว้ตรงไหน เช่น “น้องตุ๊กตารอพี่กุ๊กไก่ ไปรับอยู่ในช่องที่เก็บของได้” ซึ่งช่องที่เก็บของได้ก็มีตั้งแต่ลิ้นชัก ชั้นกล่องเก็บของ หรือชั้นวางหนังสือ คำใบ้ที่คุณพ่อคุณแม่ให้กับลูก จะช่วยให้เขาได้ใช้ความคิด แยกแยะ วิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ว่าของที่ถูกซ่อนให้หานั้นอยู่ตรงไหนของบ้านกันแน่ กิจกรรมนี้ได้ทั้งความสนุกสนาน และได้ฝึกความคิดด้วยค่ะ

2. ไม่เครียด สนุกและผ่อนคลาย

การกดดันและให้ลูกอยู่กับความเคร่งเครียดตลอดวันไม่เป็นผลดีต่อสมองของลูกเลยค่ะ  สมองที่ไม่เครียดจะหลั่งสารแห่งความสุขออกช่วยทำให้ร่างกายผ่อนคลาย เมื่อลูกได้ผ่อนคลายไม่เครียด จะช่วยให้สมองเรียนรู้ เกิดความจำที่แม่นยำขึ้น ดังนั้นพ่อแม่ควรสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้น่าอยู่ ปราศจากสถานการณ์ดึงเครียดด้วยนะคะ

3. ฝึกเขียนจดบันทึกไดอารี่

การฝึกให้ลูกได้เขียนบันทึกสั้นๆ ลงในสมุดบันทึกส่วนตัวทุกวัน เป็นการฝึกให้ลูกได้รู้จักการรวบรวมความคิดและฝึกจดจำเรื่องที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ได้ลำดับเหตุการณ์ก่อนหลังที่เกิดขึ้น การเขียนสมุดบันทึกยังช่วยให้ลูกได้รู้จักจัดระบบความคิดและความจำได้อย่างดีอีกด้วยค่ะ

4. เล่นเกมพัฒนาความจำ

เด็กๆ ในช่วงวัย 4-5 ขวบขึ้นไป คุณพ่อคุณแม่อาจหากิจกรรมหรือเกมที่ช่วยฝึกความจำให้แก่ลูก อย่าง เกมครอสเวิร์ด เกมหาคำศัพท์ เกมต่อจิ๊กซอว์ เกมจับภาพคู่เหมือน หรือเกมกลุ่มคำที่ไม่เข้าพวก เป็นต้น กิจกรรมเกมสนุกที่ว่ามานี้จะช่วยเพิ่มความสามารถในการจดจำของสมองเป็นอย่างดี และยังช่วยให้ลูกมีสมาธิ ได้รู้จักการคิดแก้ปัญหา วางแผนให้เกมแต่ละเกมนั้นสำเร็จลุล่วงไปได้

5. ดนตรีช่วยเพิ่มความจำ

ดนตรีเป็นสื่อที่นอกจากจะช่วยคลายเครียด พัฒนาความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการให้แก่เด็กแล้ว ยังช่วยเพิ่มทักษะในด้านความจำของเด็กที่ได้ผลดีเป็นอย่างมากอีกด้วย เพราะการที่เด็กได้ฟังเพลง ร้องเพลงและเล่นเครื่องดนตรี เด็ก ๆ จะต้องใช้ความจำในเรื่องของการจดจำทำนอง เนื้อร้องและจังหวะของแต่ละบทเพลง นอกจากนี้การเล่นเครื่องดนตรี เด็กๆ ต้องฝึกอ่านโน้ตดนตรี ซึ่งเป็นการฝึกในเรื่องของความจำโดยตรงอีกด้วย

6. ฝึกสมาธิ

การฝึกสมาธิสามารถทำได้หลายรูปแบบ ไม่จำเป็นต้องนั่งสมาธิเพียงอย่างเดียว ยิ่งถ้าเป็นเด็กเล็กๆ การนั่งสมาธิอาจจะยังไม่เหมาะเท่าไหร่ หากอยากให้ลูกนั่งสมาธิควรรอให้ลูกโตพอที่จะนั่งนิ่งๆ ได้อย่างน้อย 15-20 นาที การให้ลูกฝึกสมาธิอาจลองให้ลูกระบายสีให้เต็มภาพวาด 1 หน้า A4 หรือให้ลูกร้อยลูกปัด(คุณแม่ควรนั่งอยู่ข้างๆ ลูก เพื่อเผลอเอาลูกปัดเข้าจมูก เข้าหู) เป็นต้น การที่ลูกมีสมาธิจดจ่ออยู่กับการทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งได้จนจบถือว่าเก่งมากค่ะ ซึ่งการฝึกสมาธิจะช่วยให้ลูกได้ผ่อนคลายจากความเครียด และเป็นการเตรียมให้สมองได้เปิดรับการเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ  ได้จดจำบทเรียนได้เป็นอย่างดี

7. ทานอาหารที่ดีต่อพัฒนาการสมอง

การส่งเสริมให้เด็กๆ ได้รับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยในการบำรุงสมอง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในเรื่องการเรียนรู้ ความคิด ความจำได้อย่างสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น อาหารที่ดีกับสมอง คือ อาหารจำพวก DHA วิตามินบี ธาตุเหล็ก ฯลฯ ซึ่งแหล่งอาหารเหล่าก็จะได้จากการทานปลา ถั่ว ไข่ ดื่มนม ทานเนื้อสัตว์ อาหารทะเล และผัก ผลไม้ทุกชนิดนั่นเองค่ะ

 

8. การออกกำลังกาย

พ่อแม่ควรส่งเสริมให้ลูกได้ออกกำลังกายเป็นประจำ เพราะการออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในเรื่องของความจำของเด็กได้เป็นอย่างดี เพราะขณะที่เด็กได้เคลื่อนไหวร่างกายไม่ว่าจะเดิน กระโดด วิ่ง จะส่งผลในการกระตุ้นให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้มากขึ้น ทำให้สมองพร้อมที่จะเปิดรับต่อการจดจำในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้รวดเร็วขึ้น นอกจากนี้กิจกรรมการออกกำลังตามจังหวะเพลง ยังช่วยพัฒนาความจำของเด็กผ่านในการจดจำท่าเต้น ทำนอง และจังหวะของเพลงด้วย3

9. พักผ่อนให้เพียงพอ

คุณพ่อคุณแม่ควรฝึกให้ลูกนอนอย่างน้อยวันละ7 ชั่วโมง และไม่ควรให้ลูกนอนเกินวันละ 9 ชั่วโมง เพราะการนอนมากทำให้ความตื่นตัวน้อยลงและทำให้ลูกเกิดความซึมเซา ซึ่งมีผลทำให้ประสิทธิภาพของความจำลดน้อยลง นอกจากนี้คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ควรให้ลูกนอนน้อยกว่า7ชั่วโมงต่อวัน เพราะจะทำให้เด็กขาดสมาธิ ซึ่งทำให้ความสามารถในการจดจำลดน้อยถอยลง4

10. ฝึกให้ลูกเล่นเกมที่ยากขึ้น

การกระตุ้นลูกให้รู้จักใช้ความคิด ได้จดจำจากเกมที่ยากมากขึ้น อย่างเกมทายชื่อประเทศ ชื่อทวีป ชื่อคนสำคัญๆ ของโลก หรือสิ่งประดิษฐ์ ตราสัญลักษณ์ สีธงชาติของแต่ละประเทศ ฯลฯ กิจกรรมเกมเหล่านี้จะไปกระตุ้นสมองได้ทำงานมากขึ้น  สมองที่ได้คิด ได้ทำงานอยู่ตลอดเวลา คือสมองของคนฉลาดค่ะ

 

การจะสร้างต้นกล้าตัวน้อยๆ ให้เติบโตขึ้นมามีประสิทธิภาพ ต้องใช้เวลาและการใส่ใจจากพ่อแม่ที่ต้องคอยกระตุ้นส่งเสริมให้ในสิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์กับพวกเขา  ผู้เขียนเชื่อเสมอว่าถ้าพ่อแม่อย่างเราๆ ไม่ย่อท้อในการป้อนสิ่งดีๆ ให้ลูกเลยแม้แต่วันเดียว ย่อมเป็นไปได้ว่าผลผลิตน้อยๆ นี้ จะต้องเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีศักยภาพรอบด้านอย่างแน่นอน …ด้วยความใส่ใจและห่วงใยค่






www.amarinbabyandkids.com


โดย: มิส  วาลียา    บุญมี
งาน: งานส่งเสริมศักยภาพพิเศษผู้เรียน
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: www.amarinbabyandkids.com

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 1

อ่าน 6 ครั้ง