[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

10 หนังสือเด็ก ช่วยพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ

10 หนังสือเด็ก ช่วยพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ

เรียนภาษาจากหนังสือสำหรับเด็ก ดีอย่างไร ?

รูปภาพสีสันสดใส สะดุดตา หนังสือสำหรับเด็กส่วนมากมักจะใช้ภาพเป็นวิธีในการเล่าเรื่องเพื่อให้เด็กๆ ทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้น และภาพประกอบเหล่านี้ก็จะเป็นตัวช่วยที่สำคัญในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษให้กับคุณ เพราะเมื่อคุณสามารถมองเห็นภาพได้ชัดเจน การจดจำคำศัพท์ก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

คำในบริบท คำศัพท์ที่ถูกนำไปใช้ในสถานการณ์จริงนั้นง่ายต่อการจดจำเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าภาษาที่ใช้ในหนังสือสำหรับเด็กจะต้องมีโครงสร้างที่ง่ายต่อการเข้าใจ หากคุณพบคำศัพท์ที่ไม่รู้ความหมาย คุณก็สามารถอาศัยบริบทของเรื่องและรูปภาพในการเดาความหมายของคำนั้นๆ ได้โดยไม่ต้องเปิดพจนานุกรมเลยแม้แต่หน้าเดียว!

ไวยากรณ์และคำศัพท์จัดอยู่ในระดับพื้นฐาน แม้คำศัพท์และไวยากรณ์ในหนังสือบางเล่มจะอยู่ในระดับ Advanced แต่ไม่ยากเกินความสามารถแน่นอน คำศัพท์เหล่านี้อาจจะยากกว่าคำศัพท์พื้นฐานที่ปรากฏอยู่ทั่วไปในหนังสือสำหรับเด็ก อย่างเช่น คำว่า “Smart” คุณอาจจะรู้คำศัพท์นี้อยู่แล้ว แต่ในหนังสือกลับใช้คำว่า “Clever” ก็ถือว่าไม่ผิด เพราะความหมายของทั้งสองคำนี้ใกล้เคียงกันมาก เพียงแต่อยู่กันคนละระดับเท่านั้นเอง คุณยังได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ อีกด้วย

สอนบทเรียนชีวิตได้ยอดเยี่ยม หนังสือสำหรับเด็กส่วนมากล้วนมีจุดประสงค์เพื่อสอนวิธีการดำเนินชีวิต เด็กๆ อาจไม่ซาบซึ้งไปกับคุณค่าของเรื่องราวที่ซ่อนไว้ได้อย่างถ่องแท้ แต่สำหรับผู้ใหญ่หรือวัยรุ่นอย่างเราๆ ก็อาจจะได้รับข้อคิดใหม่ๆ จากการอ่านหนังสือเด็กเช่นเดียวกัน

สำหรับรายชื่อหนังสือสำหรับเด็กทั้ง 10 เล่มที่เราจะมาแนะนำให้ผู้ที่เริ่มต้นเรียนภาษาอังกฤษทราบในวันนี้

 

1. “Goodnight Moon” by Margaret Wise Brown

image08

เรื่องราวของ “Goodnight Moon” เป็นการเล่าเรื่องของสิ่งที่ผู้อ่านเห็นได้ชัดเจน เช่น ลูกแมว หนู และหญิงชรา นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวของสิ่งอื่นๆ เช่นถุงมือ บ้านของเล่น และวัว ผู้แต่งมักจะเปิดเรื่องด้วยการอธิบายถึงสิ่งของต่างๆ และจบเรื่องด้วยการกล่าวว่า “ราตรีสวัสดิ์”

ทำไมหนังสือเล่มนี้จึงเหมาะกับการฝึกภาษาอังกฤษ

“Goodnight Moon” ใช้โครงสร้างประโยคเดียวกันในการเล่าเรื่อง ทว่ามีการใช้คำศัพท์หลากหลาย ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่กำลังเรียนภาษาอังกฤษ ยกตัวอย่างจากบรรทัดหนึ่งในหนังสือ กล่าวว่า “Goodnight room. Goodnight moon. Goodnight cow jumping over the moon.” จากประโยคนี้เราจะได้เรียนรู้คำศัพท์หลายคำในประโยคเดียว นอกจากนี้เรื่องราวในหนังสือยังใช้ประโยคสั้นๆ เข้าใจง่าย ไม่ทำให้เสียสมาธิในการอ่าน

2. “The Very Hungry Caterpillar” by Eric Carle

image01

“The Very Hungry Caterpillar” คือเรื่องราวของหนอนผีเสื้อผู้กินจุ หนังสือเล่มนี้เปิดเรื่องด้วยภาพของเจ้าหนอนผีเสื้อตัวน้อยฟักตัวออกมาจากไข่ และเริ่มหาอาหาร จนเป็นกิจวัตรทุกวัน

ในตอนต้นเรื่อง หนอนผีเสื้อจะกินแต่อาหารที่มีประโยชน์อย่าง ผัก และผลไม้ แต่ในระยะหลัง มันกลับกินแต่อาหารขยะจนปวดท้อง มันจึงเริ่มหันกลับมากินอาหารที่มี่ประโยชน์อีกครั้ง ร่ายกายจึงแข็งแรงขึ้น จะค่อยๆ กลายร่างเป็นดักแด้ และรอเวลาที่จะเป็นผีเสื้อในที่สุด

ทำไมหนังสือเล่มนี้จึงเหมาะกับการฝึกภาษาอังกฤษ

เราจะได้เรียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น ตัวเลข อาหาร วันต่างๆ ในหนึ่งสัปดาห์ การหมั่นทบทวนบ่อยๆ ช่วยให้ทักษะภาษาอังกฤษของคุณพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดเลยทีเดียว

3. “If You Give a Moose a Muffin” by Laura Numeroff

image07

“If You Give a Moose a Muffin” เป็นเรื่องราวของกวางผู้ไม่เคยพอใจในชีวิตของตนเอง มันอยากกินมัฟฟินและแยมอย่างไม่รู้จักอิ่ม และมันก็จะเรียกร้องให้คุณหามัฟฟินมาให้มันกินอีกไม่มีหยุด

ทำไมหนังสือเล่มนี้จึงเหมาะกับการฝึกภาษาอังกฤษ

โครงสร้างทางภาษาของหนังสือเรื่องนี้ส่วนมากจะเป็น Future simple tense ซึ่งประกอบไปด้วยกริยาช่วย “Will” และกริยาหลักตัวอื่นๆ ยกตัวอย่างประโยคเช่น “If you give a moose a muffin he’ll want some jam to go with it.” เราจะเห็นโครงสร้างของ future simple tense ปรากฏอยู่ ถือเป็นการได้ฝึกเรียนรู้เรื่องไวยากรณ์ไปในตัว

4. “Curious George” by H.A. Rey and Margret Rey

image00 7

“Curious George” เป็นซีรีย์ที่โด่งดังมากของเจ้าลิงชื่อ “จอร์จ” คำว่า Curious นั้นมีความหมายว่า “to be interested in knowing more about something” หรือจะพูดเป็นภาษาไทยง่ายๆ ว่า “อยากรู้อยากเห็น” เมื่อเจ้าลิงจอร์จมีนิสัยช่างซักถาม อยากรู้อยากเห็นไปเสียหมด เหล่ามนุษย์จึงมีความคิดที่จะจับมันเข้าไปอาศัยอยู่ในเมือง ณ ที่แห่งนั้น จอร์จกลับกลายเป็นลิงเจ้าปัญหา มันสร้างเรื่องราวมากมายจนโดนจับกุมแต่ก็แหกคุกออกมาได้ สุดท้ายเจ้าลิงจ๋อก็หนีกลับไปอยู่ในที่ที่เหมาะสมกับมัน

ทำไมหนังสือเล่มนี้จึงเหมาะกับการฝึกภาษาอังกฤษ

ผู้แต่งถ่ายทอดเรื่องราวโดยใช้ประโยคง่ายๆ อีกทั้งยังมีความสั้น ซึ่งเหมาะสมกับผู้ที่กำลังเรียนภาษา ยกตัวอย่างเช่น  “One day George saw a man. He had on a large yellow straw hat. The man saw George too.” จะเห็นได้ว่าประโยคที่ผู้แต่งใช้มีความสั้น กระชับ และชัดเจน อ่านได้ลื่นไหลไม่รบกวนเวลาศึกษาภาษาอังกฤษแน่นอนค่ะ

5. “The Giving Tree” by Shel Silverstein

image02

“The giving tree” เล่าเรื่องราวของเด็กชายผู้ชื่นชอบการเล่นใต้ต้นแอปเปิ้ล ซึ่งต้นแอปเปิ้ลก็ชอบให้เขามาเล่นใกล้ๆ ด้วยเช่นกัน เมื่อโตขึ้น เด็กชายห่างหายไปจากต้นแอปเปิ้ล แต่เขากลับมาอีกครั้งพร้อมกับต้องการความช่วยเหลือจากต้นแอปเปิ้ล มันช่วยเหลือเขาด้วยความยินดี เด็กชายกลับมาหาต้นแอปเปิ้ลอีกครั้งในตอนที่เขาแก่ชราขึ้น เช่นเดียวกับต้นแอปเปิ้ลที่ถูกโค่นทิ้งจนเหลือแต่ตอ เด็กชายจึงนั่งลงไปบนตอไม้และนั่นก็ทำให้ต้นแอปเปิ้ลรู้สึกสุขใจอย่างที่สุด

ทำไมหนังสือเล่มนี้จึงเหมาะกับการฝึกภาษาอังกฤษ

The Giving Tree มีเรื่องราวที่ให้ความหมายลึกซึ้ง นอกจากนี้ผู้แต่งยังเลือกใช้คำศัพท์ง่ายๆ สามารถ แต่กลับถ่ายทอดใจความสำคัญได้อย่างตรงไปตรงมา ทำผู้เรียนเข้าใจเนื้อเรื่องได้ง่ายและรู้สึกสนุกสนานไปกับเด็กชายและต้นแอปเปิ้ล

6. “Corduroy” by Don Freeman

image06

เรื่องราวของตุ๊กตาหมีตัวหนึ่งในร้านขายของเล่น กระดุมติดเสื้อของมันหายไปหนึ่งเม็ดจึงไม่มีใครอยากซื้อมัน ตุ๊กตาหมีเสียใจไม่น้อย แม้แต่ตุ๊กตาก็อยากให้เด็กซักคนมาพามันกลับไปที่บ้าน ดังนั้นเจ้าหมีจึงตัดสินใจออกหากระดุมเม็ดใหม่ เผื่อว่ามันจะกลายเป็นที่ต้องการของใครๆ

ในคืนหนึ่ง เจ้าหมีตัดสินใจหนีออกจากร้านและไปที่ห้างสรรพสินค้าเพื่อเสาะหากระดุมให้กับตัวเอง โชคร้ายที่ตุ๊กตาหมีไม่สามารถหาได้ แต่เรื่องราวของเจ้าตุ๊กตาหมีจะจบอย่างไรนั้นคงต้องติดตามกันต่อไปนะคะ

ทำไมหนังสือเล่มนี้จึงเหมาะกับการฝึกภาษาอังกฤษ

ผู้แต่งใช้คำศัพท์ในระดับสูงขึ้น เช่น “Overalls” (ชุดเอี๊ยม), “escalator” (บันไดเลื่อน) นอกจากนี้ หากคุณเปิดพจนานุกรมควบคู่ไปในขณะที่อ่านหนังสือก็จะเป็นประโยชน์อย่างมากเลยทีเดียว เพราะคุณจะได้เรียนรู้คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับบ้าน เช่น “Sofa” “Furniture”

7. “Where the Wild Things Are” by Maurice Sendak

image03

เรื่องราวของตัวละคร แมกซ์ ที่ประพฤติตัวไม่ดีให้แม่เห็น เขาโดนกักบริเวณโดยไม่ได้กินอาหารเย็น แต่จู่ๆ ก็มีป่าวิเศษเกิดขึ้นมา แมกซ์จึงได้เจอกับมอนสเตอร์ยักษ์ชื่อ Wild Things มันพยายามหลอกล่อให้เขากลัว ทว่าแมกซ์กลับควบคุมมันด้วยเวทย์มนตร์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เขาจึงกลายเป็นสิ่งที่ดุร้ายที่สุดไปโดยปริยาย

ทำไมหนังสือเล่มนี้จึงเหมาะกับการฝึกภาษาอังกฤษ

หนังสือเรื่องนี้เป็นวรรณกรรมสำหรับเด็กที่โด่งดังมากอีกเรื่องหนึ่ง มีการใช้คำศัพท์และไวยากรณ์ในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ต้องการศึกษาภาษาอังกฤษในระดับที่ยากขึ้นและเบื่อความจำเจ

8. “The Story of Ferdinand” by Munro Leaf

image09

“Ferdinand” กระทิงผู้ที่ชื่นชอบการดมกลิ่นดอกไม้ในสวนที่เขาอาศัยอยู่ ผิดกับกระทิงตัวอื่นที่ชอบเล่นรุนแรง เมื่อเฟอร์ดินานต์โตขึ้น เขากลายเป็นกระทิงที่แข็งแรงและตัวใหญ่ที่สุดในกลุ่ม แต่เขาก็ยังคงชื่นชอบการได้ดมกลิ่นของธรรมชาติ วันหนึ่งมีชาย 5 คนมาที่ฟาร์มเพื่อจับกระทิงไปแข่ง โชคร้ายที่เฟอร์ดินานต์โดนผึ้งต่อย เขากระโดดไปมาอย่างบ้าคลั่ง และนั่นก็ทำให้เขาถูกจับไปเข้าการแข่งขัน ในการแข่งขันนัดแรกของเฟอร์ดินานต์ เขาไม่ยอมต่อสู้ใดๆ เพียงแต่นอนลงและดมหากลิ่นของดอกไม้อย่างที่เขาคุ้นเคย สุดท้ายกระทิงผู้อ่อนโยนตัวนี้ก็ถูกส่งกลับมายังบ้านของเขาในที่สุด

ทำไมหนังสือเล่มนี้จึงเหมาะกับการฝึกภาษาอังกฤษ

ผู้แต่งใช้ภาษาอย่างง่ายแทนการใช้บทกวีเพื่อให้ผู้อ่านอ่านได้อย่างลื่นไหล ในหนังสือเล่มนี้บรรจุไปด้วยความรู้ที่ทำให้มันเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนภาษาอังกฤษ อาทิเช่น คำศัพท์ และไวยากรณ์ระดับสูง

9. “Green Eggs and Ham” by Dr. Seuss

image04

เจ้าแมว นามว่า แซม ผู้ชื่นชอบไข่กับแฮม แซมแบ่งให้เพื่อนๆ ของพวกมันกิน ทว่าไม่มีใครชอบกินอาหารชนิดนี้เลย เมื่อพวกมันต้องเดินทางเป็นเวลานานโดยปราศจากอาหารและจากคำเชิญชวนของแซม แมวตัวอื่นจึงยอมกินไข่กับแฮมเพื่อประทังชีวิต แต่ไม่ว่าพวกมันจะชอบกินแฮมกับไข่หรือไม่ก็ต้องติดตามกันต่อในหนังสือ

ทำไมหนังสือเล่มนี้จึงเหมาะกับการฝึกภาษาอังกฤษ

ผู้แต่งถ่ายทอดเรื่องราวในรูปแบบของบทกวี มีทั้งการใช้สัมผัสคล้องจองและคำซ้ำเพื่อกระตุ้นความจำของผู้อ่าน นอกจากนี้ คำศัพท์ที่ใช้ในเรื่องก็ยังเป็นคำศัพท์ที่เคยผ่านตาเรามาบ้างแต่ผู้แต่งกลับใช้คำศัพท์เหล่านี้ถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างชาญฉลาด

10. “The Cat in the Hat” by Dr. Seuss

image05

เรื่องราวของ 2 พี่น้อง วันหนึ่งทั้งคู่ต้องอาศัยอยู่ในบ้านเพราะสภาพอากาศหนาวเย็นและมีฝนตก พวกเขาวางแผนหาเรื่องสนุกๆ ทำเนื่องจากพ่อแม่ไม่อยู่บ้าน ทันใดนั้น มีแมวสวมหมวกตัวหนึ่งเคาะประตูและถือโอกาสเข้ามาในบ้าน เจ้าแมวสร้างความวุ่นวายภายในบ้านอย่างมากมายโดยยื่นข้อเสนอให้ทั้งสองพี่น้องช่วยกันทำความสะอาดให้เสร็จทันก่อนพ่อแม่ของพวกเขากลับมา ทั้งสองคนจะปฏิบัติภารกิจสำเร็จหรือไม่นั้นก็ต้องติดตามกันต่อในหนังสือนะคะ

ทำไมหนังสือเล่มนี้จึงเหมาะกับการฝึกภาษาอังกฤษ

The cat in the hat เหมาะกับผู้เรียนภาษาอังกฤษเป็นอย่างมาก ด้วยภาษาที่อ่านเข้าใจง่ายและมีคำศัพท์หลากหลาย

ในหนังสือสำหรับเด็กเหล่านี้ช่วยให้คุณ หรือเด็กๆที่บ้าน พัฒนาทักษะทางภาษาอังกฤษได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น คำศัพท์ หลักไวยากรณ์ และการเรียนรู้บทกวีต่างๆ นอกจากนี้ยังจะได้รับความเพลิดเพลินเรียนข้อคิดไปในเวลาเดียวกัน ดังนั้นอย่าลืมที่จะหาหนังสือเรื่องใดเรื่องหนึ่งมาอ่านกันนะคะ

ขอบคุณข้อมูลจาก: www.fluentu.com

 






www.dailyenglish.in.th


โดย: มิส  รุ่งอรุณ    ชัยเขต
งาน: กลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: www.dailyenglish.in.th

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 1

อ่าน 2 ครั้ง