[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

การป้องกันและรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธ์ใหม่ ชนิด เอ (เอช1 เอ็น1)

การป้องกันและรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธ์ุใหม่ ชนิด เอ (เอช1 เอ็น1)

 

ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร กับเว็บไซต์วิชาการดอทคอม
www.msd.bangkok.go.th


สาเหตุ

         เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ชนิด A สายพันธุ์ H1 N1 

การติดต่อ 
         ติดต่อโดยการ ไอ จามรดกัน โดยตรง หรือหายใจเอาฝอยละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย หรือผ่านทางมือที่สมัผัสสิ่งของปนเปื้อนเชื้อโรค เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได โทรทัพท์ เป็นต้น แล้วใช้มือแคะจมูก ขยี้ตา ป้ายปาก โดยไม่ล้างมอืด้วยสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจล

         ผู้ป่วยอาจเริ่มแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ 1 วันก่อนป่วย ช่วง 3 วันแรกจะแพร่เชื้อได้มากที่สุด   และระยะเวลาแพร่เชื้อมักไม่เกิน 7 วัน
องค์การอนามัยโลกกำหนดระดับการแพร่ระบาด
ระดับที่ 6    เชื้อไวรัสชนิดนี้ติดต่อจากคนสู่คนเป็นวงกว้าง   เกิดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกำลังจะแพร่กระจายทั่วโลก

อาการของโรค

        ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเริ่มมีอาการหลังได้รับเชื้อไวรัส 1-3 วัน   น้อยรายที่นานถึง 7 วัน อาการป่วยใกล้เคียงกับโรคไข้หวัดใหญ่ที่เกิดขึ้นทั่วไป  เช่น มีไข้สูง ปวดศรีษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ไอ เจ็บคอ อาจมีอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย หรือปอดบวมร่วมด้วย

        ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง หายป่วยได้โดยไม่ต้องนอนรักษาในโรงพยาบาล อาจจะทะลุเลาและหายป่วยภายใน 5-7 วัน
การตรวจวินิจฉัยโรค

        ผู้ป่วยต้องสงสัยจะถูกตรวจสารคัดหลั่งภายในลำคอ เพื่อส่งตรวจยืนยันหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งสามารถทราบผลได้ภายใน 4-6 ชั่วโมง โดยมีเครือข่ายชันสูตรทั่วประเทศ

การป้องกัน

        - หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้ที่มีอาการไข้หวัดใหญ่
        - ไม่ควรอยู่ในสถานที่แออัด หรือที่ชุมชน
        - ไม่ควรใช้แก้วน้ำ หลอดน้ำ ช้อนอาหาร ผ้าเช็ดมือ ผ้าเช้ดหน้าร่วมกับผู้อื่น โดยเฉพาะผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่
        - ใช้ช้อนกลางทุกครั้งเมื่อรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น
        - หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำ และสบู่ หรือแอกอฮอล์เจล โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังไอ จาม และทิ้งกระดาษ เช็ดน้ำมูก น้ำลาย ในภาชนะที่มีฝาปิด
        - รักษาสุขภาพให้แข็งแรง โดยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
        - หากต้องดูแลผู้ป่วยควรสวมหน้ากากอนามัย และให้ผู้ป่วยสวมหน้ากากอนามัยด้วย หลังดูแลผู้ป่วยทุกครั้งควรรีบล้างมือด้วยน้ำ และสบู่ หรือแลกอฮอล์เจล ผู้ป่วยที่มีอาการป่วย ควรหยุดงาน กรณีนักเรียนต้องให้หยุดเรียนพักอยู่กับบ้าน ไม่เข้าไปในที่ชุมชน

การรักษา

         ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง เช่น มีไข้สูง และมีอาการไขหวัดใหญ่ชัดเจนควรรีบไปโรงพยาบาลทันที แพทย์จะพิจารณาตรวจสารคัดหลั่งบริเวณลำคอ เพื่อประกอบการวินิจฉัย และให้ยาต้านไวรัส คือ ยาโอลเซลทามิเวียร์ (oseltamivir) เป็นยาชนิดรับประทาน หรือยาซานามิเวียร์ (zanamivia) เป็นยาชนิดพ่น หากผู้ป่วยได้รับยา ภายใน 2 วันหลังเริ่มป่วย จะให้ผลการรักษาดี

ผู้ป่วยที่อาการไม่มาก เช่น ไข้ต่ำๆ ตัวไม่ร้อนจัดและยังรับประทานอาหารได้ สามารถดูแลรักษาตัวที่บ้านโดย

        - รับประทานยาตามอาการ เช่น ยาลดไข้พาราเซตามอล และเช็ดตัวลดไข้เป็นระยะด้วยน้ำสะอาดไม่เย็น ดื่มน้ำสะอาด และน้ำผลไม้มากๆ งดดื่มน้ำเย็น
        - พยายามรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้พอเพียง
        - นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ในห้องที่มีอากาศถ่ายเทดี
        - ไม่จำเป็นต้องรับประทานยาปฏิชีวนะ ยกเว้รมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ซึ่งต้องรับประทานยาจนหมดตามแพทย์สั่ง เพื่อป้องกันเชื้อดื้อยา

สถานการณ์
โรคไข้หวัด สายพันธุ์ใหม่ ชนิด เอ (เอช1 เอ็น1)

        โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในคน แพร่ติดต่แระหว่างคนสู่คน เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ชนิด เอ เอช1 เอ็น1 A(H1 N1) ซึ่งเป็นเชื้อชนิดใหม่ที่ไม่เคยพบทั้งในสุกร และในคน กระทรวงสาธาณสุขเรีกยเชื้อโรคนี้ว่า “โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ (เอช1 เอ็น1)”

        เชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์นี้ มีความุรนแรงของโรคน้อยกว่าไข้หวัดนกประมาณ 10 เท่า แต่มีอำนาจการแพร่กระจายเชื้อมากกว่าและรวดเร็วกว่า ซึ่งในขณะนี้เชื้อได้แพร่กระจายไปทุกภูมิภาค องค์การอนามัยโลกประกาศ การแพร่ระบาดของโรคเข้าสู่ระดับที่6






http://www.vcharkarn.com


โดย: มิส  ธณัฐวรรณ    โอวาทสาร
งาน: งานบริหารระดับชั้น ป.1
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: http://www.vcharkarn.com/varticle/39194

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 1 ครั้ง