[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

สถานที่สำคัญในกรุงโรม

1. Basilica of Saint Mary in Cosmedin (Basilica di Santa Maria in Cosmedin)

Stmaryalphege

          โบสถ์ซานตา มาเรียน อิน คอมเมดิน สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 6 ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้หลั่งไหลมาด้วยภาพสลัก Bocca della Verita หรือ The Month of Truth อันเลื่องชื่อ ตรงระเบียงทางเข้าโบสถ์ภาพแกะสลักหินอ่อนรูปใบหน้าคนนี้มีความเชื่อว่าสามารถจับเท็จคนโกหกได้  โดยการยื่นมือเข้าไปที่ช่องปากของภาพแกะสลักและกล่าวคำสาบาน หากโกหกภาพสลักนี้จะงับมือขาด และยิ่งโด่งดังมากยิ่งขึ้นนับตั้งแต่ออเดรย์ เฮพเบิร์น ได้ยื่นมือของเธอเข้าไปในช่องปากในภาพยนตร์เรื่อง Roman Holiday ซึ่งออกฉายในปี ผค.ศ. 1953

2. Colosseum

rome-built-in-a-day

         โคลอสเซียม สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี ค.ศ. 72 เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่และสัญลักษณ์สำคัญของกรุงโรม สนามกีฬากลางแจ้งแห่งนี้ มีขนาดใหญ่โต และงดงามด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมที่เป็นอัฒจรรย์รูปวงกลม ก่อสร้างด้วยอิฐและทราย เพื่อใช้เป็นสถานที่ชมกีฬาในสมัยโรมันโบราณ ซึ่งได้ให้นักโทษหรือทาสต่อสู้กับสัตว์ที่ดุร้ายอย่างเสือและสิงโต หรือบางครั้งเป็นการต่อสู้ระหว่างคนกับคน หากใครเป็นผู้ชนะก็จะได้รับอิสรภาพ และหากเป็นผู้แพ้จะต้องแลกด้วยชีวิต ถึงแม้โคลอสเซียมในปัจจุบันจะหลงเหลือซากอยู่เพียง 1 ใน 3 ของอดีต แต่ก็ถือว่าเป็นโบราณสถานอายุกว่า 2,000 ปีที่สภาพค่อนข้างดีหากเมื่อเทียบกับสิ่งก่อสร้างจากสมัยโรมันอื่นๆ และเป็นตัวอย่างที่ดีในการศึกษาสถาปัตยกรรมแบบโรมันที่ใช้เสา คาน และประตูทรงโค้งมาประกอบกัน ใกล้ๆกับโคลอสเซียมเป็นที่ตั้งของประตูชัยคอนสแตนดิน (Arch of Constantine) ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 315 เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะในการต่อสู้กับศัตรูของจักรพรรดิคอนสแตนตินอีกด้วย

3. Monument of Victor Emmanuel II

 Rome - Monument Victor Emanuel II

          อนุสาวรีย์กษัตริย์วิคเตอร์ เอมมานูเอลที่ 2 อนุสาวรีย์อันใหญ่โตและสวยงามนี้สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงกษัตริย์วิคเตอร์ เอมมานูเอลที่ 2 ผู้รวมอิตาลีเป็นชาติเดียวกัน สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1911-1935 ทำจากหินอ่อนสีขาวทั้งหมด

4. The Pantheon (Pantheon)

pantheon

          แพทธิออน วิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาเหล่าทวยเทพของกรีกโบราณ ออกแบบโดยมาร์คัส วิพซานิอัส อกริพพา เดิมสร้างขึ้นตั้งแต่ 27 ปีก่อนคริสตศักราช ต่อมาถูกไฟไหม้และได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 118 และเป็นวิหารยุคโรมันที่เก่าแก่ที่สุดและคงสภาพสมบูรณ์เกือบทั้งหมดมาจนถึงทุกวันนี้ ความน่าทึ่งของวิหารนี้คือการออกแบบด้านหน้าของวิหารที่เป็นเสากับหน้าจั่ว แต่หลังคาถูกออกแบบเป็นโดมครอบอาคารทรงกลม รวมทั้งความสูงจากพื้นถึงช่องตา (Oculus) บนเพดานและเส้นผ่าศูนย์กลางของโดมด้านในเท่ากัน 43.3 เมตร เอกลักษณ์ที่หลายคนรู้จักคือช่องโหว่กลางหลังคาโดมที่ใช้เปิดรับแสง แต่ก็มีการเจาะรูเล็กๆบนพื้นเพื่อเป็นการระบายน้ำฝนที่ตกเข้ามาในวิหารด้วย วิหารแพนธีออนยังเป็นที่ฝังพระศพของกษัตริย์วิคเตอร์ เอมมานูเอลที่ 2 และราฟาเอล ศิลปินชื่อก้องโลกอีกด้วย

5. Navona Square (Piazza Navona)

8

          เปียซซา นาโวนา ย่านศิลปะอันน่ารื่นรมย์ใจกลางกรุงโรมที่เต็มไปด้วยอาคารสถาปัตยกรรมจากสมัยบาโรก รายล้อมด้วยร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านไอศกรีม ตลอดจนศิลปินวาดรูปและนักดนตรีเปิดหมวกมากมาย โดยพระเอกของย่านนี้คือรูปปั้น Fountain of Four Rivers ผลงานชิ้นเอกของแบร์นินี ที่สื่อถึงแม่น้ำ 4 สายสำคัญของโลก ได้แก่ ไนล์ คงคา ดานูบ และเพลท อีกทั้งในช่วงเทศกาลคริสต์มาส ย่านนี้จะเต็มไปด้วยสีสันของแสงไฟสวยงาม ต้นคริสต์มาสและร้านค้าที่เปิดขายของกันอย่างคึกคัก

6. Roman Foru

italy-roman-forum          โรมันฟอรัม ตั้งอยู่ไม่ไกลจากพาลาติเนฮิลล์ บริเวณนี้เคยเป็นศูนย์กลางด้านการค้าขาย การเมือง และศาสนาของกรุงโรมสมัยโบราณ ดังนั้นจึงกลายเป็นแหล่งรวบรวมโครงสร้างและซากปรักหักพังที่เก่าแก่กว่า 2,000 ปี โดยตัวอาคารทั้งหมดใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 900 ปี สิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นในบริเวณนี้มีหลายอย่างดกัน เช่น ประตูชัยแห่งติตุส (The Arch of Titus) วิหารจูเลียส ซีซาร์ (Temple of Julius Caesar) เทวสถานแห่งอันโตนิอุสและฟาอัสตินา (Temple of  Antonius and Faustina) ศาลบาซิลลิกา เอมีเลีย (Basillica Aemilica) ประตูชัยแห่งเซปติมิอุส เซเวรุส (Arch of Septimius Severus) รวมทั้งวิหารเทพเจ้าแซเทิร์น (Temple of Saturn) ที่เก่าแก่ที่สุดในฟอรัม เป็นต้น

7. Spanish Steps (Scalinata della Trinita dei Monti) และย่าน Piazza di Spagna)

        Spanish Steps

            บันไดสเปน บันไดที่กว้างที่สุดและยาวที่สุดในทวีปยุโรป สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1723-1725 มีทั้งหมด 138 ขั้น เริ่มจากปลายเนินเขา Pincio ขึ้นไปสู่โบสถ์ Trinita dei Monti สาเหตุที่ได้ชื่อว่าบันไดสเปน เนื่องจากในอดีตมีสถานทูตสเปนประจำนครรัฐวาติกันตั้งอยู่ใกล้ๆ ปัจจุบันย่าน Piazza di Spagna ได้กลายเป็นแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร ร้านกาแฟ โรงแรม ที่นัดพบวัยรุ่น รวมทั้งในช่วงหน้าร้อนของทุกปีบันไดสเปนยังถูกแปลงโฉมเป็นรันเวย์สำหรับการเดินแฟชั่นโชว์อีกด้วย

8. Trevi Fountain (Fontana di Trevi)

 Rome-day_2360050c

          น้ำพุเทรวี่ออกแบบโดยนิโคลา ซัลวี สร้างจากหินอ่อนในสไตล์บาโรกโดดเด่นด้วยฉากหลังที่มีเทพเจ้าเนปจูนขี่รถม้าติดปีกอยู่ตรงกลางขนาบข้างด้วยไตตันสองตนที่กำลังปราบม้าทะเล การเดินทางสู่น้ำพุเทรวี่สามารถเดินได้จากบันไดสเปน (Spanish Stair) และจัตุรัสนาโวนา (Piazza Navona) โดยเดินผ่านเข้ามาทางถนนแคบๆหรือตรอกซอยเล็กๆที่มีความรู้สึกว่าเป็นแหล่งชุมชนมากว่าเป็นเส้นทางประวัติศาสตร์ และก็อย่าเพิ่งคิดว่าหลงทาง เพราะน้ำพุขนาดมหึมาซ่อนตัวอยู่ในละแวกนั้นจริงๆ

            ตามธรรมเนียมปฏิบัติในการมาเยือนน้ำพุเทรวี่ของนักท่องเที่ยวคือหันหลังแล้วโยนเหรียญข้ามหัวไหล่ลงไปในบ่อน้ำพุ ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้คุณได้กลับมายังกรุงโรมอีกครั้ง (ทุกวันนี้ยังมีการโยนเหรียญรูปแบบอื่นๆ เช่น โยนเหรียญ 2 เหรียญเชื่อว่าจะทำให้ได้แต่งงานและโยนเหรียญ 3 เหรียญเชื่อว่าจะทำให้เกิดการหย่าร้าง น้ำพุเทรวี่เปิดให้ชมฟรีทั้งวันทั้งคืน ดังนั้นหากโปรแกรมแน่นขนัดจนไม่มีเวลา ขอให้เก็บน้ำพุเทรวี่ไว้เยี่ยมชมตอนกลางคืนที่สวยจับใจไม่แพ้กัน แถมยังไม่ต้องเบียดเสียดกับผู้คนล้นหลามอย่างเช่นในตอนกลางวัน

9. State of the Vatican City

 Rome

          นครรัฐวาติกัน เป็นประเทศอิสระที่มีขนดเล็กที่สุดในโลก ที่มีพื้นที่เพียง 0.44 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรมและทำให้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เมื่อไปเยือนโรมแล้วต้องไม่พลาดไปเด็ดขาด และแม้ว่าจะเป็นที่ประเทศหนึ่ง แต่ไม่ต้องจัดการเรื่องหนังสือเดินทาง หรือวีซ่าเพิ่มเติมแต่ประการใด นครแห่งนี้เป็นที่ประทับขององค์พระสันตะปาปา ประมุขสูงสุดแห่งศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก มีจุดศูนย์กลางคือมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (Saint Peter’s Square หรือ Piazza San Pietro) ลานกว้างรูปวงกลม ที่มีเสาโอบิลิสก์โบราณจากอียิปต์สูง 25.5 เมตรตั้งอยู่ตรงกลาง ลานนี้เป็นผลงานการออกแบบที่เลื่องชื่อของแบร์นินี โดยเฉพาะเสา 284 ต้นที่รองรับหลังคาอาคารรูปครึ่งวงกลมทั้งสองด้าน และสถานที่บริเวณนีใช้เป็นที่ชุมนุมคริสต์ ศานิกชนที่มาเข้าเฝ้าพระสันตะปาปาในโอกาสสำคัญต่างๆ

 

10. Basilica of St. Peter (Basilica di San Pietro)

 images (3)

                มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์คือมหาวิหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เริ่มสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ.1506 และเสร็จเมื่อปี ค.ศ.1626 โดยไมเคิลแองเจลโลเป็นผู้ออกแบบโดมขนาดมหึมาบนมหาวิหารสูง 136.57 เมตร มหาวิหารแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของคริสตชนนิกายโรมันคาทอลิก โดยใช้เป็นที่ประกอบพิธีต่างๆที่เกี่ยวกับพระสันตะปาปา รวมทั้งเป็นที่ฝังร่างของพระสันตะปาปาและบุคคลสำคัญหลายท่าน สามารถจุคนได้กว่า 60,000 คน ภายในมหาวิหารยังบรรจุงานศิลปะชิ้นเอกมากมาย เช่น Pieta รูปสลักหินอ่อนพระแม่มารีอุ้มศพพระเยซูไว้บนตัก ผลงานของไมเคิลแองเจลโล อนุสาวรีย์ Cristina of Sweden ของคาร์โล ฟอนตานา ศาลาคาโนบี (Canopy) และอนุสาวรีย์อูบาโนที่แปดของแบร์นินี (Urbano VIII) โดยผู้เข้าชมทั้งชายและหญิงต้องแต่งกายสุภาพ

 








โดย: มิส  ศากุล    ตานะเศรษฐ
งาน: กลุ่มสาระศิลปะ
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: https://pitchapa119.wordpress.com/category/6-%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%A1/

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 3 ครั้ง