[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

สมาร์ททีวี VS ทีวีดิจิตอล แตกต่างกันอย่างไร

ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนเลยว่าโทรทัศน์ในปัจจุบันนี้มีแบบไหนบ้าง และมีการทำงานแตกต่างกันอย่างไรบ้าง บางท่านยังมีความสงสัยว่าทีวีดิจิตอลเป็นสมาร์ททีวีไหม และเมื่อมีความยุ่งยากในการทำความเข้าใจก่อนการซื้อทำให้คนส่วนใหญ่ เลือกซื้อโทรทัศน์เพียงเพราะรูปลักษณ์ภายนอก ได้แก่ ความกว้างของหน้าจอ สีสันสดใสสวยงามของการแสดงภาพ เสียงดี แบรนด์ที่มีชื่อเสียง และความคุ้มค่าของราคา แต่ไม่ได้ดูจุดประสงค์เลยว่าเราจะนำไปใช้งานอะไรบ้าง ในวันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยกันว่า โทรทัศน์ในปัจจุบันมีกี่ประเภทและมีอะไรที่แตกต่างกัน

มาดูประเภทของทีวีกันดีกว่า

Smart TV

ทีวีอัจฉริยะนั่นเอง มีรูปแบบการทำงานคล้ายๆ กับสมาร์ทโฟน มีแอพพลิเคชั่นมากมายให้เลือกใช้ เป็นฟังก์ชั่นที่ให้มากกว่าการโทรและส่งข้อความ เป็นการรวมฟังก์ชั่นของทีวี คอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ต ไว้ในจอเดียวกัน ทำให้เราสามารถรับชมสิ่งต่างๆ นอกเหนือจากการดูทีวีได้ เช่น การเล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง เล่นอินเตอร์เน็ต Facebook Twitter คุย Skype ผ่านทางจอได้ สามารถอ่านข่าวบนเว็บไซต์ต่างๆ หรืออ่านข่าวออนไลน์ได้ พร้อมๆ กับการรับชมโทรทัศน์ระบบปกติได้ และในบางรุ่นยังสามารถรองรับการแสดงภาพแบบ 3 มิติได้ด้วย แต่ต้องมีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเข้ากับตัวทีวีซะก่อน บางท่านก็เรียก Smart TV ว่าเป็น Internet TV แต่ Smart TV รุ่นที่ผลิตจอแสดงผลแบบ 3 มิติออกมาด้วยนั้น ราคาจะสูงกว่า Smart TV ปกติ หรือ ทีวี 3 มิติแบบธรรมดาอย่างแน่นอน ยี่ห้อดังๆ ที่ผลิต Smart TV ออกมาและเป็นที่นิยมมีดังนี้

LG – เป็นยี่ห้อที่ได้รับการโหวตจากทั่วโลกว่าเป็นโทรทัศน์ที่ดีที่สุด และยังคงติด Top Chart ของโทรทัศน์มาตลอดไม่เคยตกกระแส มีการผลิตโทรทัศน์ออกมามากมายหลายรุ่น และรุ่นยอดฮิตที่กำลังมาแรงในปี 2017 ก็คือ LG 32in. 32LB551D ราคาประมาณ 8,190 บาท

Toshiba – โตชิบ้าก็เป็นอีกหนึ่งยี่ห้อที่อยู่คู่คนไทยมานาน ซึ่งรุ่นที่อันดับเรตติ้งที่ดีที่สุดในปี 2017 ก็คือ รุ่น TOSHIBA Regza 24in. 24PB1T

Panasonic – แบรนด์นี้จะได้รับความนิยมรองลงมาจาก LG  ด้วยความคงทน แข็งแรงและคุณภาพที่ดีของเสียง และการพัฒนารูปแบบและจอแสดงผลที่ดีขึ้นทำให้ตามตูดยี่ห้ออันดับ 1 มาติดๆ ส่วนรุ่นที่ได้รับการโหวตมากที่สุดในปี 2017 ก็คือ รุ่น Panasonic VIERA 50in. TH-50A410T ราคาประมาณ 16,990 บาท

ทีวี 3 มิติ

ทีวี 3 มิติ

หรือจอโทรทัศน์ที่สามารถมองเห็นภาพในลักษณะของมิติ ตื้น ลึก หน้า บาง ลอยได้ อย่างเห็นได้ชัดเจน ถ้าเปรียบเทียบกับภาพ 2 มิติจากจอทีวีธรรมดาก็จะเป็นภาพแบนๆ ติดจอ ความสมจริงของภาพ 3 มิตินั้นจะมีมากกว่า ซึ่งประโยชน์ที่ได้จากจอ 3 มิติ ก็คือ ความสมจริง และอรรถรสในการรับชมที่มากกว่า เสมือนเรากำลังอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ แต่ข้อด้อยของจอ 3 มิติ ก็คือ ต้องมีตัวช่วยในการรับชม นั่นก็คือ แว่นตา 3 มิตินั่นเอง อาจจะก่อให้เกิดความรำคาญ ระหว่างการรับชมภาพยนตร์ได้ หากไม่ใส่ก็ไม่ได้เพราะอาจจะทำให้เสียสายตาได้ และที่สำคัญราคาแพงกว่าโทรทัศน์ทั่วไปในระดับหนึ่ง

ไม่เพียงแต่ยี่ห้อหรือแบรนด์ของทีวีเท่านั้นที่เป็นข้อแตกต่างกันยังมีเรื่องของระบบรับสัญญาณโทรทัศน์ก็มีถึง 2 ระบบ

ระบบ Analogue

เป็นระบบที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันก็คือ ระบบ Analog นั่นเอง เป็นการนำเอาสัญญาณภาพมาผสมกับสัญญาณวิทยุ โดยใช้สถานีโทรทัศน์ภาคพื้นดินเป็นตัวส่งสัญญาณ ซึ่งตามบ้านก็จะใช้เสาอากาศรับ ที่เรียกว่า เสากางปลา หรือ เสาหนวดกุ้ง นั่นเอง ซึ่งข้อเสียของระบบ Analog ก็คือ ถูกรบกวนได้ง่าย อาจจะทำให้สัญญาณภาพขาดหายได้

ระบบ Digital TV

คือ ระบบที่รองรับการออกอากาศในรูปแบบดิจิตอล ให้สัญญาณภาพและเสียงที่มีคุณภาพกว่าระบบอนาล็อก และใช้คลื่นความถี่ที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดย Digital TV จะใช้สัญญาณดิจิตอลที่ถูกบีบอัดเข้ารหัสที่มีค่าเป็น 0 กับ 1 เท่านั้น ซึ่งในหนึ่งช่วงความถี่จะสามารถนำมาส่งได้หลายรายการโทรทัศน์ พร้อมสัญญาณภาพและเสียงที่มีความละเอียดและคมชัดมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันต่างประเทศได้เปลี่ยนมาใช้ระบบ Digital TV ประมาณ 38 ประเทศแล้ว

ตอบคำถาม สมาร์ททีวี VS ทีวีดิจิตอล แตกต่างกันอย่างไร

แตกต่างกันตรงที่สมาร์ททีวีเป็นประเภทของโทรทัศน์ ส่วนทีวีดิจิตอลคือระบบการรอบรับสัญญาณโทรทัศน์นั่นเอง พูดง่ายๆ คือ โทรทัศน์ในปัจจุบันนี้รุ่นใหม่ๆ ส่วนมากจะผลิตออกมาเป็นสมาร์ททีวีอยู่แล้ว เป็นโทรทัศน์อัจฉริยะที่สามารถรอบรับระบบดิจิตอลได้ ไม่ต้องมานั่งใช้เสากางปลาหรือเสาหนวดกุ้งอีกต่อไปแล้ว เพราะระบบสัญญาณของตัวสมาร์ททีวีสร้างการรองรับสัญญาณระบบดิจิตอลมาเรียบร้อยแล้ว ข้อดีสำหรับระบบดิจิตอล  คือ นอกจากคุณภาพของสัญญาณภาพและเสียงที่คมชัดขึ้น เนื่องจากสามารถส่งสัญญาณ FULL HD TV ได้เสถียรและไกลมากขึ้นแล้วนั้น ยังมาพร้อมกับช่องที่เพิ่มขึ้นถึง 48 ช่องด้วยกัน แบ่งเป็น 24 ช่องบริการในกลุ่มธุรกิจ 12 ช่องบริการสาธารณะ และอีก 12 ช่องกิจการบริการชุมชน  แต่สำหรับบ้านของบางท่านที่ไม่อยากเปลี่ยนโทรทัศน์เครื่องใหม่ ท่านเพียงแค่ไปซื้อกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลมาต่อกับเสากางปลาที่บ้านก็สามารถรับชมโทรทัศน์เป็นระบบดิจิตอลได้เช่นกัน






http://www.central.co.th/e-shopping/smart-tv-vs-digital-tv/


โดย: มาสเตอร์  สิงห์คำ    เจนจิตร์สันติ
งาน: งานทรัพย์สินโรงเรียน
อ้างอิงแผนงาน : บริหารจัดการระบบบัญชีทรัพย์สินของโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพ
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: http://www.central.co.th/e-shopping/smart-tv-vs-digital-tv/

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 2 ครั้ง