[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

เพิ่มความมั่งคั่งกับเงินออม 3 บัญชี

เพิ่มความมั่งคั่งกับเงินออม 3 บัญชี

 

ถ้าเรามีทั้ง 3 บัญชีนี้เราจะสามารถสร้างสภาพคล่องได้ในระยะสั้น มีเงินเพื่อเป้าหมายต่างๆ ในระยะปานกลางและมีเงินใช้อย่างสุขสบายไปถึงช่วงโค้งสุดท้ายในวัยเกษียณเลยนะจ๊ะ

 

บัญชีที่ 1 สะสมเงินระยะสั้น : เงินฉุกเฉิน

แนวคิด :

  • เก็บไว้ใช้ในช่วงดราม่าของชีวิต เช่น ตกงาน เกิดอุบัติเหตุ น้ำท่วม ไฟไหม้ รถเสีย เจ็บป่วย ลูกค้าจ่ายเงินล่าช้า เราจะได้ดึงเงินฉุกเฉินก้อนนี้มาสร้างสภาพคล่องชั่วคราวได้ โดยไม่ต้องไปขอยืมเงินคนอื่นหรือกู้ยืมเงินให้เสียดอกเบี้ย (เช่น การใช้บัตรกดเงินสดหรือบัตรเครดิต)

  • ควรเก็บเงินฉุกเฉินไว้ 3 - 6 เท่าของค่าใช้จ่าย แต่ถ้าเรารู้สึกว่ามันน้อยไปก็อาจจะเก็บไว้ 1 ปีก็ได้เพื่อความอุ่นใจ แต่ว่าเก็บมากกว่านี้ก็ไม่ดีเพราะจะเสียโอกาสในการลงทุน

    •  ตัวอย่างเรามีรายจ่ายเดือนละ 10,000 บาท ควรเก็บเงินฉุกเฉินให้ได้ประมาณ 30,000 - 120,000 บาท (เราจะรู้ว่าแต่ละเดือนใช้จ่ายเท่าไหร่ก็จะต้องจดบัญชีรายจ่ายนะจ๊ะ)

 

แหล่งเก็บเงิน : 

  • ควรมีสภาพคล่องสูงเพราะถอนออกมาใช้ได้ง่าย ความเสี่ยงต่ำเงินต้นของเราจะได้อยู่ครบ เช่น เงินฝากออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง กองทุนรวมตลาดเงิน มีตัวอย่าง แหล่งเก็บเงินฉุกเฉินที่น่าสนใจ อ่านรายละเอียดให้เข้าใจว่าแต่ละบัญชีทำอะไรได้บ้างก่อนตัดสินใจเปิดใช้บริการนะจ๊ะ

 

เงินฝากออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง

ให้ผลตอบแทนมากกว่าออมทรัพย์แบบทั่วไป (ดอกเบี้ย 0.5%)  เหมาะสมที่จะพักเงินไว้ระยะสั้นได้ (ลิงค์ข้อมูลอยู่ท้ายบทความ)

ออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง.jpg

 

กองทุนรวมตลาดเงิน

มีสภาพคล่องดีเพราะขายหน่วยลงทุนวันนี้ได้เงินวันรุ่งขึ้น ความเสี่ยงต่ำระดับ 1 - 2 (ความเสี่ยงสูง คือ 8) ให้ผลตอบแทนมากกว่าการฝากเงินแบบทั่วไปไม่มีค่าธรรมเนียมการซื้อขาย แต่มีค่าธรรมเนียมที่เก็บจากกองทุนรวม (เช่น การจัดการ ผู้ดูแลผลประโยชน์ นายทะเบียน ผู้สอบบัญชีและค่าใช้จ่ายอื่นๆ) ภาพนี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ควรอ่านหนังสือชี้ชวนให้เข้าใจก่อนการลงทุน (ลิงค์ท้ายบทความ)

 

วิธีอ่านข้อมูลในภาพ

กองทุน TCMFENJOY เป็นของทุนที่ออกโดย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนยูโอบี

  • มีผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี 1.43%

  • เงินลงทุนครั้งแรก 10,000 บาท

  • เงินลงทุนครั้งต่อไปขั้นต่ำ 10,000 บาท

  • ค่าธรรมเนียมที่เก็บจากกองทุน 0.20%

 

กองทุนรวมตลาดเงิน.jpg

ขอบคุณข้อมูล : http://www.wealthmagik.com/FundInfo/TopChart.aspx ; ข้อมูลวันที่ 19 ต.ค. 60

 

 

ข้อควรระวัง

กรณีที่ 1 : เก็บเงินระยะยาวจนลืมเผื่อเงินไว้ระยะสั้น

เคยเจอแฟนเพจคนหนึ่งสอบถามเข้ามาว่า “มีเงินก้อนหนึ่งเอาไปเก็บไว้ที่ไหนดี” ก่อนจะให้คำตอบเราก็สอบถามถึงรายละเอียดว่าตอนนี้เขาเก็บเงินอย่างไร มีเป้าหมายอะไรบ้าง หลังจากคุยแล้วเราก็สรุปได้ว่า แฟนเพจคนนี้วางแผนระยะยาวดีมากๆ คาดว่าเกษียณไปมีเงินใช้สุขสบายแน่นอน

แต่พอเราสอบถามว่าถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันจะต้องตกงานตอนนี้ เงินก้อนไหนจะนำมาใช้จ่ายระหว่างรองานใหม่ได้บ้าง เขาตอบกลับมาว่า “ไม่มี” เพราะเงินทุกก้อนเก็บไว้ระยะยาว ถอนออกมาใช้ตอนนี้ไม่ได้ มาถึงตรงนี้เราก็เลยตอบเขาไปว่า “ที่อยู่ของเงินก้อนนั้นควรเก็บไว้เป็นเงินฉุกเฉิน”   

 

กรณีที่ 2 : เก็บเงินฉุกเฉินไว้ในที่ที่มีความเสี่ยงสูง

บางคนต้องการเก็บเงินฉุกเฉินและอยากได้รับผลตอบแทนสูงๆ ไปพร้อมกันด้วย จึงเก็บเงินฉุกเฉินไว้ที่หุ้นรายตัว เราก็รู้กันอยู่แล้วว่าหุ้นแต่ละตัวมีราคาขึ้นลงตลอดเวลา ถ้าบังเอิญช่วงที่มีดราม่าเกิดขึ้นในชีวิตเราแล้วจะต้องรีบใช้เงิน ในขณะที่หุ้นกำลังราคาไหลลงเรื่อยๆ ตอนนั้นเราอาจจะต้องตัดสินใจขาดหุ้นขาดทุนเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายครั้งนี้ก็ได้ 

เหตุการณ์นี้นอกจากเราจุกอกเพราะหุ้นตกแล้ว ยังเจ็บใจที่เงินลงทุนหายไปอีกด้วย

 

  

บัญชีที่ 2 สะสมเงินระยะปานกลาง : เพื่อสารพัดสิ่งที่เราอยากได้

แนวคิด : 

เมื่อเราเก็บเงินฉุกเฉินครบแล้วค่อยเก็บเงินเพื่อเป้าหมายอื่นๆ ต่อไป

  • บัญชีที่ 2 สะสมเงินระยะปานกลางเพื่อสารพัดสิ่งที่เราอยากได้ เช่น การเก็บเงินไปท่องเที่ยวเพื่อหาแรงบันดาลใจในการทำงาน การเก็บเงินแต่งงาน ดาวน์บ้านหรือรถ เก็บเงินสร้างธุรกิจเล็กๆของตัวเอง การเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น ฯลฯ

  • เรื่องที่เราควรให้ความสำคัญ คือ การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อจะได้รู้ว่าจะต้องทำอะไรต่อไป เราลองมาเปรียบเทียบตัวอย่างนี้ดูนะจ๊ะ

เป้าหมายของคุณ A

เป้าหมายของคุณ B

อยากเก็บเงินซื้อบ้าน

อยากเก็บเงินซื้อบ้านราคา 2.5 ล้านบาท ที่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ในอีก 5 ปีข้างหน้า ระหว่างนี้จะสะสมเงินไว้ดาวน์บ้าน 500,000 บาท

เราจะเห็นว่าทั้งคุณ A และคุณ B มีเป้าหมายต้องการ “ซื้อบ้าน” เหมือนกัน แต่ความชัดเจนแตกต่างกัน เช่น คุณ A จะไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องเก็บเงินปีละเท่าไหร่  ในขณะที่คุณ B จะรู้ว่าตนเองจะต้องเก็บเงินปีละ 100,000 บาท (เดือนละ 8,333 บาท) ทำให้ประมาณตัวเลขค่าใช้จ่ายรายเดือนได้

 

แหล่งเก็บเงิน :

  •  

    ควรเลือกแหล่งเก็บเงินให้เหมาะสมกับความเสี่ยงของตัวเองและเหมาะกับระยะเวลาที่จะต้องใช้เงิน เราจะเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายวิธีแบบผสมกันก็ได้ จากตัวอย่างคุณ B ต้องการเก็บเงินซื้อบ้าน ยอมรับความเสี่ยงได้ต่ำถึงปานกลาง 

 

ตัวอย่างวิธีการเก็บเงิน

วิธีที่ 1 เลือกฝากประจำอย่างเดียว

  • ฝากประจำระยะเวลา 60 เดือน พอครบกำหนดได้เงินก้อน 500,000 บาท รวมกับดอกเบี้ยไปจ่ายเป็นค่าดาวน์บ้าน

 

วิธีที่ 2 เลือกสลากออมสิน (หรือ ธ.ก.ส.) กับฝากประจำ

  • ช่วง 2 ปีแรกสะสมเงินในสลากออมสินหรือ สลาก ธ.ก.ส. (ฝากระยะเวลา 3 ปี เผื่อลุ้นถูกรางวัล) 
  • ปีที่ 3 - 5 ฝากประจำระยะเวลา 36 เดือน พอครบ 5 ปีได้เงินรวม 500,000 บาท รวมกับดอกเบี้ยและรางวัลการถูกสลากไปจ่ายค่าดาวน์บ้าน

 

วิธีที่ 3 เลือกกองทุนรวมความเสี่ยงปานกลาง

  • ซื้อกองทุนรวมผสมด้วยการซื้อสะสมแบบรายเดือนๆละ 8,500 บาท พอครบ 5 ปีได้เงินมากกว่า 500,000 บาทและกำไรจากการขายกองทุนรวมเพื่อไปจ่ายค่าดาวน์บ้าน
     

 

ภาพข้างล่างนี้เป็น “ทางเลือกในการลงทุน” ที่เรียงตามระดับความเสี่ยง ตั้งแต่ซ้ายสุดจะเป็นความเสี่ยงต่ำ (ผลตอบแทนต่ำเน้นเงินต้นปลอดภัย) ตรงกลางสีส้มเป็นความเสี่ยงปานกลางและขวาสุดเป็นความเสี่ยงสูง (ผลตอบแทนสูง)  เราควรดูความเสี่ยงของตัวเองก่อนตัดสินใจลงทุนนะคะ

 

ที่มา : https://www.set.or.th/set/education/html.do?name=begin&showTitle=F

 

 

 

บัญชีที่ 3 สะสมเงินระยะยาว : ผู้สูงอายุสายเปย์

แนวคิด :

  • เราควรเป็นผู้สูงอายุที่มีเงินดูแลตัวเองได้ อยากไปเที่ยวที่ไหนก็ไป มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ตนเอง โดยไม่ต้องรอคอยความช่วยเหลือจากใคร ไม่ควรหวังพึ่งลูกหลานเพราะพวกเขาอาจจะไม่มีรายได้ที่เพียงพอมาดูแลเราก็ได้

  • เพื่อให้มองเห็นภาพมากขึ้น ควรจำลองสถานการณ์เงินหมด โดยการทดลอง “ลืมกระเป๋าสตางค์” ไว้ที่บ้านแล้วเดินทางออกไปข้างนอก เราใช้ชีวิตได้กี่ชั่วโมงถ้าไม่มีเงินติดตัวเลยสักบาท เราแทบอยู่ไม่ได้เพราะทุกอย่างรอบตัวจะต้องใช้เงินซื้อมาทั้งนั้น ถ้าเรามีประสบการณ์ไม่มีเงินแบบนี้แล้วก็จะทำให้เกิดแรงฮึดในการเก็บเงินเกษียณมากขึ้น

 

แหล่งเก็บเงิน :

  • เริ่มต้นจากสิ่งที่เรามี จัดการแผนการลงทุนของเก่าให้ดีขึ้นก่อน จากนั้นค่อยไปหาตัวอื่นเข้ามาเสริม เช่น RMF ประกันชีวิตแบบบำนาญ จากภาพข้างล่างนี้เป็นตัวอย่างการเก็บเงินเกษียณของคนทำงานแต่ละประเภท

 

เก็บเงินเกษียณ.jpg

 

สำหรับข้าราชการ

มีกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการหรือเรียกสั้นๆ ว่า “กบข.” เราสะสมเงินได้ตั้งแต่ 3 - 15% แล้วรัฐบาลก็จะจ่ายเงินสมทบเข้ามาร้อยละ 3 ของเงินเดือน เหมือนเป็นการช่วยเราออมเงินด้วย ถ้าเราต้องการมีเงินเกษียณมากขึ้นสามารถทำได้ 2 วิธี

  1. เพิ่มเงินสะสมได้สูงขึ้น ซึ่งในยุคไทยแลน์ 4.0 นี้ เราจะต้องกรอกแบบฟอร์ม “แบบแสดงความประสงคกําหนดหรือเปลี่ยนแปลงอัตราเงินสะสมสวนเพิ่ม” (ลิงก์แบบฟอร์มอยู่ท้ายบทความ) แล้วนำไปยื่นกับเจ้าหน้าที่เพื่อให้จัดการเรื่องให้เรา

  2. ปรับเปลี่ยนแผนการลงทุน ทางเลือกการลงทุนมีให้เลือกตั้งแต่ความเสี่ยงต่ำไปจนถึงความเสี่ยงสูง ถ้าเราอายุไม่มาก มีระยะเวลาการลงทุนอีกหลายสิบปี อาจจะลงทุนในแผนที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น เพื่อทำให้ได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นได้ (อ่านรายละเอียดของแต่ละแผนท้ายบทความ)

กบข. ผลตอบแทน.jpg

 

 

สำหรับพนักงานเอกชน

เงินบำนาญของคนทำงานบริษัทเอกชน คือ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (ไม่ได้มีทุกบริษัท) เราสะสมเงินเข้ากองทุนได้ตั้งแต่ 2 - 15%  ในขณะที่บริษัทช่วยเราออมเงิน ด้วยการจ่ายเงินสมทบเข้ามาในกองทุนนี้้ด้วย วิธีสร้างเงินบำนาญก็จะคล้ายๆ กับข้าราชการ

  1. เพิ่มเงินสะสมให้มากขึ้น ปัจจุบันเราสามารถจ่ายเงินสะสมมากกว่านายจ้างได้แล้ว (แต่ก็ต้องดูนโยบายของกองทุนว่ามีตัวเลือกนี้มั้ย)

  2. เปลี่ยนโนบายการลงทุน เราสามารถเลือกได้ว่าจะลงทุนแบบมีความเสี่ยงต่ำ ปานกลางหรือว่าสูง เพื่อทำให้ผลตอบแทนของเราสูงขึ้นได้ (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ สร้าง 1 ล้านแรกกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ https://goo.gl/hEVcyP)

 

 

สำหรับคนที่ทำอาชีพอิสระ

เราจะต้องบังคับตัวเองให้ออมเงิน ด้วยการส่งเงินเข้าประกันสังคมทุกเดือน ตัวช่วยอื่นๆ จากภาครัฐ เช่น กองทุนการออมแห่งชาติหรือเรียกสั้นๆว่า “กอช.” ที่เราออมและรัฐก็ช่วยออมให้เราด้วย หลักการทั้งหมดเคยเขียนไว้ในบทความหลายปีแล้ว จึงขออนุญาตไม่เขียนซ้ำนะจ๊ะ (รบกวนอ่านที่บทความ ชาติช่วย! รวยด้วยกองทุนการออมแห่งชาติ https://goo.gl/GXbUHw)

หากแหล่งเก็บเงินทั้งหมดนี้ยังไม่เพียงพอใช้ในวันเกษียณ เราจะต้องเก็บเพิ่มเองที่ RMF ประกันชีวิตแบบบำนาญ หรือช่องทางอื่นๆ ที่ช่วยรักษาเงินของเราไว้ได้ เอาล่ะ ตอนนี้เราก็รู้สาเหตุุของการแบ่งเก็บเงินตามช่วงเวลากันไปแล้วว่าเงินระยะสั้นไว้เผื่อฉุกเฉิน ระยะกลางเพื่อเป้าหมายต่างๆ ที่เราต้องการและระยะยาวเก็บไว้เพื่อเกษียณ ซึ่งแต่ละเรื่องก็จะมีตัวอย่างแหล่งเก็บเงินและวิธีการลงมือทำที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับตัวเองได้เลย ถ้าผลออกมาเป็นอย่างไรรบกวนมาอัพเดทให้อภินิหารเงินออมฟังกันบ้างนะจ๊ะ

 





https://aommoney.com/stories/pajaree/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%A1-3-%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B5/938#ja0lsudu40


โดย: มาสเตอร์  ชินโชติ    สุภารัตน์
งาน: งานบริหารกองทุน
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: https://aommoney.com/

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 4 ครั้ง