[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

"ออมเงิน" อย่างไรดี? ให้มีเงินมีใช้ยามเกษียณแบบพึ่งตนเอง

"ออมเงิน" เท่าไหร่ดี มีใช้ยามเกษียณแบบพึ่งตนเอง

บทความนี้ผมเขียนเพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญของ การออม ว่ามีผลต่ออนาคตการ ใช้ชีวิตหลังเกษียณ พูดง่ายๆ ว่าหมดแรงทำงานก็ยังมีกินมีใช้โดยไม่ต้องหวังพึ่งคนอื่น เราสามารถเก็บออมเงินในช่วงวัยทำงาน มาใช้จ่ายในช่วงวัยเกษียณได้ครับ

สถิติจากธนาคารโลก คนไทยมีอายุขัยเฉลี่ยเกือบจะ 75 ปี เข้าไปแล้ว และแนวโน้มอายุยืนขึ้นเรื่อยๆ แต่ผู้สูงอายุส่วนใหญ่กลับต้องเจอปัญหาเรื่องเงินไม่พอใช้ คนที่มีลูกหลานให้พึ่งก็โชคดีไป คนที่ไม่มีลูกหลานให้พึ่งก็ต้องทำงานต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะไม่ไหวและมีชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน

 

คนที่อยู่ในวัยทำงานควรหันมาแข่งกันออมเงิน ดีกว่าแข่งกันใช้เงินให้หมดไป

 

ในความคิดของผม การออมเงินในอัตรา 10% ของเงินเดือนเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีแต่ตัวเลขนี้ไม่พอใช้สำหรับชีวิตหลังเกษียณแบบพึ่งตนเอง เนื่องจากเงินออมมีน้อยเกินไปไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในอนาคต


สมมติ เงินเดือน 30,000 บาท ในแต่ละเดือนใช้ไป 27,000 บาท เหลือ ออม 3,000 บาท


ดังนั้น ปี เก็บออมได้ 36,000 บาท ดูผิวเผินเหมือนจะออมเงินได้เยอะ แต่ลองเทียบกับค่าใช้จ่ายเดือนละ 27,000 บาท จะพบว่าอยู่ได้ไม่ถึง 1.5 เดือนเลยครับ

ซึ่งโดยปกติอายุการทำงานคนเราน่าจะอยู่ที่ 40 ปี ก็เท่ากับว่าเก็บออมเงินไว้ใช้ยามเกษียณได้แค่ 53 เดือนหรือไม่ถึง ปีเท่านั้นเอง

 

ยังไม่นับรวมเงินเฟ้อที่ทำให้ของกินของใช้แพงขึ้น ค่าเงินในกระเป๋าสตางค์เล็กลง   

 

คราวนี้มาดูตัวเลขจริงกัน ผมอ้างอิงข้อมูลล่าสุดมาจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ คนไทยมีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือน 26,915 บาทต่อเดือน มีรายจ่ายเฉลี่ยต่อครัวเรือน 21,157 บาทต่อเดือน และมีอัตราการออมเฉลี่ยย้อนหลังประมาณ 23%

 

คุณคิดว่าออมพอมั้ย?

 

หากใช้วิธีคิดแบบด้านบนเพื่อดูว่าเพียงพอหรือไม่ โดยไม่คำนึงถึงเรื่องเงินเฟ้อ รายได้และค่าใช้จ่ายที่เปลี่ยนแปลงไป เราจะได้สูตรคำนวณอย่างง่ายว่า


อัตราการออมเฉลี่ย x จำนวนปีที่ทำงาน >= อัตราการบริโภคเฉลี่ย x จำนวนปีหลังเกษียณ


 

คนเราทำงานอายุช่วง 20 - 60 ปี เป็นเวลา 40 ปี และมีอายุขัยเฉลี่ย 75 ปี ทำให้มีอายุหลังเกษียณเป็นเวลา 15 ปี คำนวณได้ว่าอัตราออม 23% x อายุทำงาน 40 ปี น้อยกว่า อัตราการบริโภค 77% x อายุหลังเกษียณ 15 ปี

ดังนั้นคนส่วนใหญ่ยังเก็บเงินไม่เพียงพอครับ

บางคนอาจแย้งว่าอายุมากขึ้นรายได้เพิ่มขึ้นแล้วเงินออมเพิ่มขึ้นเอง ความเป็นจริงคนเรายิ่งอายุมากขึ้นจะมีภาระเพิ่มขึ้นเงินดังนั้นออมแทบจะไม่เพิ่มขึ้นเลย สรุปว่าการออมเป็นเรื่องของวินัยและความอดทนยับยั้งชั่งใจ ใช้เงินอย่างรู้คุณค่าท่ามกลางสังคมวัตถุนิยม กลับกันบางคนไม่ยอมใช้เงินเลยก็อาจไม่ค่อยมีความสุข เพราะทำเกินพอดีคิดเงินทุกเม็ดเพื่อนรอบข้างก็อาจไม่คบหาได้

 

จากสูตรด้านบน สรุปได้ว่าอัตราการออมขั้นต่ำสุดอยู่ที่ 30% ครับถึงจะเกษียณแบบพึ่งตนเองได้ แต่จะให้ดีอัตราการออมควรอยู่ในระดับ 40% - 60% เพราะเราต้องเตรียมเผื่อไว้สำหรับเงินเฟ้อและภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดฝันในอนาคต อาทิเช่น แต่งงาน ซื้อรถ ซื้อบ้าน คลอดลูก ค่าเทอม และค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น

 

"ออมเงินให้เป็น" ถือเป็นหัวใจหลักของการประสบความสำเร็จในชีวิตด้านการเงิน แต่ต้องอย่างลืมครับว่ามีอย่างอื่นด้วย เช่น รายได้เพิ่ม ลดรายจ่าย ฉลาดลงทุน ผมไม่อยากขู่ให้กลัวแต่ปัจจุบันโลกเราพิมพ์เงินออกมากันว่าเล่นอย่างสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และยุโรป มหาอำนาจทั้งนั้นเลย โดยการพิมพ์เงินยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด อนาคตอาจต้องเผชิญกับเงินเฟ้อรุนแรง (Hyper Inflation) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จะเกิดเหตุการณ์ข้าวของแพงขึ้นอย่างรวดเร็ว มีเงินก็ซื้ออะไรไม่ค่อยได้

ดังนั้น "ออมเงินให้เป็น ผมหมายถึงการจัดทัพเงินออมให้เหมาะสมและอย่าลืมนำเงินออมบางส่วนเพิ่มพูนความรู้ซึ่งถือเป็นทรัพย์ทางปัญญา เป็นนำเงินออมไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด"  ซึ่งความรู้ด้านหนึ่งที่คนไทยขาดกัน ผมพูดอยู่บ่อยๆ คือความรู้เรื่องการเงินส่วนบุคคลนี้ละครับ ลองไปศึกษากันดูนะครับ

 

"ออมเงิน" อย่างไรดี?  ให้มีเงินมีใช้ยามเกษียณแบบพึ่งตนเอง






https://aommoney.com/


โดย: มิส  รุ่งทิวา    สาลีศิลป์
งาน: งานงบประมาณ การเงิน การบัญชี
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: https://aommoney.com/

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 2 ครั้ง