[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

รู้ไหม...แค่แสงสว่างไม่พอก็กลายเป็นอันตรายในที่ทำงานได้

รู้ไหม...แค่แสงสว่างไม่พอก็กลายเป็นอันตรายในที่ทำงานได้

เผยแพร่: 

   ปรับปรุง:     โดย: MGR Online
นางสิริวิมล ชื่นบาน
 
นางสิริวิมล ชื่นบาน
 

 
ถ้าพูดว่าความอันตรายในสถานที่ทำงาน บางคนอาจจะคิดถึง ไฟไหม้ ระเบิด การตกจากที่สูง แต่ความอันตรายจากการทำงานนั้นสามารถเกิดได้ทั้งจากตัวเราและจากสถานที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแสง เสียง อากาศ ความร้อนความเย็น ปริมาณความชื้น ซึ่งหลายคนคงสงสัยว่าของพวกนี้มันจะทำให้เกิดอันตรายได้ยังไง 

มุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับอันตรายในที่ทำงานนี้ นางสิริวิมล ชื่นบาน ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ได้เปิดให้เห็นระหว่างได้รับเชิญเป็นบุคคลต้นแบบจุดประกายความสนใจในอาชีพสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิทศวกรรมและคณิตศาสตร์หรือสะเต็ม (STEM) ในโครงการ Enjoy Science Careers Year 2: สนุกกับอาชีพวิทย์ ปีที่ 2 

“ลองนึกภาพตามนี้นะในสถานที่ทำงานแต่ละที่จะมีการประกอบการทำงานด้วยลักษณะงานที่แตกต่างกัน และงานแต่ละอย่างจะต้องการสภาพแวดล้อมที่ต่างกันเช่นเรื่องแสง โดยแต่ละงานจะมีความต้องการในการใช้แสงสว่างที่แตกต่างกัน อย่างเช่นงานเอกสารกับงานในห้องเก็บวัสดุ ก็จะมีความต้องการแสงที่ไม่เท่ากัน ดังนั้นจึงต้องมีการเลือกแหล่งกำเนิดแสง และตำแหน่งในการติดตั้งแหล่งกำเนิดแสงให้เหมาะสม ติดแหล่งกำเนิดแสงอย่างไรไม่ให้เกิดเงา และให้แสงที่เพียงพอต่อลักษณะงาน โดยเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลเรื่องความปลอดภัยภายในสถานที่ทำงานจะใช้เครื่องมือเพื่อวัดแสงสว่าง ณ บริเวณที่ทำงาน หากแหล่งกำเนิดแสงให้แสงสว่างไม่เพียงพอหรือสว่างเกินก็ต้องทำเรื่องแจ้งไปยังเจ้าของสถานที่เพื่อปรับเปลี่ยนแหล่งกำเนิดแสงใหม่ เนื่องจากแสงสว่างนั้นมีผลต่อประสิทธิภาพของงานและผู้ทำงาน”

เรื่องเสียงเป็นอีกปัจจัยที่ก่อให้เกิดอันตรายได้ โดย นางสิริวิมลกล่าวว่า ในสถานที่ทำงานแต่ละที่จะมีประเภทของงานที่ต่างกัน และแต่ละลักษณะงานจะก่อให้เกิดเสียงที่ดัง - เบาไม่เท่ากัน เสียงนั้นเข้าไปมีผลโดยตรงกับเซล์ลรับเสียงที่อยู่ภายในหู เซล์ลนี้จะมีลักษณะคล้ายต้นหญ้า ทำหน้าที่รับเสียงที่เข้ามา หากเปรียบให้เซลล์รับเสียงเป็นสนามหญ้า และให้เสียงที่เข้ามาเป็นวัสดุที่ตกระทบพื้นหญ้า ถ้าเสียงเบาๆ ก็จะคล้ายเด็กทารกตัวเล็กๆคลานบนหญ้า ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายของสนามหญ้าไม่มาก ถ้าเสียงดังขึ้นมาระดับคนคุยกัน ก็เหมือนเด็กประถมวิ่งบนสนามหญ้า ซึ่งทำให้สนามหญ้าเสียหายบ้างแต่ใช่เวลาไม่นานในการฟื้นคืน

“ถ้าเป็นเสียงดังระดับเครื่องจักรทำงาน ก็เปรียบเสมือนทหารเดินสวนสนามบนสนามหญ้าซึ่งจะก่อความเสียหายมากและใช้เวลาในการฟื้นฟูนาน และถ้ายิ่งได้รับเสียงดังและนาน เซล์ลรับเสียงก็จะเหมือนสนามหญ้า ที่มีทหารเข้ามาเดินสวนสนามตลอด ทำให้ต้นหญ้าบนสนามนั้นตายไปที่ละหย่อมสองหย่อม ก็เหมือนกับเซล์ลรับเสียงของมนุษย์ถ้าเสียหายไป ประสิทธิภาพในการรับเสียงก็จะยิ่งลดลงๆ จนกระทั้งหูหนวกอย่างถาวร ในกรณีนี้เจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยไม่สามารถไปลดเสียงที่แหล่งกำเนิดได้ แต่สามารถจัดการให้ผู้ที่เข้าไปทำงานในสภาพแวดล้อมดังกล่าวได้รับผลกระทบของเสียงน้อยที่สุดด้วยการให้ใส่หูฟังป้องกันเสียง และจัดเวลาไม่ให้พนักงานอยู่ใกล้แหล่งกำเนิดเสียงเกินเวลาที่มาตรฐานกำหนด”

นอกจากนี้ยังมีเรื่องอากาศภายในสถานที่ทำงาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยจะตรวจวัดเพื่อไม่ให้มีปริมาณของแก๊สพิษมากเกินมาตรฐานที่มนุษย์สามารถรับได้ เช่น วัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ว่ามีปริมาณมากหรือน้อยเพียงใด เพราะถ้ามากไปจะก่อให้เกิดอาการง่วงนอน และลดทอนประสิทธิภาพในการทำงาน เรื่องความเย็นและความร้อนก็เป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดอันตรายในการทำงานเพราะถ้าอากาศร้อนเกินไปจะก่อให้เกิดการเป็นลม ผิวไหม้และเป็นมะเร็ง 

“ส่วนความเย็นเป็นตัวนำพาให้เชื้อโรคบางชนิดเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็วและเข้าไปฝังตัวตามท่อแอร์ ก่อให้พนักงานในสถานที่ทำงานเป็นโรค เพราะความอันตรายในสถานที่ทำงานบางอย่างอาจไม่ได้ทำให้เราตายทันที แต่จะทำให้เราค่อยๆ สูญเสียศักยภาพร่างกายในการทำงานและบางอย่างอ่จสะสมในร่างกายเราและให้เราตายในที่สุด” นางสิริวิมลกล่าวถึงอันตรายจากที่ทำงานที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมทั่วไป

สำหรับโครงการ Enjoy Science Careers Year 2: สนุกกับอาชีพวิทย์ ปีที่ 2 จัดขึ้นเมื่อ วันที่ 3 พ.ย.60 ณ The Street รัชดา โดย บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) 

###############
เกี่ยวกับโครงการ ”Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต”

โครงการระยะยาว 5 ปี ด้วยงบประมาณรวมกว่า 1,000 ล้านบาท ที่บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ริเริ่มขึ้นในปี 2558 เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับประเทศไทย ผ่านการศึกษาในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ หรือสะเต็ม (STEM) รวมถึงการศึกษาสายอาชีพหรืออาชีวศึกษาครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ โดยร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ การศึกษา สังคม และเอกชนที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สํานักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.), สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.), สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.), สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.), และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยมีสถาบันคีนันแห่งเอเซียเป็นผู้ดูแลโครงการ

 








โดย: มิส  ณพวรรณ    เมธีชุติกุล
งาน: กลุ่มครู IE
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: https://mgronline.com/science/detail/9600000111484

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 1 ครั้ง