[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

วิจัยชี้ 7 ลักษณะที่เข้าข่ายว่าลูกคุณ “ฉลาดกว่า” คนอื่นได้

ความฉลาดนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากระดับไอคิว หรือความรู้ที่มีเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นสิ่งที่สร้างขึ้นได้จากการได้รับข้อมูลใหม่ ๆ และนำมาคิด คำนวณ ใช้เหตุผล จนเกิดการเชื่อมโยงกัน

#1เป็นเด็กนมแม่

มีผลจากผลการวิจัยหลาย ๆ ชิ้น เห็นในทิศทางเดียวกันว่า การให้นมแม่นั้นมีประโยชน์ต่อการพัฒนาสมองของทารกเป็นอย่างมาก หากลูกได้กินนมแม่อย่างต่อเนื่องจะช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเซลล์สมอง ส่งผลโดยตรงต่อการเรียนรู้ของเด็ก เสริมสร้างระดับสติปัญญา (IQ) ในเด็กให้เพิ่มขึ้นได้มากกว่าเด็กที่ไม่เด็กที่ได้ดื่มน้ำนม

#2 เป็นพี่คนโต

ผลการศึกษาจากประเทศนอร์เวย์ในปี 2007 พบว่าคนที่เป็นพี่คนโตมักมีสติปัญญาดีกว่าน้อง ๆ ที่คลานตามกันมา จากตัวอย่างพี่น้องทั้งหมด 250,000 คนพบว่าลูกคนแรกจะมี IQ สูงกว่าน้องคนรองอยู่ประมาณ 3 จุดโดยเฉลี่ย ลูกคนรองจะมี IQ สูงกว่าคนถัดไป 1 จุด โดยไม่ได้ขึ้นอยู่กับยีนหรือพันธุกรรมแต่อย่างใด 


คนส่วนใหญ่เชื่อว่าลูกคนโตอาจได้เปรียบน้องคนอื่น ๆ เพราะได้ใช้เวลา และได้รับการเลี้ยงดูเอาใจใส่กับพ่อแม่เต็มที่ และยังพบว่าลูกคนโตจะรู้จักรับผิดชอบในการสอนและดูแลน้อง ทำให้มีวุฒิภาวะและความฉลาดมากกว่านั้นเอง

#3 ไม่อ้วน

มีการศึกษาชิ้นหนึ่งในปี 2006 พบว่า เด็กวัย 11 ปีที่มีทดสอบด้านการเรียนรู้ต่ำกว่าปกตินั้น จะมีแนวโน้มเป็นโรคอ้วนเมื่อโต ผู้วิจัยได้อธิบายในทางกลับกันว่าเด็กที่มีโอกาสได้รับการศึกษาที่ดี ย่อมส่งผลต่อการดูแลสุขภาพร่างกายที่ดีได้ด้วยเพราะมีความรู้ ความคิดในการดูแลตัวเอง จึงทำให้มีรูปร่างที่ดี

#4 อ่านหนังสือเป็นเร็ว

หากลูกได้มีทักษะการอ่านตั้งแต่อายุยังน้อยเท่าไหร่ก็จะยิ่งมีโอกาสในการพัฒนาความรู้ ความสามารถด้านอื่น ได้รวดเร็วและส่งผลต่อความฉลาดที่เพิ่มขึ้นได้ มีผลการศึกษาของประเทศอังกฤษได้ทำการทดลองคู่แฝดจำนวน 2,000 คู่ พบว่าเด็กคนที่เริ่มหัดอ่านหนังสือก่อนจะมีไอคิวสูงกว่าคู่แฝดที่เริ่มทีหลัง นักวิจัยได้ให้เหตุผลของการที่เด็กที่เริ่มหัดอ่านหนังสือก่อนจะมีไอคิวที่สูงกว่า เพราะว่าการอ่านเป็นส่วนช่วยในการพัฒนาสมองที่สำคัญ เด็กที่อ่านหนังสือเป็นเร็วจะช่วยให้เด็กฉลาดขึ้นนั้นเอง

#5 มีแนวโน้มว่าสูง

การศึกษาจากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัยในปี 2008 พบว่า เด็กที่มีความสูงจะมีผลทดสอบด้านไอคิวที่สูงกว่าเด็กทั่วไป และจะมีโอกาสประสบความสำเร็จทางการเงินเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่

#6 เรียนดนตรี

มีการค้นคว้าจากประเทศเยอรมันบอกว่า การให้ลูกได้เรียนดนตรีมีประโยชน์ต่อกระบวนการเรียนรู้มากเป็นสองเท่าของการเล่นกีฬา เต้น หรือแสดงละครอีก เด็กที่เรียนดนตรีจะมีกระบวนการความคิดที่เด่นชัด ช่วยให้เรียนดี มีทักษะการอ่านเขียนที่ดีขึ้น เรียนรู้ภาษาต่าง ๆ ได้เร็ว ช่วยในด้านความจำ มีความรอบคอบ เพิ่มไอคิว มีความคิดสร้างสรรค์และมีความมั่นใจในตนเอง โดยงานวิจัยในปี 2011 ได้ทำการทดลองกับเด็ก ๆ อายุ 4-6 ปี พบว่าเด็กที่เรียนดนตรีเพียงแค่เดือนเดียวมีผลทดสอบด้านความฉลาดสูงขึ้น

#7 เป็นเด็กถนัดซ้าย

เคยได้ยินกันไหมค่ะว่า เด็กที่ถนัดซ้ายจะเรียนเก่ง เด็กที่ถนัดขวาจะเป็นนักกีฬา ซึ่งนักวิจัยชาวออสเตรเลียระบุว่าคนที่ถนัดซ้ายนั้นสามารถคิดได้เร็วกว่า และมีแนวโน้มที่เล่นกีฬาเก่งกว่า รวมถึงทำงานที่ซับซ้อนหรือทำกิจกรรมพร้อม ๆ กันหลายอย่างได้ดี สามารถเชื่อมโยงสองสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกันในเชิงที่มีความหมายได้ มีการคิดวิเคราะห์ที่ดี ซึ่งเป็นลักษณะของความคิดที่แปลกใหม่ เป็นแนวคิดที่คนส่วนใหญ่คาดไม่ถึง

ลักษณะข้างต้นเป็นเพียงลักษณะบ่งชี้เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ลูกคุณจะเข้าข่ายเป็นเด็กฉลาดหรือมีโอกาสสูงที่จะมีไอคิวสูงกว่าคนปกติ แต่ถ้าไม่มีตรงเลยก็ไม่ได้หมายความว่า คุณพ่อคุณแม่จะส่งเสริมหรือช่วยพัฒนาความรู้ ความสามารถของลูกให้ฉลาดไม่ได้นะคะ ที่สำคัญพื้นฐานของการเลี้ยงลูกไม่ได้ปลูกฝังไว้กับความฉลาดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูแลลูกให้ดีด้วย “ความรัก” ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกเติบโตมาเป็นเด็กที่มีความสุขอย่างสมบูรณ์นะคะ






www.theasianparent.com


โดย: มิส  วาลียา    บุญมี
งาน: งานส่งเสริมศักยภาพพิเศษผู้เรียน
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: www.theasianparent.com

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 4 ครั้ง