[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

เทคนิคเสริมความรู้ “วิทย์-คณิต” ให้เก่งด้วยตัวเอง จนใครๆ ต้องตกใจ
 

การเรียนรู้สิ่งใดหนึ่งให้แตกฉาน สิ่งสำคัญคือการมีพื้นฐานความรู้ ทราบที่มาที่ไปของเรื่องเหล่านั้น จนทำให้เราเข้าใจและสามารถค้นพบคำตอบได้ด้วยตนเอง ซึ่งความรู้เหล่านี้เองจะฝังลึกอยู่ในสมองของเราตลอดไป ต่างจากการท่องจำที่เราไม่มีทางจำข้อมูลได้ทั้งหมดน้องๆ ในวัยเรียนหลายคนคงประสบปัญหาการเรียนไม่เข้าใจ 


โดยเฉพาะวิชาที่ดูจะซับซ้อนอย่างวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ซึ่งถ้าครูไม่มีวิธีการสอนที่มีประสิทธิภาพ เด็กก็ยากที่จะเข้าใจ หากเกิดปัญหาเช่นนี้ เด็กๆ หรือผู้ปกครองจะแก้ไขอย่างไร ระหว่าง เลือกเรียนพิเศษ? หรือเลือกอ่านหนังสือเสริมความรู้ด้วยตัวเอง?
 

ภีมวัจน์ ธรรมใจ นักวิชาการตำแหน่งผู้ชำนาญคณิตศาสตร์ สาขาคณิตศาสตร์ประถมศึกษา สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ได้ให้ความเห็นว่า สมัยนี้พ่อแม่ผู้ปกครองอาจนิยมพาเด็กๆ ไปเสริมความรู้ด้วยการติวหนังสือให้มากกว่า ทั้งที่ความจริงแล้ว การให้เด็กให้อ่านหนังสือด้วยตัวเองนั้น จะให้ผลดีในระยะยาวกับเขามากกว่าด้วยซ้ำ

การเรียนพิเศษเสริมหรือติวเข้มก็เปรียบเหมือนใช้สารกระตุ้นหรือยาโด้ปในการแข่งขันกีฬา แน่นอนเด็กเก่งขึ้นดีขึ้นทันตาเห็น แต่หลังจากแข่งเสร็จหรือสอบเสร็จเขาก็ลืม เพราะไม่ได้เข้าใจในความรู้นั้นอย่างแท้จริง ไม่รู้ที่มาที่ไป รู้แต่ว่าทำได้ ได้คำตอบเร็วแต่ไม่รู้ว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น 

เด็กกลุ่มนี้ก็จะเสาะแสวงหาแต่การติวไปจนโต จนเข้าทำงานก็จะลำบาก เพราะไม่มีใครมานั่งติวให้ ซึ่งจริงๆ แล้วการอ่านและศึกษาด้วยตนเองจะทำให้เข้าใจได้ดีกว่า เพราะไม่มีใครเข้าใจตัวเองได้ดีนอกจากตัวเราเอง 

การอ่านหนังสืออยู่บ้านอ่านเมื่อไร อ่านเท่าไรก็ได้ ประหยัดทั้งเงิน ทั้งเวลา แถมปลอดภัยไม่ต้องเดินทาง และที่สำคัญถ้าเรื่องไหนเราพอมีความรู้อยู่บ้างก็ช่วยสอนเพื่อน เราเองก็ทบทวนความรู้ และช่วยเพื่อนๆ ได้อีกด้วย สำหรับนักเรียนที่เรียนวิชาวิทย์ คณิตฯ ไม่เข้าใจ ลองหาหนังสือเสริมความรู้มาอ่านเสริมก็จะได้ประโยชน์มาก”
 

["ภีมวัจน์" ผู้ชำนาญคณิตศาสตร์]

ผู้ชำนาญคณิตศาสตร์ ยังได้ให้ความเห็นอีกว่า หนังสือเสริมความรู้ที่มีอยู่ตามท้องตลาดส่วนใหญ่ทุกวันนี้ มีเนื้อหาและแบบฝึกหัดที่ซ้ำๆ กัน ซึ่งอาจสร้างความเบื่อให้แก่เด็กๆ ได้ง่าย การเลือกหนังสือสำหรับเด็กวัยนี้ จึงควรเลือกเล่มที่สอดแทรกความสนุกเข้าไปด้วย ไม่ใช่ให้แก่วิชาการเพียงอย่างเดียว

“ฐานะที่มีประสบการณ์ในการทำหนังสือคณิตศาสตร์มาเยอะ หนังสือเสริมความรู้วิทย์-คณิต ที่มีอยู่ตามท้องตลาด ส่วนใหญ่เนื้อหาเป็นกลางๆ ไม่ยาก ไม่ง่าย แบบเดียวกันหมด คือ หน้าหลักการ และแบบฝึกหัดแบบย้ำ ซ้ำทวน ไม่บอกที่มาที่ไปของสิ่งต่างๆ เลย อ่านแล้วจะรู้สึกเครียดๆ 

โดยธรรมชาติของเด็กวัยเรียนนี้ เขาจะต้องการความสนุกน่าสนใจ ไม่เครียด ยิ่งสอดแทรกมุขตลก เด็กก็จะยิ่งชอบ ฉะนั้นการจะรวบทั้งทฤษฎี และความสนุกสนาน ไว้ในเล่มเดียวกัน กลับหาได้ยากในหนังสือเสริมความรู้ จนผมมาพบหนังสือที่จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ ส่งมาให้ผมพิจารณาต้นฉบับ แปลจากต้นฉบับภาษาเกาหลี การันตีว่าเป็นหนังสือที่ครูในเกาหลีใต้ 207 คนแนะนำ ใช้ชื่อไทยว่า “เก่งวิทย์ คณิต ด้วยตนเองจนครูตกใจ” 
 

 


ชุดหนังสือที่ผู้ชำนาญการแนะนำ
หนังสือเล่มดังกล่าว แบ่งออกเป็นเล่มละหัวข้อเรื่อง คือ วิทย์ 25 หัวข้อ 25 เล่ม และคณิต 25 หัวข้อ 25 เล่ม แม้จะดูจากต้นฉบับภาษาเกาหลี ก็ยังทำให้รู้สึกว่านี้คือสิ่งที่ครูและนักเรียนของไทย ยังขาดอยู่ก็คือประวัติความเป็นมาของเรื่องราวต่างๆ ทางคณิตศาสตร์ จุดนี้แหละที่หนังสือชุดนี้จะมาเติมเต็มให้นักเรียนได้ เพราะนักเรียนที่อ่านหนังสือชุดนี้จะเป็นคนรู้ลึกรู้จริง รู้ที่มา ที่ไปของหลักการทางคณิตศาสตร์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน 

และที่สำคัญยังทำให้รู้ด้วยว่า เนื้อหาคณิตศาสตร์ที่เราเรียนไปในแต่ละเรื่องนั้น สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตจริงได้อย่างไรอีกทั้งสอดแทรกโจทย์ที่ท้าทายความคิดของนักเรียน และเรื่องตลก ขำๆ เป็นระยะ ๆ รับรองว่าอ่านแล้วไม่เครียด และไม่รู้สึกถูกยัดเยียดด้วย และเรื่องบางเรื่องนั้น แม้แต่ครูคณิตศาสตร์เองก็ยังไม่ทราบ ถ้านักเรียนเล่าเรื่องแบบนี้ให้ครูฟังแน่นอน แม้แต่ครูเองก็ยังตกใจว่านักเรียนรู้เรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร 

จุดเด่นอีกอย่างคือ หนังสือชุดนี้มีเนื้อหาสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการเรียนรู้ตามแนวทาง STEM เหมาะกับนักเรียนในชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น นี่เองจึงเป็นการควบรวมระหว่างหลักการทฤษฏีและความสนุกสนานขำขันไว้ในเล่มเดียวกันได้อย่างลงตัว”

 

ผู้เชี่ยวชาญรายเดิมย้ำชัดว่า หนังสือที่แนะนำเล่มนี้ ถูกออกแบบมาเป็นชุดๆ เพื่อเป็นหนึ่งในการสร้างแรงจูงใจแก่เด็กๆ โดยเริ่มจากหมวดวิชาที่เขาสนใจก่อน จากนั้นเมื่อมีความรู้สึกอยากเรียนรู้เพิ่มเติม จึงสามารถสนับสนุนให้เด็กๆ ตามมาอ่านหนังสือให้ครบทั้งชุดได้เพิ่มเติมด้วย

“เนื่องจากหนังสือชุดนี้มีหัวข้อเกี่ยวกับวิทย์และคณิตอย่างละ 25 เล่ม รวม 50 เล่ม ในการเลือกสำหรับนักเรียน ลองเลือกเรื่องที่เราสนใจก่อน จากนั้นก็ค่อยๆ ทยอยอ่านให้ครบทั้งชุด หนังสือชุดนี้เนื้อหาค่อนข้างเป็นอิสระซึ่งกันและกัน ซึ่งในระยะแรกนักเรียนอาจเลือกหัวข้อเนื้อหาจากเรื่องที่คุ้นเคยหรือเคยเรียนมาก่อนก็ได้ 

หรือถ้ามีความสนใจในเรื่องอื่นๆ ก็สามารถอ่าน ศึกษาความรู้ล่วงหน้าได้ เมื่ออ่านจนเข้าใจแล้ว ลองนำเรื่องมาเล่าให้เพื่อนฟัง หรือยกมืออาสาเล่าในห้องก็ได้ เป็นการแบ่งปันความรู้กับเพื่อนๆ สำหรับครู ก็ควรศึกษาหนังสือชุดนี้เป็นอย่างมาก เพราะจะได้มีเกร็ดความรู้ และเทคนิคที่น่าสนใจนำไปใช้ประกอบการเรียนการสอนให้สนุกสนาน น่าสนใจ ทำให้นักเรียนไม่เบื่อ

โดยแนะนำให้เลือกจากเรื่องที่ต้องสอนก่อนก็ได้ สำหรับผู้ปกครองอาจสนับสนุนหนังสือชุดนี้เป็นของขวัญ รางวัลหรือสร้างแรงจูงใจในการเรียนวิทย์คณิต อาจทยอยซื้อทีละ 2-3 เล่มให้บุตรหลานได้อ่าน เมื่อเขาอ่านจบแล้วก็ให้เขาเล่าให้ฟัง และจัดหาหรือให้งบไปซื้ออ่านให้ครบทั้งชุดและเก็บสะสมไว้ต่อไป รับรองว่าซื้อไปแล้วได้ใช้งานอย่างคุ้มค่าแน่นอน เพราะภายในเล่ม มีการอธิบายวิธีอ่านหนังสือเล่มนี้ไว้อย่างชัดเจนทั้งหมดแล้ว

แต่อย่างไรก็ตามการจะเรียนได้ด้วยตนเอง สิ่งสำคัญสุดคือ ต้องมีความรับผิดชอบในตัวเอง มั่นอ่านหนังสื ตั้งใจเรียนในห้อง ฝึกฝนทำการบ้านด้วยตนเอง ตรงไหนไม่เข้าใจ ถามครู ถามเพื่อน รับผิดชอบตัวเองไม่ให้เป็นภาระของคนอื่น ตื่นนอน เตรียมตัวไปโรงเรียน จัดกระเป๋าทำการบ้าน ไม่ต้องรอให้ใครมาบอกมาสั่ง แค่นี้ก็เป็นคนดี คนเก่งจนแม้แต่พ่อ แม่และครูก็ตกใจแล้ว






เทคนิคเสริมความรู้ “วิทย์-คณิต” ให้เก่งด้วยตัวเอง จนใครๆ ต้องตกใจ


โดย: มิส  สุทธิรักษ์    ศรีวรรณ
งาน: งานกิจกรรมนักเรียน
อ้างอิงแผนงาน : จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนให้เป็นไปตามเป้าหมายของหลักสูตรสถานศึกษาและหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: https://mgronline.com/livelite/detail/9610000018083

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 1

อ่าน 3 ครั้ง