[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

รู้ยัง? 4 สิ่งนี้ไง ที่เรามักใช้ตั้งชื่อประเทศ!
ตามปกติแล้วชื่อประเทศต่างๆ ในโลกล้วนแสดงให้เห็นถึงความภาคภูมิใจในชาติของตน แต่น้องๆ เคยสงสัยกันบ้างมั้ยคะว่าชื่อประเทศที่ใช้กันอยู่ในทุกวันนี้ได้มาจากไหน? เอาเกณฑ์อะไรมาตัดสินว่าสมควรได้ชื่อนี้ 
      
     
รู้ยัง? 4 สิ่งนี้ไง ที่เรามักใช้ตั้งชื่อประเทศ!
Photo credit: pixabay.com
     

1. ตั้งชื่อตามเผ่าหรือกลุ่มชาติพันธุ์

      
     เริ่มกันที่รูปแบบแรกกับการตั้งชื่อประเทศตามเผ่าหรือกลุ่มชาติพันธุ์ที่เคยอาศัยอยู่ในดินแดนของประเทศนั้นๆ อย่างประเทศฝรั่งเศส (France) ที่ตั้งชื่อตามชาวแฟรงก์ (Franks) ซึ่งเป็นกลุ่มชนเจอร์มานิกตะวันตก เดิมทีมีถิ่นฐานอยู่ทางเหนือและทางตะวันออกของลุ่มแม่น้ำไรน์ค่ะ ส่วนอิตาลี (Italy) ก็ตั้งตามชื่อของกลุ่มชนวิตาลิ (Vitali) ในขณะที่สวิตเซอร์แลนด์ตั้งชื่อตามชาวชวีซ (Schwyz) ซึ่งในปัจจุบันเป็นรัฐทางตอนกลางของประเทศ ตั้งอยู่ระหว่างเทือกเขาแอลป์ ทะเลสาบลูเซิร์น และทะเลสาบซูริก 
      
     ย้ายฝั่งมาทางเอเชียกันบ้าง ตัวอย่างประเทศที่ตั้งชื่อตามกลุ่มชนดั้งเดิมในพื้นที่นั้นๆ ที่เห็นได้เด่นชัดก็น่าจะเป็นประเทศเกาหลีค่ะ หากเรียกประเทศนี้ด้วยภาษาบ้านเขาก็คือ 한국 (ฮันกุก) ซึ่งย่อมาจาก 대한민국 (แทฮันมินกุก) เป็นการยืมคำจีนมาใช้ซึ่งก็คือ 大韓民國 ที่หมายถึง “ประเทศอันมีกลุ่มชนที่ยิ่งใหญ่”คล้ายกันกับประเทศเวียดนาม (Vietnam) ที่ตั้งตามชื่อชาวเวียต (Viet) ที่อาศัยอยู่ทางตอนใต้ของประเทศนั่นเองค่ะ 
      
รู้ยัง? 4 สิ่งนี้ไง ที่เรามักใช้ตั้งชื่อประเทศ!
Photo credit: pixabay.com
      
     น้องๆ พอจะเห็นภาพกันแล้วใช่มั้ยคะ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายประเทศเลยที่ตั้งชื่อตามกลุ่มชนดั้งเดิมในดินแดนของตน เช่น
     -ประเทศตุรกี (Turkey) ตั้งชื่อประเทศตามชื่อของชาวเตอร์กิช (Turkish people)
     -ประเทศเดนมาร์ก (Denmark) มาจาก “Danish march” ที่เกี่ยวข้องกับชาวเดนส์ (Danes)
     -ประเทศกานา (Ghana) เดิมเป็นอาณานิคมของสหราชอาณาจักรมีชื่อเรียกว่า โกลด์โคสต์ (Gold Coast) ภายหลังได้รับอิสรภาพในปี 1957 จึงเปลี่ยนชื่อเป็นกานาตามชื่อจักรวรรดิเก่าสมัยศตวรรษที่ 13 
      
     

2. ตั้งชื่อตามลักษณะสำคัญของดินแดน

     
     ประมาณหนึ่งในสี่ของชื่อประเทศทั่วโลกตั้งขึ้นมาตามลักษณะสำคัญของแผ่นดินในเขตแดนนั้นๆ ค่ะ ซึ่งชื่อบางชื่อเกิดขึ้นจากการมองภาพวาดแผนที่ที่ถูกวาดขึ้นโดยนักล่าอาณานิคมสมัยก่อน แต่บางประเทศก็ตั้งชื่อให้หลุดออกไปจากความเป็นจริงอย่างประเทศไอซ์แลนด์ (Iceland) ที่แปลกันให้เข้าใจได้ง่ายๆ เลยว่า “ดินแดนน้ำแข็ง” ทั้งๆ ที่ไอซ์แลนด์ไม่ได้มีแค่น้ำแข็งแต่มีพื้นที่สีเขียวงดงามมากมายแต่ทำไมถึงได้ชื่อนี้ มีหลายคนคาดเดากันไปว่าเพื่อไม่ให้ผู้บุกรุกต่างถิ่นอพยพเข้ามา ดังนั้นจึงตั้งชื่อให้กลายเป็นประเทศที่แค่ได้ยินก็รู้สึกเยือกเย็นและไม่เป็นมิตรนั่นเองค่ะ 
     
รู้ยัง? 4 สิ่งนี้ไง ที่เรามักใช้ตั้งชื่อประเทศ!
Photo credit: pixabay.com
      
     น้องๆ รู้จักประเทศที่ชื่อเซียร์ราลีโอน (Sierra Leone) หรือเปล่าคะ ประเทศนี้ตั้งอยู่ทางแอฟริกาตะวันตก มีความหมายว่า “ภูเขาสิงโต” คาดกันว่าที่ได้ชื่อนี้เป็นเพราะเสียงฟ้าร้องในภูเขาของเมืองหลวงอย่างเมืองฟรีทาวน์มีเสียงดังเหมือนเสียงสิงโตคำราม ส่วนประเทศคอสตาริกา (Costa Rica) มีความหมายว่า “ชายฝั่งอันมั่งคั่ง” สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดขึ้นจากการที่คริสโตเฟอร์ โคลัมบัสเดินทางมาถึงเกาะนี้และเห็นชาวพื้นเมืองสวมใส่เครื่องประดับที่เป็นทองคำกันมากก็เลยตั้งชื่อนี้เสียเลย 
      
     นอกจากนี้ยังมีอีกหลายประเทศที่ตั้งชื่อตามลักษณะสำคัญของดินแดนนั้นๆ เช่น
     -แอลจีเรีย (Algeria) ได้รับการตั้งชื่อตามเมืองหลวงแอลเจียร์ (Algiers) ซึ่งหมายถึง “เกาะ” ซึ่งชื่อนี้เคยใช้พูดถึงอ่าวของเมืองที่เคยมีเกาะเล็กๆ อยู่ในนั้น
     -ประเทศบาร์บาโดส (Barbados) มีความหมายว่า “เครายาว” ได้ชื่อนี้ตามต้นไทรต้นใหญ่ที่มีรากยาวเฟื้อยในดินแดนนั้น
     -ประเทศไนเจอร์ (Niger) ตั้งชื่อตามแม่น้ำไนเจอร์ที่ไหลผ่านหลายประเทศในแอฟริกาตะวันตก 
      
     

3. ตั้งชื่อตามที่ตั้งของประเทศ

     
     มีประมาณ 25 ประเทศที่ตั้งชื่อตามที่ตั้งประเทศ ไม่ว่าจะเหนือ ใต้ ออก ตก ที่เห็นกันชัดๆ และน้องๆ น่าจะรู้กันมาก่อนก็อย่างเช่นประเทศจีน ที่ในภาษาจีนนั้นคือ 中国 (จงกั๋ว) แปลว่า “อาณาจักรกลาง” มาจากการที่คนจีนในยุคนั้นเชื่อกันว่าจีนคือศูนย์กลางของโลก ขยับมาอีกนิดก็คือประเทศญี่ปุ่นค่ะ ประเทศญี่ปุ่นหรือ 日本 (นิปปง / นิฮง) มีความหมายว่า “แดนอาทิตย์อุทัย” มาจากการที่ประเทศญี่ปุ่นตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของจีน และเมื่อมองจากมุมมองของคนจีนก็จะเห็นว่าพระอาทิตย์ตกทางฝั่งที่ประเทศญี่ปุ่นตั้งอยู่พอดิบพอดีค่ะ 
      
รู้ยัง? 4 สิ่งนี้ไง ที่เรามักใช้ตั้งชื่อประเทศ!
Photo credit: pixabay.com
      
     ตัวอย่างประเทศที่ตั้งชื่อตามตำแหน่งที่ตั้งก็อย่างเช่น
     -ประเทศนอร์เวย์ (Norway) มาจากภาษานอร์สโบราณที่สามารถเข้าใจได้ง่ายๆ ว่า “ทางเหนือ”
     -ประเทศออสเตรเลีย (Australia) หมายถึง “ดินแดนทางใต้” ในภาษาลาตินโบราณ
     -ประเทศติมอร์-เลสเต (Timor-Leste) ก็มาจากคำว่า Timur ที่หมายถึง “ทางทิศตะวันออก” 
      
     

4. ตั้งชื่อตามชื่อของบุคคลสำคัญ

    
     สุดท้ายคือการตั้งชื่อประเทศตามชื่อบุคคลสำคัญ ซึ่งสิ่งที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้คืออเมริกาค่ะ เพราะเราเรียนกันมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วว่าทวีปอเมริกาตั้งชื่อตามนักสำรวจชาวอิตาลีที่ชื่อ อเมริโก เวสปุชชี (Amerigo Vespucci) ส่วนอีกหนึ่งประเทศที่น้องๆ น่าจะรู้กันมานานแล้วนั่นคือประเทศฟิลิปปินส์ (Philippines) ตั้งชื่อตามกษัตริย์ฟิลิปที่สอง (King Philip II) ของสเปนในช่วงศตวรรษที่ 16 ในขณะที่ประเทศโบลิเวีย(Bolivia) ตั้งชื่อตาม ซีมอง โบลีวาร์ (Simón Bolívar) ผู้นำการเคลื่อนไหวเพื่อคืนอิสระให้กับหลายๆ ประเทศจากการเป็นอาณานิคมของสเปน 
      
รู้ยัง? 4 สิ่งนี้ไง ที่เรามักใช้ตั้งชื่อประเทศ!
Photo credit: commons.wikimedia.org 
      
     นอกจากนี้ยังมีอีกหลายประเทศเลยนะคะที่น่าสนใจ ยกตัวอย่างเช่น 
     -ประเทศอิสราเอล (Israel) ตั้งชื่อตามพระสังฆราชของชาวยิวที่ชื่อว่าจาคอบ โดยเขามีอีกชื่อคืออิสราเอล
     -ประเทศซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia) ตั้งชื่อตามผู้ก่อตั้งรัฐซาอุฯ อย่าง มูฮัมมัด บิน ซาวด์(Muhammad bin Saud)
     -ประเทศโคลัมเบีย (Colombia) แม้จะตั้งชื่อตามคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส (Christopher Columbus) นักสำรวจผู้ยิ่งใหญ่ แต่เขาไม่เคยได้ไปเยี่ยมชมโคลัมเบียจริงๆ เป็นอาลอนโซ เดอ โอเจดา (Alonso de Ojeda) เพื่อนของโคลัมบัสที่ตั้งชื่อนี้ให้เขา 
 มิส  ธิดาพร    ทองคำ
งาน: กลุ่มครู EP
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: www.dek-d.com

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 1

อ่าน 2 ครั้ง