[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

บรรณารักษ์ชวนรู้: ๑๐๐ ปี ธงไตรรงค์

ในอดีตเมื่อยามรบทัพจับศึก มีการใช้ธงสีต่างๆ เป็นเครื่องหมายของเหล่าทัพ จนถึงสมัยกรุงศรีอยุธยาเมื่อมีการติดต่อค้าขายกับต่างชาติ ได้ใช้ธงสีแดงเป็นเครื่องหมายบ่งบอกถึงเรือสินค้าของกรุงศรีอยุธยา จดหมายเหตุของชาวต่างประเทศบันทึกว่า ในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีเรือฝรั่งเศสแล่นเข้ามาสู่ปากน้ำเจ้าพระยา แลเห็นกรุงศรีอยุธยาชักธงชาติฮอลันดาขึ้นรับเรือฝรั่งเศส เนื่องจากยังไม่มีธงชาติของตนเอง แต่เรือฝรั่งเศสไม่ยอมสลุตรับธงฮอลันดาเพราะเคยเป็นอริกันมาก่อน ฝ่ายกรุงศรีอยุธยาจึงแก้ไขโดยนำธงแดงขึ้นชักแทนธงชาติ เรือฝรั่งเศสจึงยอมสลุตคำนับ ตั้งแต่นั้นมาธงสีแดงจึงกลายเป็นธงของกรุงศรีอยุธยาเรื่อยมา

ครั้นถึงสมัยกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์ ยังคงใช้ธงสีแดงเป็นเครื่องหมายประจำเรือค้าขายกับต่างประเทศอยู่ ธงแดงนี้ใช้ชักขึ้นทั้งในเรือหลวงและเรือราษฎร พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ ทรงพระราชดำริว่าเรือหลวงกับเรือราษฎรควรมีเครื่องหมายให้เห็นแตกต่างกัน จึงมีพระบรมราชโองการให้นำรูปจักรสีขาวติดไว้กลางธงแดงเป็นเครื่องหมายใช้เฉพาะเรือหลวง ส่วนเรือค้าขายของราษฎรทั่วไปยังคงใช้ธงแดงตามเดิม

รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ ทรงได้ช้างเผือกมาสามเชือก ซึ่งถือว่าเป็นพระเกียรติยศอย่างยิ่ง ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้นำรูปช้างเผือกวางไว้กลางวงจักรด้วย

รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ เมื่อสยามเริ่มทำการค้าขายกับต่างชาติมากยิ่งขึ้น ทรงมีพระราชวินิจฉัยว่าธงเรือสินค้าของสยามซึ่งใช้ธงแดงนั้นซ้ำกับเรือสินค้าของต่างชาติ และเพื่อให้เป็นเครื่องหมายแสดงถึงประเทศสยาม จึงมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ใช้ธงแดงและรูปช้างเผือกเป็นสัญลักษณ์หมายถึงประเทศสยาม โดยให้นำวงจักรออกเสีย เนื่องจากเป็นเครื่องหมายของพระเจ้าแผ่นดิน

รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงมีพระราชวินิจฉัยว่าช้างเผือกกลางธงนั้นไม่งดงาม จึงโปรดเกล้าฯ ให้ปรับเป็นช้างเผือกทรงเครื่องยืนบนแท่น และให้หันหลังจากเสาธง เริ่มใช้อย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๙

รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงเข้าใจถึงความยากลำบากของราษฎรในการหารูปช้างเผือกมาเพื่อพิมพ์ธงชาติ ประกอบกับในบางครั้งเกิดความผิดพลาดชักธงชาติโดยสลับเอาขาช้างหงายขึ้นดูไม่งาม จึงมีพระราชวินิจฉัยให้ใช้แถบสีแทนธงช้างเผือกแบบเดิม ได้ทรงพยายามเลือกสีที่มีความหมายทางความสามัคคีและมีความสง่างาม ก่อนออกพระราชบัญญัติฉบับใหม่เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๐ โปรดเกล้าฯ ให้ใช้ธงชาติเป็นแถบสีแดงและขาวสลับกันห้าแถบ ต่อมาทรงโปรดเกล้าฯ ให้เพิ่มแถบสีน้ำเงินตรงกลางอันเป็นสีส่วนพระองค์ของพระมหากษัตริย์ ประกอบกับจะได้เป็นอนุสรณ์ในการเข้าร่วมสงครามโลก ครั้งที่ ๑

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติธงขึ้นเรียกว่า พระราชบัญญัติธง พระพุทธศักราช ๒๔๖๐ ออกประกาศเมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ. ๒๔๖๐

รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ทรงมีพระราชดำริว่าธงไตรรงค์นั้นยังไม่เป็นที่แพร่หลายในต่างประเทศเท่ากับธงช้างเผือก และยังมีสีและรูปแบบที่คล้ายคลึงกับธงชาติอื่นๆ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ราชเลขาธิการบันทึกพระราชกระแสพระราชทานไปยังองคมนตรี ด้วยมีพระราชประสงค์จะทรงฟังความคิดเห็นส่วนมากประกอบพระราชวินิจฉัย บันทึกฉบับนี้ลงวันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๐

เมื่อองคมนตรีได้ทำหนังสือแสดงความคิดเห็นขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายแล้ว ปรากฎว่า ความเห็นทั้งหมดแตกต่างกันและไม่ได้ชี้ขาดลงไป ดังนั้นจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้คงใช้ธงไตรรงค์เป็นธงชาติต่อไป ตามพระราชวินิจฉัยลงวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๐ ประเทศไทยจึงได้ใช้ธงไตรรงค์เป็นธงชาติไทยนับแต่นั้นสืบมา

คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้ วันที่ ๒๘ กันยายน เป็นวันพระราชทานธงชาติไทย เริ่มตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๖๐ เป็นปีแรก

 






บรรณารักษ์ชวนรู้: ๑๐๐ ปี ธงไตรรงค์


โดย: มิส  ธิดาพร    ทองคำ
งาน: กลุ่มครู EP
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: www.stanglibrary.wordpress.com

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 4 ครั้ง