[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

สดร.ย้ำความสำคัญนาซาพบน้ำพุบนดวงจันทร์ “ยูโรปา”

สดร.ย้ำความสำคัญนาซาพบน้ำพุบนดวงจันทร์ “ยูโรปา”

เผยแพร่: 

   โดย: MGR Online
ภาพดวงจันทร์ยูโรปาขณะมีไอน้ำพุ่งออกมา ซึ่งนาซาได้ประมวลภาพดังกล่าวและเผยแพร่ออกมาเมื่อ 26 ก.ย.2016 (HO / NASA / AFP)
 
ภาพดวงจันทร์ยูโรปาขณะมีไอน้ำพุ่งออกมา ซึ่งนาซาได้ประมวลภาพดังกล่าวและเผยแพร่ออกมาเมื่อ 26 ก.ย.2016 (HO / NASA / AFP)

 
สดร.ย้ำความสำคัญนาซาพบน้ำพุบนดวงจันทร์ “ยูโรปา” หลังใช้เทคนิคใหม่วิเคราะห์ข้อมูลเก่าจากยานกาลิเลโอ เป็นอีกหลักฐานสำคัญที่ยืนยันว่าโลกไม่ใช่ดาวเคราะห์แห่งเดียวที่มีของเหลวและมีองค์ประกอบทางเคมีที่เอื้อต่อสิ่งมีชีวิต

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) เผยความสำคัญหลัง องค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) แถลงข่าวยืนยันการพบน้ำพุพ่นออกมาจากพื้นผิวของดวงจันทร์ยูโรปา โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่วิเคราะห์ข้อมูลจากยานกาลิเลโอที่บันทึกไว้เมื่อ 21 ปีก่อนและภาพถ่ายจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลประกอบกัน คาดอาจส่งผลให้การสำรวจเก็บตัวอย่างน้ำและอนุภาคต่างๆ บนดวงจันทร์ยูโรปาเป็นไปได้ง่ายขึ้น เตรียมส่งยานสำรวจประมาณปี 2563 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ เมื่อปี 2555 กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลได้บันทึกภาพดวงจันทร์ยูโรปาที่กำลังพ่นบางสิ่งออกไปในอวกาศเป็นระยะทางถึง 200 กิโลเมตร นักวิจัยส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นน้ำจากใต้ผิวน้ำแข็งที่ถูกพ่นออกมา แต่ด้วยขีดจำกัดทางเครื่องมือทำให้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าบางสิ่งบางอย่างที่กำลังพวยพุ่งออกมาจากพื้นผิวของมันคืออะไร

การวิจัยในครั้งนี้นำทีมโดย ดร.เจีย เซียนเจอ นักฟิสิกส์อวกาศ จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐฯ ซึ่งยืนยันว่ามีน้ำพุพุ่งออกมาจากผิวของดวงจันทร์ยูโรปาจริง โดยใช้ข้อมูลจากยานกาลิเลโอที่บันทึกไว้เมื่อ 21 ปีที่แล้ว 

สำหรับภารกิจของยานกาลิเลโอ เป็นภารกิจสำรวจดาวพฤหัสบดีและดวงจันทร์บริวารระหว่างปี 2538 ถึง 2546 ซึ่งดร.เจีย พบว่าในปี 2540 ยานกาลิเลโอได้บินเข้าใกล้ดวงจันทร์ยูโรปาที่ระยะห่างเพียง 200 กิโลเมตร ข้อมูลที่ยานกาลิเลโอบันทึกไว้เป็นค่าสนามแม่เหล็กของดวงจันทร์ยูโรปา พบตำแหน่งที่มีการแปรปรวนของข้อมูลอย่างมีนัยสำคัญ 

การแปรปรวนของข้อมูลในลักษณะนี้ เป็นแบบเดียวกันกับที่พบในการสำรวจน้ำพุของดวงจันทร์เอนซาลาดัสของดาวเสาร์จึงนำข้อมูลนี้มาวิเคราะห์ใหม่อีกครั้งด้วยเทคโนโลยีและวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลที่ทันสมัย ประกอบกับภาพถ่ายจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล เมื่อปี 2555 ทำให้ได้ผลสรุปที่ชัดเจนว่าพื้นผิวของดวงจันทร์ยูโรปามีน้ำพุพ่นออกมา

“การค้นพบครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะหากน้ำจากภายในชั้นมหาสมุทรใต้ผิวน้ำแข็งหนาทึบสามารถพุ่งออกมาภายนอกได้ การจะสำรวจและเก็บตัวอย่างของน้ำก็จะเป็นเรื่องที่ทำได้สะดวกมากยิ่งขึ้น เพราะไม่จำเป็นต้องเจาะลงไปถึงชั้นมหาสมุทร อีกทั้งยังเป็นการแสดงให้เห็นว่ายังมีข้อมูลอีกมากมายที่รอการตรวจสอบและค้นพบ หากนำเทคโนโลยีและวิธีการที่ทันสมัยมาใช้ในการวิเคราะห์ก็อาจจะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างออกไปจากในอดีตได้” 

นาซาจะเริ่มภารกิจสำรวจดวงจันทร์ยูโรปาอีกครั้งภายใต้ชื่อภารกิจว่า ยูโรปาคลิปเปอร์ (Europa Clipper) ประมาณปี 2563 เป็นต้นไป โดยวางแผนให้ยานอวกาศเข้าใกล้ดวงจันทร์ยูโรปาถึง 40 ครั้ง มีระยะห่างตั้งแต่ 100 กิโลเมตรจนถึง 15 กิโลเมตร ซึ่งจะเป็นการบินเฉียดที่ใกล้ที่สุดและจงใจให้บินผ่านตำแหน่งที่มีการพ่นน้ำออกมา เพื่อเก็บตัวอย่างของน้ำและอนุภาคต่างๆ นำมาวิเคราะห์ต่อไป

ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า การค้นพบน้ำพุบนดวงจันทร์ยูโรปาครั้งนี้ เป็นอีกหลักฐานสำคัญที่ยืนยันว่าโลกไม่ใช่ดาวเคราะห์แห่งเดียวที่มีของเหลวและมีองค์ประกอบทางเคมีที่เอื้อต่อสิ่งมีชีวิต เช่นเดียวกับการค้นพบร่องรอยของแหล่งน้ำบนดาวอังคารและมหาสมุทรบนดวงจันทร์เอนเซลาดัส ดวงจันทร์บริวารของดาวเสาร์ ที่เคยค้นพบมาก่อนหน้านี้ 

“ข้อมูลดังกล่าวจะสามารถนำมาวิเคราะห์และวางแผนการสำรวจเกี่ยวกับตำแหน่งของน้ำพุและการโคจรรอบดวงจันทร์ยูโรปา นำไปสู่การวางแผนพัฒนาภารกิจยูโรปาคลิปเปอร์หลังปี 2563 เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีต่อยอดไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพื่อศึกษาหาคำตอบเกี่ยวกับการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตนอกโลก”

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับดวงจันทร์ยูโรปา

ดวงจันทร์ยูโรปา เป็นดวงจันทร์บริวารของดาวพฤหัสบดี มีขนาดเล็กกว่าดวงจันทร์ของโลกเล็กน้อย พื้นผิวเป็นน้ำแข็งที่มีความเรียบมาก ความเรียบในระดับนี้บ่งชี้ว่ามันมีความเปลี่ยนแปลงเชิงธรณีวิทยาทำให้ร่องรอยอุกกาบาตต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นเลือนหายไป (ในขณะที่ดวงจันทร์ของโลกเราไม่มีความเปลี่ยนแปลงเชิงธรณีวิทยาใด ๆ ทำให้รอยอุกกาบาตที่เกิดขึ้นไม่เลือนหายไป) นอกจากนี้หลักฐานจำนวนมาก เช่น ลักษณะของเปลือกที่เป็นน้ำแข็ง น้ำพุที่พุ่งออกมาจากผิวที่ความสูงกว่า 200 กิโลเมตรจากพื้นผิว ทำให้นักดาราศาสตร์มั่นใจว่าภายใต้เปลือกน้ำแข็งประมาณ 170 กิโลเมตร มีชั้นของมหาสมุทรอยู่ ดวงจันทร์ยูโรปาถูกค้นพบในปี พ.ศ. 2153 โดยสุดยอดนักดาราศาสตร์โลกชาวอิตาลี กาลิเลโอ กาลิเลอี (Galileo Galilei)

อ้างอิง : https://solarsystem.nasa.gov/news/437/old-data-reveal-new-evidence-of-europa-plumes/

ข้อมูลโดย : ธนกร อังค์วัฒนะ - เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ สดร

 








โดย: มิส  ณพวรรณ    เมธีชุติกุล
งาน: กลุ่มครู IE
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: https://mgronline.com/science/detail/9610000048145

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 1 ครั้ง