[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

ทำไมต้องงดอาหารก่อนมาตรวจเลือด

ทำไมต้องงดอาหารก่อนมาตรวจเลือด

การตรวจสุขภาพ ไม่ใช่ทุกรายการตรวจ ที่จะต้องทำการงดอาหารก่อนมาตรวจ และไม่ใช่ว่าต้องงดเครื่องดื่มทุกประเภท

ความหมายที่แท้จริงของการงดเครื่องดื่ม (หรืออาหารเหลว) คือ การงดเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมในน้ำนั้นเอง ไม่ว่าจะเป็นชา กาแฟ น้ำหวาน หรือน้ำที่มีส่วนผสมอื่นๆ ดังนั้นเราสามารถทานน้ำเปล่าได้

สำหรับรายการตรวจที่มีความจำเป็นในการงดอาหาร และเครื่องดื่มก่อนมาเจาะเลือดเพื่อทำการตรวจได้แก่

 

เบาหวาน และ การตรวจระดับไขมันในเลือด เท่านั้น

 

ในส่วนของการตรวจรายการอื่นๆ เช่น ตรวจการทำงานของตับ การทำงานของไต หรือการตรวจมะเร็ง เป็นต้น สามารถทำการเจาะเลือดเพื่อตรวจได้โดยไม่จำเป็นต้องงดอาหารและเครื่องดื่มมาก่อน

ทั้งนี้เหตุผลที่ต้องงดอาหารก่อน เพราะว่าในอาหารนั้นมีส่วนผสมของน้ำตาล และไขมันอยู่ ทำให้เมื่อไม่ได้งดอาหารหรือเครื่องดื่มก่อนทำการเจาะเลือดเพื่อตรวจ เบาหวาน หรือไขมัน ก็จะทำให้ น้ำตาล หรือไขมันในอาหารที่ทานเข้าไปนั้นมีผลทำให้ค่าที่ได้จากการตรวจเลือดนั้นสูงเกินจริง เมื่อนำค่าการตรวจมาวิเคราะห์ก็จะทำให้เกิดการวิเคราะห์ที่ผิดพลาดได้ อย่างผู้ที่เข้ารับการตรวจสุขภาพแท้จริงแล้วไม่ได้มีปัญหาเรื่องค่าน้ำตาลในเลือดสูง แต่มาทำการตรวจโดยไม่ได้ทำการงดอาหารมา ค่าจึงสูงกว่าปกติ ก็จะทำให้คนปกติกลายเป็นคนป่วยนั้นเอง

 

ส่วนการงดอาหารที่ถูกต้องคือ ทำการงดอาหารเป็นเวลา 12 ชม.ก่อนรับการตรวจ

ทำไมต้อง 12 ชม. นั้นเพราะว่าบางครั้งอาหารที่ทานเข้าไปถ้ามีสารอาหารชนิดที่ดูดซึมได้ช้า อย่าง ไขมันไตรกลีเซอไรด์ ที่สามารถทำให้ระดับไขมันในเลือดสูงได้นานถึง 10 ชั่วโมงหลังรับประทานอาหาร ก็จะทำให้ค่าไขมันไปรบกวนการตรวจ ทำให้ค่าที่ตรวจได้สูงเกินจริงนั้นเอง

ช่วงเวลาของการงดโดยปกติก็จะเป็นช่วงกลางคืน ก่อนมาทำการตรวจในตอนเช้า เพราะจะทำให้เราไม่ต้องงดอาหารมากเกินไป เพราะเป็นช่วงเวลานอนหลับพักผ่อน จึงไม่ค่อยมีคนนิยมงดอาหารช่วงเวลากลางวันก่อนรับการตรวจยกเว้นเสียแต่ว่าเป็นรูปแบบการใช้ชีวิตของบางท่านที่ต่างกันออกไป เช่น กลุ่มคนทำงานกลางคืน อย่างร้านอาหาร อาชีพที่ต้องอยู่เวรเป็นกะ นอนช่วงเวลากลางวัน ก็อาจจะมาเจาะในช่วงเย็น 

แล้วถ้าไม่งดอาหารละ สามารถทำการตรวจได้หรือไม่ คำตอบคือ ได้

กรณีการตรวจดูภาวะน้ำตาลในเลือด หรือเบาหวาน มีคำแนะนำ 2 แบบ

แบบแรกคือตรวจไปตามปกติถ้าพบว่าผลที่ได้นั้นผิดปกติให้ทำการตรวจซ้ำ เพื่อยืนยันผลด้วยการตรวจภาวะน้ำตาลสะสม (HbA1c) แบบที่สองคือ ตรวจภาวะน้ำตาลสะสม โดยไม่ต้องตรวจค่าน้ำตาลทั่วไป เพราะปัจจุบันวงการแพทย์ยอมรับผลการตรวจภาวะน้ำตาลสะสม ในการวินิจฉัยโรคเบาหวานแล้ว แต่ว่าต้องยอมรับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นเพราะการตรวจภาวะน้ำตาลสะสมจะมีราคาค่าตรวจสูงกว่าการตรวจน้ำตาลปกติ

กรณีการตรวจไขมันในเลือดจะได้แบบเดียวคือถ้าไม่งดอาหารมาตรวจแล้วพบค่าผิดปกติ ต้องทำการตรวจซ้ำโดยการงดอาหารมาอีกรอบ

 






https://www.healthlabclinic.com/%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%94/


โดย: มิส  จุฑารัตน์    เอี่ยมแสงศรี
งาน: งานส่งเสริมสวัสดิการ
อ้างอิงแผนงาน : จัดสวัสดิการและกิจกรรมที่เสริมสร้างขวัญกำลังใจของบุคลากร
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: https://www.healthlabclinic.com/%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%94/

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 3 ครั้ง