[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

รู้ไหม….กินอย่างไรให้สุขภาพจิตดี

คนส่วนใหญ่เข้าใจดีว่า อาหาร และสุขภาพกาย มีความสัมพันธ์กันอย่างไร แต่น้อยคนนักที่จะตระหนักถึงความเชื่อมโยงของอาหาร กับ สุขภาพจิต – อาหารที่คุณทานเข้าไป สามารถส่งผลกระทบต่ออารมณ์ และความคิด ได้มากกว่าที่คุณคิด

รู้ไหม....กินอย่างไรให้สุขภาพจิตดี

อาหารที่คุณทานเข้าไป ส่งผลต่อระดับพลังงาน ความตื่นตัว ระบบย่อยอาหาร และระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย  สมองของคุณก็เป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย เช่นเดียวกับหัวใจและตับ  และอาหารที่เราทานจึงเป็นพลังงานแหล่งเดียวในการขับเคลื่อนสมอง อาหารที่เราทานเข้าไปนั้น จะผลิตและปล่อยสารเคมีที่ส่งผลต่อระบบการรู้จำและอารมณ์ ดังนั้นอาหารจึงเป็นสิ่งสำคัญมากในการรักษาโรควิตกกังวล และซึมเศร้า

จริงหรือ…อาหารทำให้สุขภาพจิตแข็งแรง?

งานวิจัยมากมาย ยืนยันว่า อาหารและสุขภาพจิตมีความสัมพันธ์อันเชื่อมโยงกัน มีการพบว่า ผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิตมักจะทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เช่นอาหารแปรรูป อาหารบรรจุเสร็จ อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ เช่น มันฝรั่งทอด และ ช็อคโกแลต  มากกว่าที่จะทานผักผลไม้สดและอาหารเพื่อสุขภาพที่ปรุงเอง

การขาดธาตุโฟลิก และซีลีเนียม (ที่พบในผักใบเขียว) ก็มีความเชื่อมโยงกับโรคซึมเศร้า การเหนื่อยล้า การนอนไม่หลับ และความวิตกกังวล ดังนั้นการทานผักโขม คะน้า บล๊อคโคลี และผักใบเขียวอื่นๆ จะทำให้ร่างกายของคุณได้รับสารอาหารเพื่อต่อสู้กับอาการเหล่านี้

แน่นอนว่าอาหารที่มีวิตามินสูงจะช่วยทำให้สุขภาพกายและใจแข็งแรง งานวิจัยพบว่า ผู้หญิงวัยกลางคนที่ทานผักและผลไม้ 6 ชนิดต่อวัน  จะมีอัตราความเจ็บป่วยทางจิตใจน้อยลง  ผลการศึกษาจากงานวิจัยชิ้นนี้ ผนวกกับการค้นพบเรื่องความเชื่อมโยงกันของอาหารและสุขภาพจิต ทำให้เกิดข้อสรุปว่า การทานอาหารที่มีทั้งคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน วิตามิน เกลือแร่ น้ำเปล่า กรดอะมิโน และไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย ผนวกกับการหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้สุขภาพจิตดี

โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล กับ สารอาหาร

อาหารมีผลต่อสุขภาวะทางจิต 2 ประการ คือ อาการซึมเศร้า และอาการวิตกกังกล แม้ว่าโรคทั้งสองนี้ไม่ได้มีสาเหตุมาจากอาหารที่คุณทานเข้าไป แต่พบว่าสารอาหารมีส่วนสำคัญที่สามารถส่งผลให้อาการของโรคแย่ลง

ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า มักจะทานอาหารที่ไม่ค่อยมีคุณค่าทางโภชนาการ ผู้ป่วยมักจะไม่เลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพ อาจจะเจริญอาหารน้อยลง ทานของหวานมากขึ้น และมักจะเลือกทานอาหารจำพวกที่ส่งผลให้อาการซึมเศร้าแย่ลง การศึกษาชิ้นหนึ่ง ค้นพบว่าคนที่ทานอาหารที่คุณค่าทางโภชนาการต่ำ เช่น อาหารขยะที่ผ่านกระบวนการแปรรูป จะมีอัตราความเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าสูงกว่าคนที่ทานอาหารเพื่อสุขภาพ ถึง 58 เปอร์เซ็นต์

กินอย่างไร เพื่อต่อสู้กับโรคซึมเศร้า

สมองของคนที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า จะขาดสารเคมีที่เรียกว่าสารสื่อประสาท อันได้แก่ เซโรโทนิน และโดปามีน อันเป็นตัวช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและมีความสุข  กรดอะมิโนในอาหารสามารถแปรสภาพไปเป็นสารสื่อประสาทได้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ สารทริปโตเฟน (กรดอะมิโนชนิดหนึ่ง) ซึ่งพบในไข่ ชีส ปลาแซลมอล ไก่งวง สัปปะรด ถั่ว และเต้าหู้  เมื่ออาหารเหล่านี้เข้าสู่ร่างกาย มันจะถูกกระบวนการของร่างกายเผาผลาญเพื่อไปสร้างสารเซโรโทนิน และโดปามีน  ดังนั้นอาหารที่เราทาน จึงมีส่วนช่วยในการรักษาระดับของสารสื่อประสาทในสมอง อันได้แก่ เซโรโทนิน และโดปามีน เพื่อทำให้เรารู้สึกดี

กรดไขมันโอเมกา 3 ที่พบในอาหารจำพวกปลาและไข่ ก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยทำให้อาการของโรคซึมเศร้าดีขึ้น เพราะมันมีบทบาทสำคัญต่อโครงสร้างการทำงานของสมอง ด้านการปรับสมดุลย์ของอารมณ์ ดังนั้น เราจึงควรจะทานอาหารจำพวกปลาและไข่ให้เพียงพอ ในวันที่รู้สึกแย่ หรือซึมเศร้า

ความสัมพันธ์ของอาหาร กับโรควิตกกังวล

เมื่อคุณรู้สึกกังวล วิธีง่ายๆคือ สังเกตร่างกายของตัวเอง ที่ท้องและระบบขับถ่าย – คุณอาจรู้สึกไม่สบายท้อง หรือไม่แม้กระทั่งอยากจะมองอาหาร เพราะความกังวลอาจส่งผลกระทบต่อระบบในช่องท้อง ในขนะเดียวกันอาหารที่ทานเข้าไปก็ส่งผลต่อระดับความวิตกกังวล ทั้งนี้พบว่า อาการกรดไหลย้อนและการกังวลสามารถส่งผลถึงกันและกันได้

กินอย่างไร เพื่อต่อสู้กับโรควิตกกังวล

ไม่มีอาหารจำพวกใดจำพวกหนึ่งที่สามารถรักษาโรควิตกกังวลได้  แต่มีอาหารจำนวนหนึ่ง ที่ควรจะหลีกเลี่ยงเมื่อเป็นโรคนี้

เมื่อกรดไหลย้อน สามารถนำมาซึ่งความรู้สึกวิตกกังวล ดังนั้นจึงควรลีกเลี่ยงสิ่งที่จะไปกระตุ้นอาการนี้ เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ ของทอด ของเผ็ด ผลิตภัณฑ์จากนม กระเทียม หัวหอม โซดา ลูกอม และช็อคโกแลต

คุณควรหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรด เช่น ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว มะเขือเทศ อาหารขยะจำพวกน้ำตาล เพราะไม่เพียงแต่ว่าอาหารเหล่านี้จะทำให้เกิดกรดไหลย้อน แต่มันยังสามารถไปกระตุ้นอาการของโรควิตกกังวลได้อีกด้วย นอกจากนี้ เพื่อที่จะลดความวิตกกังวลให้ได้มากที่สุด คุณควรจะงดคาเฟอีน และสารที่มีฤทธิ์กระตุ้นทั้งหลาย เนื่องจากมันไปกระตุ้นการทำงานของหัวใจ ทำให้หัวใจเต้นเร็ว และเพิ่มอาการวิตกกังวล

ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดที่ไม่คงที่ สามารถทำให้อาการวิตกกังวลแย่ลง ดังนั้นอาหารที่มีน้ำตาลสูง ตามหลักแล้วก็คือคาร์โบไฮเครตเชิงเดี่ยว ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อป้องกันอาการน้ำตาลในเลือดไม่คงที่  ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะวิตกกังวล คุณควรจะทานอาหารดังต่อไปนี้มากๆ ได้แก่ น้ำเปล่า ผัก ธัญพืช ลีนโปรตีน (ในตอนเช้า) และคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เพื่อที่จะรักษาระดับน้ำตาลในเลือด

การรักษาโรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า ที่เดอะ เคบิน กรุงเทพฯ

สารอาหารที่ดี มีความสำคัญต่อร่างกาย เพราะมันช่วยทำให้สุขภาพกายและสุขภาพจิตแข็งแรง ทั้งนี้อาหารเป็นเพียงแค่หนึ่งปัจจัยเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งหมด และเพื่อสุขภาพจิตที่แข็งแรง ร่างกายของคุณควรจะได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ แควรหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจจะทำให้อาการของโรคแย่ลง อย่างไรก็ดี การรักษาที่ดีที่สุดคือการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านจิตบำบัด

เดอะ เคบิน กรุงเทพฯ มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตโดยเฉพาะ ติดต่อสอบถามข้อมูลทั่วไปเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนเพื่อเข้ารับการบำบัดและฟื้นฟู ได้ที่ 02 -105-6135 ทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 10:00 น. – 19:00 น.








โดย: มิส  พีวรา    สอาดล้วน
งาน: กลุ่มสาระสุขศึกษาและพลศึกษา
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: https://th.thecabinbangkok.co.th/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A1-%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%94%E0%B8%B5/

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 1 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 3 ครั้ง