[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

เข้าใจวิธีสอนเด็กญี่ปุ่น จากความเข้มแข็งของ “ทีมหมูป่า”

ตอนนี้ คนไทยคงต่างส่งกำลังใจให้ “ทีมหมูป่า” ที่ติดอยู่ในถ้ำใช่ไหมคะ ที่ญี่ปุ่นก็สนใจข่าวนี้เหมือนกัน และชาวญี่ปุ่นก็เป็นกำลังใจให้ชาวไทยเช่นเดียวกันค่ะ ฉันชื่นชมเด็ก ๆ กลุ่มนี้ที่เข้มแข็งมาก เพราะนอกจากจะช่วยเหลือซึ่งกันและกันแล้ว ยังยืนหยัดด้วยตัวเองได้ด้วย ซึ่งนี่เป็นหลักการสำคัญที่ชาวญี่ปุ่นสอนให้เด็ก ๆ เดียวกันค่ะ วันนี้จึงขอเล่าเรื่องการสอนเด็กญี่ปุ่นให้ “พึ่งพาตัวเอง” ได้ หรือที่เรียกว่า “จิริสึ” 自立
 

การดูแลสุขอนามัยคือขั้นแรกของการพึ่งพาตัวเอง
 
การดูแลสุขอนามัยคือขั้นแรกของการพึ่งพาตัวเอง


หลายคนคงทราบว่าชาวญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับ “วัฒนธรรมกลุ่ม” มากกว่า “ปัจเจก” แต่เด็กญี่ปุ่นทุกคนก็จะถูกฝึกให้ “จิริสึ” ตั้งแต่เล็ก เพราะคนญี่ปุ่นเชื่อว่าเราต้องดูแลตัวเองให้ได้ก่อนจึงจะช่วยเหลือผู้อื่นได้ เมื่อตัวเองเข้มแข็งแล้วกลุ่มถึงจะเข้มแข็งได้ 

ในตำราเรียนของเด็กญี่ปุ่นแบ่ง “จิริสึ” ออกเป็นหลายประเภท เช่น การพึ่งพาตนเองในชีวิตประจำวัน การพึ่งพาตนเองทางการเงิน และการพึ่งพาตนเองทางจิตใจ เป็นต้น 

เด็กญี่ปุ่นจะถูกฝึกตั้งแต่เล็กให้พึ่งพาตนเองในชีวิตประจำวันนั้น เริ่มจากการดูแลรักษาสุขภาพ อาหาร เสื้อผ้า เช่น ล้างมือและบ้วนปากทุกครั้งหลังจากกลับมาจากข้างนอก กินอาหารที่มีประโยชน์ ไม่เลือกกิน และกินให้เรียบร้อย เมื่อกินเสร็จแล้วก็ต้องนำจานชามไม่ล้าง ไม่ทิ้งค้างไว้ และยังต้องดูแลร่างกาย เสื้อผ้า รวมทั้งบ้านเรือนให้สะอาดสะอ้านด้วย
 

 


เด็กญี่ปุ่นจะเดินทางไปโรงเรียนเองตั้งแต่ชั้นประถมปลาย โดยจะนัดกับเพื่อนที่บ้านอยู่ใกล้กันไปด้วยกันเพราะจะได้ดูแลกันและกัน ตามระหว่างทางก็จะมีอาสาสมัครและผู้ใหญ่คอยช่วยเหลือบ้าง เด็กบางคนสามารถขึ้นรถไฟ เปลี่ยนรถไฟหลาย ๆ สายได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ที่โรงเรียน เรายังได้เรียนเกี่ยวกับการเย็บปักถักร้อย ซ่อมแซมเสื้อผ้า ไปจนถึงการทำอาหาร และงานฝีมือง่าย ๆ เช่น การใช้ไขควง คีม เพื่อประกอบโต๊ะ เก้าอี้แบบง่าย ๆ เปลี่ยนหลอดไฟ การใช้มีด ไม่ว่าผู้หญิงและผู้ชายก็ต้องเรียนเหมือนกันหมด สมัยเด็ก ๆ ฉันก็ไม่รู้ว่าต้องเรียนเรื่องพวกนี้ไปทำไม จนเมื่อโตขึ้นและได้มาเมืองไทย ต้องทำเรื่องต่าง ๆ ด้วยตัวเองหมดถึงรู้ว่าการซ่อมกระดุมที่หลุด ปะผ้าที่ขาด งานไม้ง่าย ๆ และการทำอาหารเป็นทักษะการใช้ชีวิตที่จำเป็นทั้งผู้ชายและผู้หญิง เพราะไม่ว่าจะไปท่องเที่ยว ไปทำงาน หรืออยู่ต่างบ้านต่างเมืองก็ใช้ชีวิตได้อย่างไม่ลำบาก

เรื่องสำคัญอีกอย่างที่เด็กญี่ปุ่นถูกฝึกคือ การซ้อมรับมือภัยพิบัติ เพราะญี่ปุ่นมีแผ่นดินไหวบ่อย เด็ก ๆ จึงต้องเรียนรู้วิธีเอาตัวรอด เพราะเมื่อเกิดภัยพิบัติ สิ่งสำคัญที่สุดคือรักษาตัวเองให้ปลอดภัย จะได้ไม่เป็นภาระของคนอื่น เราต้องช่วยเหลือตัวเองได้ก่อนถึงจะช่วยเหลือคนอื่นได้

เพราะว่าเด็ก ๆ ของญี่ปุ่นถูกฝึกให้ยืนหยัดด้วยตนเองตั้งแต่เด็กจึงไม่ค่อยมี “ลูกแหง่” พอขึ้นชั้นมัธยม พวกเราก็มักจะหางานพิเศษทำ ซึ่งจะทำให้เรา “จิริสึ” หรือพึ่งพาตนเองทางการเงินได้ในระดับหนึ่ง

เมื่อพึ่งพาตนเองในชีวิตประจำวันและทางการเงินได้แล้ว เรายังต้องพึ่งพาตนเองทางจิตใจ คือสามารถคิดและตัดสินใจด้วยตัวเอง รู้ว่าอะไรผิดอะไรชอบ รู้จักควบคุมอารมณ์ไม่ว่าในยามสุขหรือทุกข์ หรือที่ “วุฒิภาวะ” นั่นเอง
 

เด็ก ๆ ต้องรู้วิธีเอาตัวรอดเพื่อไม่ให้เป็นภาระในยามเกิดภัยพิบัติ
 
เด็ก ๆ ต้องรู้วิธีเอาตัวรอดเพื่อไม่ให้เป็นภาระในยามเกิดภัยพิบัติ


ถึงแม้ว่าเด็กญี่ปุ่นจะถูกฝึกให้พึ่งพาตัวเองตั้งแต่เล็ก แต่ก็มีหลายอย่างที่เราอาจจัดการไม่ได้ด้วยตัวเราเอง สิ่งสำคัญในการพึ่งพาตัวเองในสถานการณ์เหล่านั้นคือ ไปขอความช่วยเหลือจากคนที่เหมาะสม และรู้จักวิธีที่จะเอ่ยปากขอความช่วยเหลืออย่างเหมาะสมด้วย เพราะคนเราต้องอยู่ร่วมกันในสังคม พึ่งพาซึ่งกันและกัน ซี่งภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า คียวเซ” 共生

ที่ญี่ปุ่น ทักษะการใช้ชีวิตมีความสำคัญไม่แพ้ทักษะในวิชาชีพหรือความรู้ เด็กล้มเองก็ลุกเองได้ ช่วยเหลือตัวเองให้ได้ ถ้าเหลือบ่ากว่าแรงค่อยรบกวนให้คนอื่นช่วย เมื่อได้ดูข่าวเด็ก ๆ ใน “ทีมหมูป่า” รักษาตัวให้ปลอดภัยในถ้ำได้ตั้งนานหลายวัน ฉันจึงชื่นชมมากที่เด็ก ๆ เหล่านี้มีทั้ง “จิริสึ” คือ ยืนหยัดด้วยตัวเอง และ “เคียวเซ” คือ พึ่งพากันและกัน และอาจจะเข้มแข็งกว่าเด็กญี่ปุ่นรุ่นใหม่หลายคนด้วยซ้ำไป ฉันขอส่งกำลังใจให้ "ทีมหมูป่า" ปลอดภัยและพบกับครอบครัวโดยเร็วค่ะ
 

เด็กญี่ปุ่นซ้อมรับมือภัยพิบัติตั้งแต่เล็ก
 
เด็กญี่ปุ่นซ้อมรับมือภัยพิบัติตั้งแต่เล็ก


คนไทยมีคำพูดว่า “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” ใช่ไหมคะ ฉันคิดว่าเด็ก ๆ กลุ่มนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนอย่างมากค่ะ และในเหตุการณ์นี้ฉันยังได้เรียนสำนวนไทยอีกอย่างคือ “สามัคคีคือพลัง” คนไทยที่ชอบญี่ปุ่นสามารถเรียนรู้สิ่งดี ๆ จากญี่ปุ่นได้ แต่ฉันว่าคนไทยก็มีสิ่งที่น่าภาคภูมิใจหลายเรื่องเช่นเดียวกันค่ะ 






เข้าใจวิธีสอนเด็กญี่ปุ่น จากความเข้มแข็งของ “ทีมหมูป่า”


โดย: มิส  สุทธิรักษ์    ศรีวรรณ
งาน: งานกิจกรรมนักเรียน
อ้างอิงแผนงาน : จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนให้เป็นไปตามเป้าหมายของหลักสูตรสถานศึกษาและหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: https://mgronline.com/japan/detail/9610000067120

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 2 ครั้ง