[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

แนะนำเครื่องมือ Artificial Intelligence (AI) ที่ช่วยเสริมกลยุทธ์การตลาดและเพิ่มยอดขายอย่างชาญฉลาด

แนะนำเครื่องมือ Artificial Intelligence (AI) ที่ช่วยเสริมกลยุทธ์การตลาดและเพิ่มยอดขายอย่างชาญฉลาด

THINK

มารู้จัก Artificial Intelligence (AI) กันก่อน

Artificial Intelligence (AI) หรือในภาษาไทยเราก็คือ ปัญญาประดิษฐ์ ที่มีการพูดถึงกันมากในปี 2017 นี้ ถือเป็นเรื่องที่กำลังได้รับความสนใจสูงมากจากผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ไม่ว่าจะเป็น Microsoft, Google, Facebook, Amazon หรือ Apple ต่างก็ให้ความสนใจนำปัญญาประดิษฐ์นี้มาใช้ในกลยุทธ์การขายและการตลาดกันอย่างดุเดือด

ทำไมเราจึงต้องสนใจ AI ล่ะ?

แล้ว AI เกี่ยวอะไรกับเรา?

AI เป็นสาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่ผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยต่างโหมกระหน่ำพยายามทำให้มัน Intelligent (ฉลาด) มากขึ้นๆ จนถึงขนาดมีการนำไปทำภาพยนตร์ว่า AI จะครองโลก และมนุษย์จะไม่สามารถควบคุมมันได้ เพราะเราทำให้มันซุปเปอร์ฉลาดยิ่งกว่าความสามารถของมนุษย์น่ะซิ

ระยะหลังนี้เราจะได้ยินเรื่องราวของ AI กันจนก้นร้อน ต้องรีบตามเทรนด์ให้ทันว่ามันเกี่ยวอะไรกับฉันหว่า ถึงคุณจะไม่อยากเกี่ยวกับมัน แต่มันมาเกี่ยวกับคุณแล้วล่ะ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ด้านการผลิต ด้านการแพทย์ และอีกหลายๆ ด้าน แม้กระทั่งด้านการตลาด การขาย และการบริการลูกค้า

เอาล่ะซิ…..แล้วคุณจะไม่สนใจมันซักนิดได้ไง

ยาวไป อยากเลือกอ่าน? (TL;DR)Show

ประวัติของเขาช่างยาวจริงๆ เอาเป็นว่าจะเล่าแบบย่อๆๆ ที่สุดละกัน

ที่จริงแล้ว Artificial Intelligence หรือ AI มีมาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ เพียงแต่ยังไม่มีการจัดตั้งเป็นสาขาวิชาในสถานศึกษาใดๆ อย่างเป็นทางการ จะมีก็เพียงในนวนิยายเกี่ยวกับศาสนาความเชื่อในเรื่องของเทพเจ้ากรีก เช่น หุ่นยนต์ทองแดงชื่อ “ทาลอสแห่งครีต” ของเทพฮิฟีสตัส และในนิยายแนววิทยาศาสตร์

ต่อมานักปรัชญาและนักวิทยาศาสตร์ได้มีการศึกษาและพัฒนาแนวคิดนี้ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยนำมาใช้ในเรื่องการคิดค้นเครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์ดิจิทัลที่ใช้โปรแกรมและหลักการทางคณิตศาสตร์ของ แอลัน ทัวริง ซึ่งได้ผลดีจนทำให้นักวิทยาศาสตร์เริ่มเห็นความเป็นไปได้ที่จะสร้าง สมองอิเล็กทรอนิกส์ อย่างจริงจัง

ในปี 1956 ได้มีการจัดตั้งสาขาปัญญาประดิษฐ์ขึ้นที่ Dartmouth College โดยผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่านคือ จอห์น แม็กคาร์ธีย์, มาร์วิน มินสกี, อัลเลน นิวเวลล์, อาเธอร์ ซามูเอล และเฮอร์เบิร์ต ไซมอน การจัดตั้งสาขาปัญญาประดิษฐ์ครั้งนี้จึงถือว่าเป็นต้นกำเนิดของสาขาวิชาปัญญาประดิษฐ์อย่างเป็นทางการ

ในปี 1990 ได้มีการนำ AI มาใช้ในด้านการขนส่ง การทำเหมือง การวินิจฉัยทางการแพทย์ และอีกหลายสาขาอุตสาหกรรม

จนกระทั่งในปี 1997 เครื่อง DeepBlue ของบริษัท IBM ได้กลายเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลกที่สามารถเล่นหมากรุกเอาชนะแชมป์โลกอย่าง แกรี คาส ปารอฟ ซึ่งเป็นแชมป์หมากรุกของโลกในเวลานั้นได้ และในปี 2011 เครื่อง Watson ของบริษัท IBM ได้เป็นแชมป์รายการตอบคำถามจีโอพาร์ดีแบบชนะขาดลอย

จะเห็นได้ว่าในช่วงต้นๆ การวิจัยและพัฒนา AI จะใช้ในด้านคณิตศาสตร์, เกมส์, วิทยาศาตร์คอมพิวเตอร์ เป็นหลัก แต่ก็มีการทำวิจัยมาเรื่อยๆ ในความพยายามให้มันฉลาดมากขึ้น, ประมวลผลได้แม่นยำขึ้นและมีความสามารถเท่าเทียมมนุษย์ โดยแบ่งออกเป็น 4 แนวคิด

1. ระบบที่คิดเหมือนมนุษย์ (Systems that think like humans)

2. ระบบที่กระทำเหมือนมนุษย์ (Systems that act like humans)

3. ระบบที่คิดอย่างมีเหตุผล (Systems that think rationally)

4. ระบบที่กระทำอย่างมีเหตุผล (System that act rationally)

ประวัติจริงๆ ของ AI ยาวมากๆ เพราะมีการวิจัยกันมาหลายร้อยปีแล้ว แค่คร่าวๆ ก็จำไม่ไหวแล้วล่ะ แล้ว AI เกี่ยวกับงาน Marketing อย่างไร เอาเป็นว่าเราไปรู้จักศัพท์ AI ในด้าน Marketing กันต่อเลยดีกว่า

คำศัพท์สำคัญเกี่ยวกับ AI Marketing ที่ควรรู้

1. Artificial Intelligence (AI) คือศาสตร์แห่งการสร้างเครื่องจักรที่ทำสิ่งต่างๆ ที่คิดว่าเป็นอัจฉริยะหากทำโดยมนุษย์

2. Machine Learning คือ ชุดย่อยของ AI ที่ช่วยให้คอมพิวเตอร์สามารถเรียนรู้ได้โดยไม่ต้องตั้งโปรแกรมไว้อย่างชัดเจน กรณีการใช้งานโดยทั่วไปในการเรียนรู้ด้วยเครื่องจักร ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพ (เมื่อเลือกตัวเลือกที่ดีที่สุดเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้) การระบุ (การแยกความหมายจากรูปภาพหรือข้อความ) การตรวจจับความผิดปกติ (การแยกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนอกบรรทัดฐาน และการแบ่งกลุ่ม ตามลักษณะที่อนุมานหรือเป็นที่รู้จัก)

3. Content intelligence คือการประยุกต์ใช้ AI ในการจัดการเนื้อหาโดยเฉพาะอย่างยิ่งความเข้าใจและการจำแนกประเภทเนื้อหาเพื่อปรับปรุงการกำหนดเป้าหมายและการวัดผลการดำเนินงาน

4. Predictive marketing คือการนำแอพพลิเคชั่น AI ไปใช้ในการทำการตลาดโดยปกติจะระบุกลุ่มเป้าหมายทำนายสิ่งที่พวกเขาอาจสนใจและแนะนำเนื้อหาหรือข้อมูลผลิตภัณฑ์ถัดไปที่ดีที่สุด

Sources: Content Marketing Institute

แค่ศัพท์ 4 ตัวนี้ก็ทำเอานักการตลาด นักเขียนบทความ นักขาย นักวิเคราะห์การตลาด นักบริหาร เริ่มหนาวๆ ละ

แล้วเราจะทำอย่างไรที่จะควบคุม AI โดยที่ไม่ตกงานและตกเทรนด์ล่ะ

คำตอบก็คือ คุณต้องศึกษาหาเครื่องมือ AI ที่สามารถนำมาใช้กับงานด้านการตลาด การขาย การบริการลูกค้า และการวิเคราะห์ผล เพื่อเสริมศักยภาพแผนการตลาดของคุณ โดยที่คุณเป็นนายของมันและสั่งให้มันทำงานให้คุณอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเราขอแนะนำเครื่องมือ AI ที่จะช่วยงานการตลาดของคุณให้เป็นเรื่องง่ายในการเสริมภาพลักษณ์ธุรกิจที่ทันสมัยและสร้างความมั่นใจต่อลูกค้า

อยากรู้ก็ Scroll Down……

5 แนวทางที่ AI ช่วยงานการตลาดและการขายได้อย่างเยี่ยมยอด พร้อมแนะนำเครื่องมือที่ใช้งานได้จริง

หลายคนยังคงคิดว่า AI เป็นแค่วิทยาศาสตร์, เรื่องเกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์, และทฤษฎีที่ใช้ในการศึกษาวิจัย แต่ที่จริงแล้ว AI ได้ถูกนำมาสร้างให้เป็นรูปธรรมมากขึ้นแล้ว ถ้าจะเปรียบ AI กับคนก็ต้องบอกว่า AI ยังเป็นเด็กเล็กอยู่ แต่เป็นเด็กที่โตไวมากๆ เพราะได้รับการอัดฉีดสารเร่งความเติบโต ก็เพราะหลายสำนักต่างทุ่มทุนในงานวิจัยเพื่อสร้างให้ AI มีความอัจฉริยะมากขี้นโตขึ้น คิดและตัดสินใจเลือกสิ่งต่างๆ หรือแม้ตอบคำถามได้เหมือนผู้ใหญ่ และเป็นผู้ใหญ่ที่อัจฉริยะมากที่สุดคนหนึ่ง

AI ถูกนำมาสร้างให้เป็นรูปธรรมในการใช้งานได้จริงในหลายสาขาอาชีพ แต่วันนี้เราจะมาพูดเฉพาะ AI ที่สามารถนำมาใช้กับงานด้านการตลาดได้จริง พร้อมแนะนำเครื่องมือที่น่าสนใจสำหรับนักการตลาดด้วยค่ะ

มาดูกันว่า 5 แนวทางที่ AI ช่วยงานการตลาดและการขายได้อย่างเยี่ยมยอดมีอะไรบ้าง และเครื่องมือที่ Shifu แนะนำมีอะไรบ้าง

อ่านต่อเรื่อยๆ อย่าเพิ่งท้อนะ

1. AI ช่วยคุณสร้างแบรนด์ด้วยภาพลักษณ์ที่ทันสมัย

ไม่ว่าคุณจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง หรือขนาดใหญ่ คุณคงมีเว็บไซด์ของธุรกิจเพื่อช่วยสร้างโอกาสในการเข้าถึงแบรนด์ถ้าใครยังไม่มีแนะนำว่าควรสร้างเว็บไซด์ของธุรกิจค่ะ เพราะการที่คุณมีเว็บไซด์ก็เปรียบเหมือนคุณมีสำนักงานถาวร แต่เป็นสำนักงานออนไลน์ที่ใครๆ ก็เข้ามาชมสินค้า บริการ หรือหาเบอร์ติดต่อกับคุณได้ง่ายๆ 24 ชั่วโมง แม้ขณะคุณนอนหลับคุณก็อาจได้รับอีเมล์ติดต่อจากผู้สนใจสั่งซื้อสินค้าหรือจองบริการของคุณผ่านเว็บไซด์ได้ง่ายๆ

จะสร้างเว็บไซด์แต่ไม่ถนัดด้านใช้โปรแกรม ไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะตอนนี้ AI สามารถช่วยคุณสร้างเว็บไซด์ที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ที่ทันสมัยให้กับแบรนด์ของคุณแบบชนิดที่เรียกว่า แค่ใส่ข้อมูลที่ต้องการ AI ก็จะช่วยออกแบบและจัดวางให้คุณอย่างสวยงามเลยล่ะ

Shifu แนะนำ
เครื่องมือแนะนำ: Firedrop เป็นเครื่องมือช่วยสร้าง Landing Page ด้วย Sacha, A.I. Designer เพียงแค่ถาม Sacha ทุกอย่างแล้วคุณเธอก็จะช่วยออกแบบ Landing Page ให้อย่างง่ายดายราวกับมีนักออกแบบเว็บไซด์มืออาชีพส่วนตัวเลยล่ะ

 

นอกจากนี้คุณยังสั่งให้มันหาสีที่เหมาะสม หาตัวอักษรที่สวยๆ จัดรูปแบบให้เหมาะกับเนื้อหาของคุณ แล้วสั่ง Publish เว็บไซด์ได้เพียงแค่บอก Sacha ว่าคุณต้องการทำอะไร เหมือนสั่งงานลูกน้องในออฟฟิสนั่นแหละ แต่สำหรับ Sacha เธอทำงานทุกเวลาที่คุณต้องการ ต้องการเวลาไหน อย่างไร หล่อนจัดให้หมด ไม่เพียงเท่านี้หล่อนยังอัจฉริยะขนาดที่ว่าสามารถออกแบบให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่เหมาะกับบุคลิกภาพของคุณด้วยไม่ว่าจะเป็นตัวอักษร โทนสี ที่เข้ากับรสนิยมของคุณโดยใช้รูปลักษณ์และความรู้สึกของแบรนด์เป็นเกณฑ์ เรียกได้ว่า Sacha คือ คู่มือแบรนด์ดิจิทัลอัตโนมัติในแบบฉบับของคุณ ไม่ว่าเนื้อหาจะเป็นอย่างไรแม้แต่ภาษาไทยหล่อนก็ออกแบบให้เหมาะกับแบรนด์และรสนิยมของคุณได้

คุณสามารถคุยกับ Sacha จากมือถือแล้วดูความเปลี่ยนแปลงบน Desktop ไปพร้อมๆ กันด้วยนะ และที่ชอบมากคือ ฟรี!

อยากรู้จัก Sacha แล้วสิ…..ชมวิธีใช้เพิ่มเติมในวีดีโอเลยค่ะ

2. AI ช่วยคุณทำ SEO ที่ได้ผลดีกว่าในการค้นหา

AI ได้ถูกนำมาใช้ในการค้นหาคำหลักที่ไม่เพียงแค่วลีสั้นๆ เท่านั้น ตัวอย่างเช่น Google RankBrain ที่ทำงานด้วยระบบการค้นหาที่ทำความเข้าใจบริบทรวมทั้งเนื้อหาของไซด์ RankBrain สามารถเดาความหมายของคำได้อย่างชาญฉลาดแม้จะเป็นคำหรือวลีที่ไม่เคยพบมาก่อน

RankBrain จะเปลี่ยนวิธีการทำ SEO ทำให้การค้นหาคำหลักแล้วใส่ในเนื้อหาจะไม่มีผลอีกต่อไป เพราะ AI สามารถจัดอันดับหน้าเว็บตามเนื้อหาที่มีอยู่และข้อมูลที่ไม่มีในเว็บด้วยเงื่อนไขและแนวคิดที่เกี่ยวข้องซึ่งทำให้มีการเชื่อมโยงที่กว้างขึ้นและทำให้วลีคำหลักมีความสำคัญน้อยกว่าในการจัดอันดับ SERP (Search Engine Results Pages)

AI ในโลกของ SEO จึงสามารถเน้นกลยุทธ์ที่ดีที่สุดและมีความเกี่ยวข้องมากที่สุดสำหรับเว็บไซต์ของคุณซึ่งเป็นเครื่องมือที่เป็นประโยชน์อย่างมหาศาลในการแข่งขันที่เหนือกว่า

ระบบ AI / SEO จะช่วยให้เนื้อหารูปแบบและรูปแบบเว็บประสบความสำเร็จทั้ง SERP และกับผู้ใช้

Google ได้ปรับปรุงวิธีการค้นหาคำหลักด้วยเสียง (Voice Search) และภาพ (Visual Search) Google เปลี่ยนแปลงและปรับปรุงอัลกอริทึมการค้นหาเกือบทุกวันและนักการตลาดต้องตระหนักถึงสิ่งนี้และมั่นใจว่าเนื้อหาของตนจะได้รับการปรับให้เหมาะสมตามการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้

AI ช่วยคุณทำ SEO ที่ได้ผลดีกว่าในการค้นหาอย่างไร เรามีเครื่องมือ AI / SEO ที่อยากแนะนำค่ะ

Shifu แนะนำ
เครื่องมือแนะนำ: Torch เป็นเครื่องมือทางธุรกิจ e-commerce ที่ใช้การหาข้อมูลด้วย Machine Learning และ AI ที่ทำงานโดยอัตโนมัติช่วยให้คุณประหยัดเงินและช่วยให้ธุรกิจเติบโตขึ้น

การทำงานของ Torch คือ มันจะรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเรียนรู้เกี่ยวกับลูกค้าของคุณช่วยให้คุณสามารถให้บริการออนไลน์ได้ดียิ่งขึ้นโดยไม่ต้องใช้แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

– คุณสามารถจัดการพื้นที่คลังสินค้าและพื้นที่เก็บสินค้า ช่วยในการขนส่งสินค้าแบบเรียลไทม์และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการขายของคุณ

– คุณสามารถสร้างเว็บไซต์ที่สวยงามและตอบสนองได้อย่างสมบูรณ์ภายในไม่กี่นาทีกับระบบการออกแบบเว็บไซต์ที่ใช้งานง่ายและช่วยคุณสร้างเว็บไซด์จากความหยั่งรู้ของ AI

– มันจะรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับลูกค้าและคู่แข่งของคุณ เพื่อช่วยในการจัดการปรับปรุงและพัฒนาธุรกิจของคุณแม้ในเวลาที่คุณกำลังสนุกสนานกับเพื่อนๆ หรือครอบครัว

– มันจะเรียนรู้เกี่ยวกับบริษัทของคุณและจะจัดหารายการที่สามารถนำไปใช้ในการขยายธุรกิจของคุณ ราวกับการมีพนักงานทำงานให้คุณตลอด 24 ชั่วโมง

– อัลกอริธึมของ Torch จะเรียนรู้เกี่ยวกับลูกค้าของคุณโดยมันสามารถเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผลิตภัณฑ์และการเลือกโฆษณาแบนเนอร์ที่เหมาะกับลูกค้านั้น และทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเว็บไซต์ของคุณสร้างขึ้นมาสำหรับพวกเขา

– ระบบด้านการตลาดอีเมลของ Torch จะช่วยเสริมความมั่นใจได้ว่าการติดต่อที่สำคัญกับลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าเป้าหมายจะประสบความสำเร็จแม้ในขณะที่คุณอยู่นอกสำนักงานก็ตาม

คุณสามารถทดลองใช้เครื่องมือนี้ได้ ฟรี! แล้วลองประเมินผลดูนะคะว่าน่าสนใจไหม ระบบรองรับภาษาอังกฤษเป็นหลัก แต่น่าจะพอให้ประโยชน์กับผู้ใช้คนไทยบ้างไม่มากก็น้อยค่ะ แนะนำว่าลองเล่นดูว่าเหมาะสมกับธุรกิจคุณหรือไม่นะคะ…

3. AI ช่วยให้การทำ Content ง่ายและดึงดูดใจผู้อ่าน

“การสร้างเนื้อหา” อาจเป็นคำที่ค่อนข้างคลุมเครือ แต่เราสามารถแบ่งเนื้อหาออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ ๆ ได้แก่

– การคิดเนื้อหา

– การผลิตเนื้อหา

– การโปรโมทเนื้อหา

เนื้อหาเป็นฟิลด์ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เนื้อหามีตั้งแต่การทวิตในทวิตเตอร์ไปจนถึงการสร้างภาพยนต์ระดับโลกของฮอลลีวู้ดเลยล่ะ

เรามักคิดถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายในอุตสาหกรรมของเราในแง่ของกระบวนการและการคำนวณ หรือการซื้อสื่อโฆษณา เป็นต้น โดยไม่ทันคิดว่าอัลกอริทึมกำลังเข้าแทรกแซงในระดับที่ซับซ้อนมากขึ้น การพยายามสร้างระบบ AI ขึ้นมาเพื่อช่วยให้เรามีเวลาในการสร้างสรรค์งานหรือผลิตเนื้อหาและวางกลยุทธ์แคมเปญมากขึ้นทำให้นักการตลาดอาจนึกไม่ถึงว่ามันมีความอัจฉริยะมากจนสามารถสร้างบทความได้แทนเรา

คุณรู้หรือไม่ว่าคุณได้เคยอ่านอย่างน้อยหนึ่งบทความที่เขียนขึ้นทั้งหมดโดยอัลกอริทึม

ตั้งแต่ต้นปี 2015 Associated Press ได้อาศัยอัลกอริทึม AI เพื่อสร้างบทความใหม่ ๆ กว่า 3,000 บทความในแต่ละไตรมาส นักข่าวหุ่นยนต์เหล่านี้ได้รับมือกับงานด้วยประสิทธิภาพและความแม่นยำที่น่าทึ่ง แต่สำหรับตอนนี้ความสามารถของ Robot journalists ยังค่อนข้างจำกัดอยู่เพราะผู้สื่อข่าวหุ่นยนต์ส่วนใหญ่จะครอบคลุมเรื่องราวที่เป็นข้อเท็จจริงและง่ายต่อการรายงานเท่านั้น ตัวอย่างเช่น คะแนนกีฬา การอัปเดตหุ้น และการคาดการณ์สภาพอากาศ ที่ข้อมูลง่ายต่อการเข้าใจ

Gartner คาดการณ์ว่าภายในปี 2018 “20% ของเนื้อหาทางธุรกิจทั้งหมดจะถูกประดิษฐ์ขึ้นโดยเครื่องจักร”

Elon Musk คิดว่าเครื่องคอมพิวเตอร์จะสามารถทำอะไรก็ได้ที่มนุษย์สามารถ “ภายในปี 2030 ถึง 2040”

และเมื่อไม่นานมานี้ Google ได้ลงทุนกว่า 800,000 ดอลลาร์ ในการริเริ่มของสมาคมสื่อมวลชนเพื่อสร้างข่าวโดยใช้ AI เท่านั้น

ดูจากสถิติแล้วการเดินไปสู่เนื้อหาเชิงสร้างสรรค์ หรือ AI-led ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่จะเกิดแน่นอน แต่ความเป็นจริงแล้วการพัฒนาไปถึงจุดนั้นมันซับซ้อนกว่าที่คิด ซึ่งคงต้องใช้ระยะเวลาในการวิจัยอีกนานพอควรค่ะ

สำหรับ AI แล้วการทำเนื้อหาไม่ได้มีเพียงการเขียนบทความเท่านั้น มันยังสามารถนำบทความของคุณมาสร้างเป็นวีดีโอเนื้อหาด้วยอย่างชาญฉลาด

ถ้าอยากรู้จักกับ AI / Video Content Marketing ล่ะก็ เลื่อนลงไปต่อเลยค่ะ

Shifu แนะนำ
เครื่องมือแนะนำ: Lumen5 “A.I. powered video creation platform that turns blog posts into engaging videos” แค่อ่านสโลแกนก็ทึ่งละ และมันทำงานได้สมบูรณ์จริงๆ ด้วยนะ ที่กล้ายืนยันนั่งยันนี่เพราะได้ลองใช้มากับตัวเองตั้งแต่ช่วงต้นๆ ของโปรเจกเลย จะเรียกว่าเป็นกลุ่มหนูทดลองก็คงไม่ผิด

ถึงแม้ว่าตอนนี้ Lumen5 ยังไม่รองรับภาษาไทยอย่างสมบูรณ์ แต่สำหรับบทความภาษาอังกฤษแล้วถือได้ว่าเป็นเครื่องมือวีดีโอเนื้อหาที่ยอดเยี่ยมตัวหนึ่ง ก็เพราะ

– Built-in media library รวบรวมทุกสิ่งที่คุณต้องการไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็น รูปภาพ (photos) วีดีโอ (videos)และเพลง (Music) และที่สำคัญถูกลิขสิทธิทุกอย่าง ทำให้คุณไม่ต้องกังวลในการใช้งานเพื่อธุรกิจ

– Smart Templates ช่วยสร้างวีดีโอเนื้อหาจากBlogให้คุณอัตโนมัติโดยที่คุณสามารถนำไปใช้ได้เลยหรืออาจปรับเปลี่ยนรูปภาพ วีดีโอ เพลง และแก้ไขเนื้อหาตามความชอบก็ได้

– ใช้งานง่ายโดยที่คุณไม่จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญในการสร้างวีดีโอ เพราะAI จะประมวลผลด้วยระบบภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing Algorithms) ที่ช่วยสรุปเนื้อหาในแต่ละซีนและสร้างStoryboard สั้นๆ สำหรับวีดีโอ เพียงแค่ใส่ลิ้งก์เนื้อหาที่คุณต้องการเท่านั้น

– ด้วยเทคโนโลยี Computer Vision เจ้าAIจะเลือกรูปภาพ หรือวีดีโอ หรือภาพกราฟิกที่เกี่ยวข้องให้อัตโนมัติ

– Machine Learning ช่วยสร้างวีดีโอที่มีคุณภาพโดยไม่จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญ และยังช่วยคุณประหยัดเวลาในการตัดต่อวีดีโอ อย่างเช่น ระยะเวลาของแต่ละฉากจะถูกกำหนดด้วยอัลกอริทึมโดยขึ้นกับจำนวนคำในฉาก นอกจากนี้มันยังช่วยวางตำแหน่งข้อความที่เหมาะสมกับภาพประกอบและเนื้อหาได้อย่างชาญฉลาด (มันจะไม่วางเนื้อหาบนใบหน้าคนในภาพ เป็นต้น), และไฮไลท์ข้อความที่สำคัญตามสีแบรนด์ของคุณโดยอัตโนมัติ

– สามารถอัพโหลดโลโก้, ใส่Watermark, Call-to-Action และปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ตามชอบ

– Download แล้วแชร์ได้ง่ายๆ ในโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Twitter, YouTubeหรือInstagram

  • อัพเดทล่าสุด ตอนนี้คุณสามารถอัพโหลดวีดีโอ หรือ GIF จากไฟล์ของคุณได้แล้ว เป็นฟังก์ชั่นเพิ่มเติมจากการอัพโหลดรูปภาพส่วนตัว แต่มีข้อแม้ว่าต้องถูกต้องตามลิขสิทธินะคะ

ลองชมวีดีโอพรีเซนเทชั่นของเขาดูค่ะ

สำหรับคอนเท้นภาษาไทยเท่าที่ทำได้ตอนนี้ก็คงเป็นการอัพโหลดวีดีโอของคุณแล้วใช้ Music และตัวเลือกอื่นๆของเขาไปก่อนจนกว่าจะมีการเพิ่มฟังชั่นใหม่ๆ ที่เขากำลังเร่งทำอยู่ค่ะ

สำหรับราคาของเขามีให้เลือกทั้งแบบใช้ฟรีและจ่ายรายเดือน คนที่ต้องการทำเป็นแบบธุรกิจและไม่อยากให้มีเครดิตติดมาในวีดีโอ แนะนำให้เลือกจ่ายเป็นรายปีเพราะเขาให้ส่วนลดอีก 20% ค่ะ

4. AI ช่วยให้การโปรโมทสินค้าและทำโฆษณามีประสิทธิภาพ

การโปรโมทสินค้าและทำโฆษณาด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนแทบจะติดตามไม่ทันได้สร้างความท้าทายและโอกาสใหม่ๆ ที่ทั้งน่าตื่นเต้นและน่ากลัว ก็เพราะได้มีการนำ AI มาใช้ในอุตสาหกรรมการโฆษณาแล้วน่ะสิ

อย่างที่ทราบกันว่า AI จะสามารถคิดได้เช่นเดียวกับมนุษย์ ซึ่งก็หมายความว่าหน้าที่ของผู้ลงโฆษณาในการเลือกซื้อสื่อที่เหมาะสม, การกำหนดเป้าหมายผู้ใช้ที่เหมาะสม, การปรับแต่งความคิดสร้างสรรค์, การเพิ่มประสิทธิภาพในการเสนอราคา และหน้าที่อื่นๆ ที่นักโฆษณาสามารถทำได้ เจ้า AI ก็ทำได้โดยใช้ข้อมูลทั้งหมดมาประมวลผลได้แม่นยำและรวดเร็วกว่ามนุษย์ นอกจากนี้ AI ยังช่วยวิเคราะห์ผลลัพธ์ให้เสร็จสรรพด้วย

ถ้าคุณคิดว่านี่เป็นเพียงการสร้างหนังฮอลลีวู้ดแค่นั้น คุณอาจวางใจมันมากเกินไปเพราะในหลายเอเยนซีได้นำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้อย่างจริงจังในการสร้างแบรนด์, ช่วยตัดสินใจในการทำโฆษณา, ช่วยออกแบบการโฆษณา, จนถึงการช่วยวิเคราะห์ผลลัพธ์ และแก้ไขปรับปรุงให้เหมาะกับกุล่มเป้าหมายและพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างแม่นยำ หรือที่เรียกว่า Retargeting นั่นเองค่ะ

ถ้าพูดถึงตรงนี้ คงอยากรู้แล้วว่าพวกสำนักโฆษณาระดับมืออาชีพเขาใช้ AI มาช่วยอย่างไร คำตอบก็คือ เขาใช้เครื่องมือที่สร้างให้ AI สามารถทำงานแทนนักโฆษณาได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งก็มีเครื่องมือหลากหลายตามวัตถุประสงค์การใช้งาน และเครื่องมือที่เรานำมาแนะนำสำหรับการทำ Retargeting ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ก็อยู่ด้านล่างนี้แล้วค่ะ






เกร็ดความรู้เทคโนโลยี


โดย: มิส  เรวดี    ตันติเสนีย์พงศ์
งาน: งานเทคโนโลยีสารสนเทศและโสตทัศนูปกรณ์
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: https://contentshifu.com/artificial-intelligence-ai-marketers/

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 2 ครั้ง