[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

ความเป็นหนึ่งเดียว
ความเป็นหนึ่ง
ความเป็นหนึ่ง
    หนึ่งในบรรดาสิ่งที่เหน็บแนมธรรมชาติมนุษย์มาก  คือ  แทนที่มนุษย์ควรเพิ่มพูนสัมพันธภาพกับพระเป็นเจ้าให้มากขึ้น  กลับไม่สนใจพระเจ้า  ผลที่ตามมา  คือเราแตกแยกกันมากที่สุดในครอบครัวมนุษย์  เพราะหลายช่วงเวลามีสงครามมากมาย  เกี่ยวกับหลักการศาสนามากกว่าสาเหตุอื่น  แม้ในวันนี้  สงคราม  การหลั่งเลือด  การต่อสู้ทางการเมือง  และตัวอย่างนับไม่ถ้วน  ที่ขาดมนุษยธรรมต่อกัน  เป็นเรื่องธรรมดาที่กลุ่มหนึ่งพยายามยืนหยัดระบบความเชื่อ  การเมือง  หรืออำนาจสูงสุดของพระเจ้าของเขา  เหนือชีวิตของคนอื่น
    ความขัดแย้งเหล่านี้มิได้แค่ระหว่างศาสนาต่างๆ แต่ภายในแต่ละลัทธิ  ในศาสนาต่างๆ  ทุกศาสนา  จะพบความแตกต่างระหว่างสมาชิกอื่น  ว่าแยกจากของดั้งเดิม  หรือความเชื่อแท้  จนอาจทำให้บางคนคิดไปว่า  ศาสนาเป็นการเสียเวลา  ผลที่ตามมาเขาจึงละทิ้งความเชื่อในพระเจ้า  เพราะความผิดหวังในมนุษยชาติ
    ปัญหาจึงเกี่ยวข้องกับเราที่ขาดความรู้เรื่อง  ความเป็นหนึ่งเดียวซึ่งกันและกัน  การพัฒนาชีวิตจิตและศาสนา  จึงควรสานทอทุกคนเข้าด้วยกัน  มากกว่าการเน้นรูปแบบของศาสนาหรือข้อความเชื่อ  แต่พยายามให้ตระหนักถึงพระจิตเจ้า  ที่กำลังมีชีวิตในโลกใบนี้  มีแต่พระเจ้าเดียวและเราทุกคนเป็นลูกของพระเจ้า
ความเป็นหนึ่ง  (Oneness)  คืออะไร
    รอบตัวเราประกอบด้วยพืช  พรรณไม้  สัตว์  ประสบการณ์และผู้คนมากมาย  เราจึงมีโอกาสเห็นความแตกต่าง  แต่มีพระเจ้าองค์เดียว  ผู้ให้กำเนิดสรรพสิ่ง
    ความเป็นหนึ่ง  จึงหมายถึง  ทุกสิ่งเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน  กับโลก  กับจักรวาล  และกับพระเจ้า  พลังหนึ่งนี้เป็นพลังเพื่อความดีมาสู่โลก  แต่น่าเสียดายที่มนุษย์ใช้สติปัญญา  และเสรีภาพทำสิ่งที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว  ทำบาป  แต่ในพระคัมภีร์ยืนยันว่า  เราต้องรักพระเจ้าสุดจิตใจ  สุดสติปัญญา  สุดกำลัง  และรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง
    วิธีหนึ่งเพื่อค้นพบความเป็นหนึ่ง  จึงควรศึกษาศาสนาต่างๆ โดยควรมองข้ามความแตกต่าง  แต่แสวงหาสิ่งที่เหมือนกัน  และแบ่งปันซึ่งกันและกัน
ชีวิตจิตในฐานะการตระหนักที่มีชีวิต
    ชีวิตจิตเกี่ยวข้องกับการประยุกต์ความรู้มาสู่ชีวิตของแต่ละคน  เพระธรรมชาติของมนุษย์เป็นจิต
    ดังนั้น  การปลุกจิตให้ตระหนักจึงเป็นจุดประสงค์หนึ่งที่เรามีร่วมกัน  จุดประสงค์ของชีวิต  คือการนำจิตของพระผู้สร้างเข้ามาในโลก  ให้มนุษย์มีความสัมพันธ์กับพระเจ้า  อาศัยการอธิษฐานภาวนา  และการไตร่ตรองชีวิต  เพื่อเราจะเข้าในพระประสงค์ของพระเจ้า  และเป็นช่องทางแห่งพระพรของพระองค์  ด้วยการบริการช่วยเหลือผู้อื่น
    ดังเช่น  เรื่องลูกล้างผลาญ  (ลูกา  15:11-32)  เราอยู่กับพระเจ้าในตอนแรก  เมื่อเราตัดสินใจและมีประสบการณ์ชีวิตตัดขาดจากพระองค์  การกระทำผิดไปแล้ว และเมื่อไตร่ตรองตระหนักดีแล้ว  ก็จะพบหนทางกลับมาหาพระผู้สร้าง

พระเยซูเสด็จเยี่ยมอีก
    ในประวัติศาสตร์  บางคนถือว่าพระเยซูเป็นบุตรพระเจ้า  นำความรอดมาให้บรรดาคริสตชน  สำหรับผู้ที่มิได้เป็นคริสตชน  อาจคิดว่า  “บรรดาคริสตชนเคยโหดร้ายกับฉัน  ดังนั้น  ฉันไม่สนใจพระเยซู”  บางคนคิดว่าพระเยซูเป็นเพียงศาสดา  หรือครูคนหนึ่งเท่านั้น
    พระเยซูเจ้าตรัสว่า  “เราอยู่ในพระบิดาของเรา  ท่านอยู่ในเรา  และเราอยู่ในท่าน”  (ยอห์น  14:20)  พระองค์แสดงหนทางไปหาพระบิดา  พระองค์ทรงยืนยันในคำอธิษฐานว่า  “เพื่อทุกคนเป็นหนึ่งเดียวกัน  เช่นเดียวกับที่พระองค์ทรงอยู่ในข้าพเจ้า  และข้าพเจ้าอยู่ในพระองค์  เพื่อให้เขาทั้งหลายอยู่ในพระองค์และในข้าพเจ้า  โลกจะได้เชื่อว่าพระองค์ทรงส่งข้าพเจ้ามา  พระสิริรุ่งโรจน์ที่พระองค์ประทานให้ข้าพเจ้านั้น  ข้าพเจ้าได้ให้กับเขา  เพื่อให้เขาเป็นหนึ่งเดียวกัน  เช่นเดียวกับที่พระองค์และข้าพเจ้าเป็นหนึ่งเดียวกัน... โลกจะได้รู้ว่า  พระองค์ทรงส่งข้าพเจ้ามา  และพระองค์ทรงรักเขา  เช่นเดียวกับที่ทรงรักข้าพเจ้า”  (ยอห์น  17:21-23)
    ทุกคนเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวใหญ่  เราทุกคนมีส่วนสัมพันธ์กับพระผู้สร้างสรรพสิ่ง  และกับพระเยซู  หากเรายอมรับทัศนคตินี้  จะปฏิรูปวิธีคิดต่อตนเอง  และการปฏิบัติต่อผู้อื่น





http://www.cmdiocese.org/th/_/cate/171-5minute/515-515


โดย: มิส  สุพัตรา    กิตติธารยังกูร
งาน: งานอภิบาล
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา:

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 2 ครั้ง