[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

สีเพื่องานศิลป์
สีเพื่องานศิลป์


user image

สีเพื่องานศิลป์

อ.อนันต์ ประภาโส

 

สี (color) มีความสำคัญกับงานศิลปะเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากสีมีอิทธิพลต่อสายตา สมอง และอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ เป็นตัวบ่งบอกรสนิยมในการออกแบบ บอกให้รู้สภาพของวัตถุและอื่น ๆ อีกมากมาย

ก่อนที่เราจะใช้สี ควรรู้ถึงคุณสมบัติของสีชนิดต่าง ๆ เสียก่อน เพื่อจะเลือกใช้ให้ถูกต้องเหมาะสม ลักษณะและคุณสมบัติของสีแต่ละชนิด

 

1.สีน้ำ ทุกคนคงรู้จักสีน้ำมานาน  เนื่องจากสีน้ำเป็นสีชนิดแรกที่คุณครูสอนให้เราใช้วาดเขียน ในรูปแบบของสีสายรุ้ง ลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมยาว ภายในบรรจุสีน้ำในหลอดตะกั่วหลอดเล็ก ๆ ประมาณ 12 สี เวลาใช้ก็นำสีมาบีบใส่จานสีรูปดอกไม้ ใส่น้ำลงไป คนให้เข้ากันแล้วนำไประบายบนภาพสีน้ำที่กล่าวถึงนั้นเป็นสีสำหรับเด็กมีลักษณะกึ่งทึบกึ่งใสซึ่งอันที่จริงแล้วมันก็คือสี TEMPERA (สีฝุ่น) บางครั้งก็เรียกว่า ”กว๊อช”

สีน้ำ” หรือ WATER COLOR จะมีลักษณะเนื้อสีบรรจุในหลอดตะกั่วขายแยกเป็นสี ๆ ไปและมีหลากสีหลายเฉดให้เลือกซื้อตามความต้องการ วิธีใช้มักจะบีบใส่จานทีมีพื้นที่สำหรับผสมสีด้วย ใช้น้ำเป็นตัวทำละลายเช่นเดียวกับสีสายรุ้ง แต่ที่แตกต่างกันก็คือเนื้อสีจะใส เมื่อระบายลงในกระดาษ เหมาะที่จะใช้กับงานองค์ประกอบศิลป์ หรืองานออกแบบ-ตกแต่งภายใน รวมทั้งใช้ในการ SKETCH DESIGN หรืองานด้านภาพประกอบ สามารถใช้ร่วมกับสีหมึก สีอะคริลิค สีเมจิกและดินสอสีได้ดี

 

2.สีโปสเตอร์ สีโปสเตอร์ก็เป็นสีที่เรารู้จักกันมานานแล้วเช่นกันเพราะเรามักจะใช้สีชนิดนี้ในการทำงานฝีมือต่าง ๆ แต่ก็มักจะใช้เพียงไม่กี่สี เช่น แดง เหลือง น้ำเงิน ขาวและ ดำ จากนั้นก็นำมาผสมกันเอาเอง ความจริงสีโปสเตอร์มีสีให้เลือกมากมาย แต่ร้านเครื่องเขียนเล็ก ๆ แถวบ้านหรือแถวโรงเรียนมักจะมีขายไม่กี่สีเพราะลูกค้าที่มาซื้อสีเหล่านี้ก็เพียงเพื่อนำไปใช้เล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น จึงขอแนะนำให้นักศึกษาไปซื้อสีเหล่านี้ตามร้านจำหน่ายเครื่องเขียนใหญ่ ๆ ซึ่งจะมีสีสันสวยงามให้เลือกได้ตามต้องการ

สีโปสเตอร์เป็นสีที่มีความทึบคือเมื่อระบายลงไปแล้วจะทึบตันไม่เห็นเนื้อกระดาษ สามารถระบายสีที่สองทับลงไปได้เมื่อสีเดิมแห้งแล้วโดยไม่เห็นสีเดิม เวลาระบายสีที่สองทับลงไปควรระวังอย่าถูพู่กันไปมาบ่อย เพราะน้ำจะไปทำให้สีเดิมละลายขึ้นมาปนกับสีใหม่ได้ ทำให้สีเกิดการผสมกันและอาจทำให้งานเสียหาย การใช้สีโปสเตอร์ในการทำงานอยากจะแนะนำเคล็ดลับให้สักนิดคือ หากเราซื้อสีไว้หลาย ๆ สีจะดีมาก เพราะสามารถเลือกใช้ได้เหมาะสม แต่ถึงอย่างไรสีที่เรามีก็ยังจำกัดอยู่ในเฉด หรือน้ำหนักเดียว ดังนั้นให้นักศึกษาไปหากลักใส่ฟิล์มถารูปชนิดพลาสติกใส (ฟิล์มฟูจิ) มาหลาย ๆ กลัก แล้วนำมาใช้เป็นขวดสี เทสีจากขวดที่เราซื้อมาลงในกลักฟิล์มสีละ 1 ใน 3 โดยใน 1 กลักฟิล์มให้ใช้ 2 สี ใส่น้ำลงไปเล็กน้อยคนให้เข้ากัน จะเกิดสีใหม่ที่สวยงามขึ้นโดยไม่ต้องไปซื้อ หรือแม้แต่สีที่ซื้อมาก็สวยไม่เท่ากับที่เราผสมเอง ทำอย่างนี้หลาย ๆ ขวดโดยสลับสีไปเรื่อย ๆ เราจะได้สีใหม่ ๆ มากมาย เวลาทำงานเราก็ไม่ต้องคอยกังวลเรื่องผสมสีให้เสียเวลา เปิดขวดแล้วเลือกระบายได้เลย หรือบางคนอาจจะใช้ถาดใส่พระเครื่องพลาสติกที่มีช่องหลาย ๆช่องมาเป็นหลุมผสมสีเก็บไว้ก็ได้ เพราะถาดดังกล่าวมีฝาปิดสามารถรักษาความชื้นไม่ให้สีแห้งได้สีโปสเตอร์ เหมาะสำหรับใช้ทำงานองค์ประกอบศิลป์ ออกแบบนิเทศศิลป์ (โปสเตอร์ ปกหนังสือ เขียนตัวหนังสือ ป้ายโฆษณา การ์ตูน) ออกแบบเซรามิคเป็นต้น

 

3.สีหมึก ลักษะของสีหมึกจะเป็นน้ำหมึกสีใส ๆ บรรจุอยู่ในขวดเล็ก ๆ สามารถเปิดใช้ได้ทันที สามารถละลายน้ำให้สีอ่อนหรือบางลงได้ สีหมึกมีลักษณะโปร่งใสเหมือนสีน้ำ เมื่อระบายไปแล้วจะเห็นเนื้อกระดาษอยู่เช่นเดียวกับสีน้ำ สีแต่ละสีสามารถผสมกันได้ ข้อแตกต่างระหว่างสีน้ำกับสีหมึกก็คือ สีน้ำเมื่อระบายแห้งแล้วสามารถละลายได้อีกหากถูกน้ำ ส่วนสีหมึกเมื่อแห้งแล้วจะไม่ละลายน้ำอีก และสีหมึกจะมีความสดใสกว่าสีน้ำแต่ละสีระบายทับกันได้สีหมึกเหมาะที่จะใช้ทำงานออกแบบตกแต่งภายใน ออกแบบผลิตภัณฑ์ องค์ประกอบศิลป์ ข้อแนะนำในการใช้สีหมึกก็คือ สีมีความสดมากทำให้ควบคุมบรรยากาศ และน้ำหนักสีได้ยาก จึงควรฝึกระบายมาก ๆ อย่าเสียดายสี และอีกข้อหนึ่งคือ สีหมึกจะด่างง่ายหากผสมน้ำมากเกินไปอยากแนะนำให้ลองใช้สีน้ำร่วมกับสีหมึกเพราะสีน้ำสามารถผสม หรือแทรกสีอื่นได้ง่าย และมีโอกาสด่าง (ระบายไม่เรียบ) น้อยกว่า อีกทั้งยังควบคุมบรรยากาศได้ง่ายกว่าด้วย ทีสำคัญราคาถูกกว่าสีหมึก หากต้องการประหยัดก็ใช้สีน้ำแทนสีหมึกไปทั้งชุดเลยก็ได้สีหมึกสามารถใช้ร่วมกับสีน้ำ สีเมจิก ได้ดี

 

4.สีเมจิก มาร์คเกอร์  เป็นสีบรรจุในแท่งพลาสติก ไส้สักหลาด บางครั้งก็เรียกว่าปากกาสักหลาด มีทั้งเชื้อน้ำ และเชื้อน้ำมัน เชื้อน้ำสามรถละลายน้ำได้ เชื้อน้ำมันเมื่อแห้งแล้วจะไม่ละลายน้ำอีก มีหลายสีให้เลือกเป็นชุด ๆ ตั้งแต่ชุดละ 12 สี 24 สี 36 สี 48 สี จนถึง 60 สี สีเมจิกหรือมาร์คเกอร์เป็นสีที่ระบายง่ายมากเพราะมีลักษณะคล้ายปากกา มีทั้งแบบปากแหลม และแบบปากตัด ข้อดีของสีชนิดนี้คือระบายง่าย สะดวก ไม่เลอะเทอะ ข้อเสียคือหากใช้ระบายในพื้นที่กว้าง ๆ จะเกิดรอยเป็นเส้น ๆ ทำให้งานไม่สวย อยากแนะนำให้ใช้สีเมจิกเฉพาะในพื้นที่ ๆ ไม่กว้างนักหรือใช้ตัดเส้นจะได้ภาพที่เรียบร้อยสีเมจิกใช้ร่วมกับสีหมึกและสีน้ำได้

 

5.ดินสอสี เด็ก ๆ มักคุ้นเคยกับดินสอสี นักศึกษาที่เรียนสูงขึ้นอาจไม่ได้ใช้ดินสอสีมากนัก อันที่จริงดินสอสีนั้นหากเราใช้เป็นก็สามารถสร้างสรรค์ภาพที่สวยงามได้ ดินสอสีนั้นหากระบายให้เห็นพื้นกระดาษอยู่ภาพจะไม่แน่นแลดูไม่สวยงาม ดังนั้นควรระบายให้สีปิดส่วนที่เป็นกระดาษทั้งหมด และเวลาระบายควรแทรกสีต่าง ๆ ลงไปด้วย อย่าระบายสีเดียวในพื้นที่เดียวกัน อีกทั้งให้สร้างน้ำหนักอ่อนแก่ในภาพด้วยจึงจะดูสวยงามการใช้ดินสอสีอย่างเดียวในการทำงานเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำเพราะใช้เวลามากและควบคุมให้สวยงามได้ยาก ขอแนะนำให้ใช้ร่วมกับสีหมึกหรือสีน้ำ โดยอาจระบายสีหมึกหรือสีน้ำลงไปก่อนจึงค่อยใช้ดินสอสีระบายทับลงไปจะได้ภาพที่สวยงาม มีความแน่น ไม่โหรงเหรง

ดินสอสีมีหลายชนิดให้เลือกใช้ ทั้งชนิดมัน ชนิดด้าน ชนิดละลายน้ำได้ ในที่นี้ขอแนะนำให้ใช้ชนิดด้าน และไส้อ่อน หรือชนิดละลายน้ำได้ เพราะไม่กัดเนื้อกระดาษและง่ายต่อการเกลี่ยสีให้เข้ากัน ทั้งยังใช้ผสมสีต่าง ๆ เข้าด้วยกันได้ง่าย จำนวนสีให้เลือกใช้ก็มีทั้งชุด 12 สี, 24 สี, 36 สี, 48 สี, และ 60 สี

 

6.สีตลับ (สีหลุม, สีถาด) เป็นสีที่สะดวกใช้อีกชนิดหนึ่ง บรรจุในตลับเป็นหลุม ๆ คล้ายแป้งผัดหน้า เวลาใช้ก็นำพู่กันจุ่มน้ำไปถู ๆ ในตลับสี สีก็จะละลายออกมา ลักษณะสีเป็นสีเป็นประเภทเดียวกับสีฝุ่น และสีโปสเตอร์ ข้อดีคือสดวกในการใช้ ข้อเสียคือสีไม่ค่อยสดใส และมีสีให้เลือกใช้น้อย สามารถใช้ร่วมกับสีน้ำ สีโปสเตอร์ได้ดี ขอแนะนำให้ใช้สีชนิดนี้เพื่อตกแต่งภาพจะดีกว่าใช้เป็นสีหลัก หรือใช้ทำสเก็ตซ์งานชิ้นเล็ก ๆ จะเหมาะมาก

 

7.สีอะคริลิค สีอะคริลิคเป็นสีที่เกิดจากการสังเคราะห์ทางเคมีชนิดหนึ่ง หากเรียกว่า  สีอะคริลิค บางคนอาจจะงง หรือไม่รู้จัก แต่ถ้าใช้คำว่า สีพลาสติก ก็จะรู้ทันที เพราะหมายถึงสีทาบ้าน สีอะคริลิคก็คือ สีพลาสติกที่บรรจุในหลอด เพียงแต่คุณภาพดีกว่า สีสดใสกว่า มีความคงทนถาวรกว่าและมีสีให้เลือกหลายเฉด หลายโทนมากกว่า ที่สำคัญ สีอะคริลิคใช้สำหรับระบายภาพผลงานศิลปะโดยเฉพาะ

สีอะคริลิคมีลักษณะกึ่งทึบกึ่งใสละลายด้วยน้ำ เมื่อแห้งแล้วจะไม่หลุด หรือละลายน้ำอีก จะระบายให้บางใสเหมือนสีน้ำหรือระบายให้หนาทึบเหมือนสีโปสเตอร์ก็ได้ สามารถระบายทับกันได้หลายชั้น เหมาะสำหรับงานออกแบบ งานระบายสีทุกชนิด เป็นสีอีกชนิดหนึ่งซึ่งยังไม่เป็นที่รู้จักกันมากนัก แต่ก็เป็นสีที่มีคุณสมบัติกว้างน่าใช้เป็นอย่างยิ่ง แต่หากต้องการที่จะใช้สีชนิดนี้ควรทดลอง และฝึกฝนให้ชำนาญเสียก่อนเช่นเดียวกับสีชนิดอื่น ๆ

การซื้อสีอะคริลิคมาใช้มีทั้งแบบเป็นหลอดแยกสี แบบบรรจุรวมกันเป็นกล่อง และแบบกระปุก แบบหลอดแยกสี และแบบบรรจุรวมกันเป็นกล่องจะมีลักษณะเนื้อสี้เข้มข้น เวลาใช้ต้องนำมาผสมน้ำให้ละลายมากหรือน้อยตามความต้องการของผู้ใช้ ส่วนสีอะคริลิคแบบบรรจุกระปุกเนื้อสีจะมีลักษณะเหลว เหมาะที่จะใช้ระบายแบบเรียบ ๆ  หรือใส ๆ สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มใช้สีอะคริลิค ขอแนะนำให้ซื้อเป็นแบบหลอดเล็กบรรจุรวมกันเป็นกล่อง เพราะราคาถูกกว่าและได้สีแตกต่างกันมากกว่า

 

8.สีสเปรย์ มักบรรจุในกระป๋อง เป็นสีเชื้อน้ำมัน (ทินเนอร์) ใช้ฉีดพ่นลงบนผลงาน สีชนิดนี้จะสดใสเป็นมันแต่มีกลิ่นแรง ไม่นิยมใช้ในการสร้างสรรค์งานศิลปะ แต่สามารถพ่นทับวัสดุต่าง ๆ แล้วนำมาสร้างเป็นผลงานได้

 

9.สีน้ำมัน สีน้ำมันจะบรรจุในหลอด (บางครั้งก็เป็นแท่งใช้ฉีกกระดาษออกแล้วเขียนคล้ายสีเทียน เรียกว่า OIL BAR) ใช้น้ำมันลินสีดและน้ำมันสนเป็นตัวทำละลาย มีกลิ่นแรง และแห้งช้า ไม่นิยมใช้ระบายลงบนกระดาษ แต่จะระบายลงบนผ้าใบขึงตึง (CANVAS) เป็นสีทึบแสงมีเนื้อหยาบเหนียว ระบายทับกันได้ พู่กันที่ใช้ควรเป็นพู่กันขนแข็งสำหรับระบายสีน้ำมันโดยเฉพาะ

 

10.สีเทียน มีลักษณะเป็นแท่งคล้ายเทียนมีสีต่าง ๆ มากมาย ส่วนมากจะเป็นสีสด ๆ เหมาะสำหรับให้เด็กระบาย วิธีระบายสีเทียนให้สวยคือ ระบายให้ปิดพื้นกระดาษให้หมดจะได้ภาพที่แน่น ไม่ดูเบาไร้น้ำหนัก สีเทียนเมื่อระบายลงบนกระดาษแล้วอยู่ใกล้ความร้อน เช่นแสงอาทิตย์จัด ๆ สีอาจละลายได้ และลักษณะสีจะเป็นก้อนนูนขึ้นมาไม่ซึมลงเป็นเนื้อเดียวกับกระดาษ

 

11.สีชอล์ค (PASTEL)มีลักษณะคล้ายชอล์คเขียนกระดานดำ แต่มีสีต่าง ๆ ให้เลือกมากมาย มีทั้งแบบแท่งชอล์คหุ้มด้วยกระดาษ และแบบเป็นแท่งหุ้มด้วยไม้เหมือนดินสอทั่วไป ใช้เขียนลงบนกระดาษซึ่งควรเป็นกระดาษที่มีผิวไม่เรียบเกินไป เพราะสีชนิดนี้จะเกาะอยู่บนผิวกระดาษ และหากไม่ระวังหรือใส่กรอบภาพเขียนไม่ดี สีก็มีโอกาสที่จะร่อนหลุดได้ง่าย

 

12.สีชอล์คน้ำมัน (OIL PASTEL) มีลักษณะเดียวกับสีชอล์คทุกอย่าง แต่มีส่วนผสมของน้ำมันอยู่ในสีด้วย น้ำมันจะเป็นตัวยึดให้สีชอล์คเกาะกันเอง และเกาะกระดาษได้ดี เมื่อระบายเสร็จแล้วจะมีลักษณะคล้ายวาดด้วยสีน้ำมัน เหมาะสำหรับทำงานชิ้นเล็ก ๆ

สีเพื่องานศิลป์


user image

สีเพื่องานศิลป์

อ.อนันต์ ประภาโส

 

สี (color) มีความสำคัญกับงานศิลปะเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากสีมีอิทธิพลต่อสายตา สมอง และอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ เป็นตัวบ่งบอกรสนิยมในการออกแบบ บอกให้รู้สภาพของวัตถุและอื่น ๆ อีกมากมาย

ก่อนที่เราจะใช้สี ควรรู้ถึงคุณสมบัติของสีชนิดต่าง ๆ เสียก่อน เพื่อจะเลือกใช้ให้ถูกต้องเหมาะสม ลักษณะและคุณสมบัติของสีแต่ละชนิด

 

1.สีน้ำ ทุกคนคงรู้จักสีน้ำมานาน  เนื่องจากสีน้ำเป็นสีชนิดแรกที่คุณครูสอนให้เราใช้วาดเขียน ในรูปแบบของสีสายรุ้ง ลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมยาว ภายในบรรจุสีน้ำในหลอดตะกั่วหลอดเล็ก ๆ ประมาณ 12 สี เวลาใช้ก็นำสีมาบีบใส่จานสีรูปดอกไม้ ใส่น้ำลงไป คนให้เข้ากันแล้วนำไประบายบนภาพสีน้ำที่กล่าวถึงนั้นเป็นสีสำหรับเด็กมีลักษณะกึ่งทึบกึ่งใสซึ่งอันที่จริงแล้วมันก็คือสี TEMPERA (สีฝุ่น) บางครั้งก็เรียกว่า ”กว๊อช”

สีน้ำ” หรือ WATER COLOR จะมีลักษณะเนื้อสีบรรจุในหลอดตะกั่วขายแยกเป็นสี ๆ ไปและมีหลากสีหลายเฉดให้เลือกซื้อตามความต้องการ วิธีใช้มักจะบีบใส่จานทีมีพื้นที่สำหรับผสมสีด้วย ใช้น้ำเป็นตัวทำละลายเช่นเดียวกับสีสายรุ้ง แต่ที่แตกต่างกันก็คือเนื้อสีจะใส เมื่อระบายลงในกระดาษ เหมาะที่จะใช้กับงานองค์ประกอบศิลป์ หรืองานออกแบบ-ตกแต่งภายใน รวมทั้งใช้ในการ SKETCH DESIGN หรืองานด้านภาพประกอบ สามารถใช้ร่วมกับสีหมึก สีอะคริลิค สีเมจิกและดินสอสีได้ดี

 

2.สีโปสเตอร์ สีโปสเตอร์ก็เป็นสีที่เรารู้จักกันมานานแล้วเช่นกันเพราะเรามักจะใช้สีชนิดนี้ในการทำงานฝีมือต่าง ๆ แต่ก็มักจะใช้เพียงไม่กี่สี เช่น แดง เหลือง น้ำเงิน ขาวและ ดำ จากนั้นก็นำมาผสมกันเอาเอง ความจริงสีโปสเตอร์มีสีให้เลือกมากมาย แต่ร้านเครื่องเขียนเล็ก ๆ แถวบ้านหรือแถวโรงเรียนมักจะมีขายไม่กี่สีเพราะลูกค้าที่มาซื้อสีเหล่านี้ก็เพียงเพื่อนำไปใช้เล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น จึงขอแนะนำให้นักศึกษาไปซื้อสีเหล่านี้ตามร้านจำหน่ายเครื่องเขียนใหญ่ ๆ ซึ่งจะมีสีสันสวยงามให้เลือกได้ตามต้องการ

สีโปสเตอร์เป็นสีที่มีความทึบคือเมื่อระบายลงไปแล้วจะทึบตันไม่เห็นเนื้อกระดาษ สามารถระบายสีที่สองทับลงไปได้เมื่อสีเดิมแห้งแล้วโดยไม่เห็นสีเดิม เวลาระบายสีที่สองทับลงไปควรระวังอย่าถูพู่กันไปมาบ่อย เพราะน้ำจะไปทำให้สีเดิมละลายขึ้นมาปนกับสีใหม่ได้ ทำให้สีเกิดการผสมกันและอาจทำให้งานเสียหาย การใช้สีโปสเตอร์ในการทำงานอยากจะแนะนำเคล็ดลับให้สักนิดคือ หากเราซื้อสีไว้หลาย ๆ สีจะดีมาก เพราะสามารถเลือกใช้ได้เหมาะสม แต่ถึงอย่างไรสีที่เรามีก็ยังจำกัดอยู่ในเฉด หรือน้ำหนักเดียว ดังนั้นให้นักศึกษาไปหากลักใส่ฟิล์มถารูปชนิดพลาสติกใส (ฟิล์มฟูจิ) มาหลาย ๆ กลัก แล้วนำมาใช้เป็นขวดสี เทสีจากขวดที่เราซื้อมาลงในกลักฟิล์มสีละ 1 ใน 3 โดยใน 1 กลักฟิล์มให้ใช้ 2 สี ใส่น้ำลงไปเล็กน้อยคนให้เข้ากัน จะเกิดสีใหม่ที่สวยงามขึ้นโดยไม่ต้องไปซื้อ หรือแม้แต่สีที่ซื้อมาก็สวยไม่เท่ากับที่เราผสมเอง ทำอย่างนี้หลาย ๆ ขวดโดยสลับสีไปเรื่อย ๆ เราจะได้สีใหม่ ๆ มากมาย เวลาทำงานเราก็ไม่ต้องคอยกังวลเรื่องผสมสีให้เสียเวลา เปิดขวดแล้วเลือกระบายได้เลย หรือบางคนอาจจะใช้ถาดใส่พระเครื่องพลาสติกที่มีช่องหลาย ๆช่องมาเป็นหลุมผสมสีเก็บไว้ก็ได้ เพราะถาดดังกล่าวมีฝาปิดสามารถรักษาความชื้นไม่ให้สีแห้งได้สีโปสเตอร์ เหมาะสำหรับใช้ทำงานองค์ประกอบศิลป์ ออกแบบนิเทศศิลป์ (โปสเตอร์ ปกหนังสือ เขียนตัวหนังสือ ป้ายโฆษณา การ์ตูน) ออกแบบเซรามิคเป็นต้น

 

3.สีหมึก ลักษะของสีหมึกจะเป็นน้ำหมึกสีใส ๆ บรรจุอยู่ในขวดเล็ก ๆ สามารถเปิดใช้ได้ทันที สามารถละลายน้ำให้สีอ่อนหรือบางลงได้ สีหมึกมีลักษณะโปร่งใสเหมือนสีน้ำ เมื่อระบายไปแล้วจะเห็นเนื้อกระดาษอยู่เช่นเดียวกับสีน้ำ สีแต่ละสีสามารถผสมกันได้ ข้อแตกต่างระหว่างสีน้ำกับสีหมึกก็คือ สีน้ำเมื่อระบายแห้งแล้วสามารถละลายได้อีกหากถูกน้ำ ส่วนสีหมึกเมื่อแห้งแล้วจะไม่ละลายน้ำอีก และสีหมึกจะมีความสดใสกว่าสีน้ำแต่ละสีระบายทับกันได้สีหมึกเหมาะที่จะใช้ทำงานออกแบบตกแต่งภายใน ออกแบบผลิตภัณฑ์ องค์ประกอบศิลป์ ข้อแนะนำในการใช้สีหมึกก็คือ สีมีความสดมากทำให้ควบคุมบรรยากาศ และน้ำหนักสีได้ยาก จึงควรฝึกระบายมาก ๆ อย่าเสียดายสี และอีกข้อหนึ่งคือ สีหมึกจะด่างง่ายหากผสมน้ำมากเกินไปอยากแนะนำให้ลองใช้สีน้ำร่วมกับสีหมึกเพราะสีน้ำสามารถผสม หรือแทรกสีอื่นได้ง่าย และมีโอกาสด่าง (ระบายไม่เรียบ) น้อยกว่า อีกทั้งยังควบคุมบรรยากาศได้ง่ายกว่าด้วย ทีสำคัญราคาถูกกว่าสีหมึก หากต้องการประหยัดก็ใช้สีน้ำแทนสีหมึกไปทั้งชุดเลยก็ได้สีหมึกสามารถใช้ร่วมกับสีน้ำ สีเมจิก ได้ดี

 

4.สีเมจิก มาร์คเกอร์  เป็นสีบรรจุในแท่งพลาสติก ไส้สักหลาด บางครั้งก็เรียกว่าปากกาสักหลาด มีทั้งเชื้อน้ำ และเชื้อน้ำมัน เชื้อน้ำสามรถละลายน้ำได้ เชื้อน้ำมันเมื่อแห้งแล้วจะไม่ละลายน้ำอีก มีหลายสีให้เลือกเป็นชุด ๆ ตั้งแต่ชุดละ 12 สี 24 สี 36 สี 48 สี จนถึง 60 สี สีเมจิกหรือมาร์คเกอร์เป็นสีที่ระบายง่ายมากเพราะมีลักษณะคล้ายปากกา มีทั้งแบบปากแหลม และแบบปากตัด ข้อดีของสีชนิดนี้คือระบายง่าย สะดวก ไม่เลอะเทอะ ข้อเสียคือหากใช้ระบายในพื้นที่กว้าง ๆ จะเกิดรอยเป็นเส้น ๆ ทำให้งานไม่สวย อยากแนะนำให้ใช้สีเมจิกเฉพาะในพื้นที่ ๆ ไม่กว้างนักหรือใช้ตัดเส้นจะได้ภาพที่เรียบร้อยสีเมจิกใช้ร่วมกับสีหมึกและสีน้ำได้

 

5.ดินสอสี เด็ก ๆ มักคุ้นเคยกับดินสอสี นักศึกษาที่เรียนสูงขึ้นอาจไม่ได้ใช้ดินสอสีมากนัก อันที่จริงดินสอสีนั้นหากเราใช้เป็นก็สามารถสร้างสรรค์ภาพที่สวยงามได้ ดินสอสีนั้นหากระบายให้เห็นพื้นกระดาษอยู่ภาพจะไม่แน่นแลดูไม่สวยงาม ดังนั้นควรระบายให้สีปิดส่วนที่เป็นกระดาษทั้งหมด และเวลาระบายควรแทรกสีต่าง ๆ ลงไปด้วย อย่าระบายสีเดียวในพื้นที่เดียวกัน อีกทั้งให้สร้างน้ำหนักอ่อนแก่ในภาพด้วยจึงจะดูสวยงามการใช้ดินสอสีอย่างเดียวในการทำงานเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำเพราะใช้เวลามากและควบคุมให้สวยงามได้ยาก ขอแนะนำให้ใช้ร่วมกับสีหมึกหรือสีน้ำ โดยอาจระบายสีหมึกหรือสีน้ำลงไปก่อนจึงค่อยใช้ดินสอสีระบายทับลงไปจะได้ภาพที่สวยงาม มีความแน่น ไม่โหรงเหรง

ดินสอสีมีหลายชนิดให้เลือกใช้ ทั้งชนิดมัน ชนิดด้าน ชนิดละลายน้ำได้ ในที่นี้ขอแนะนำให้ใช้ชนิดด้าน และไส้อ่อน หรือชนิดละลายน้ำได้ เพราะไม่กัดเนื้อกระดาษและง่ายต่อการเกลี่ยสีให้เข้ากัน ทั้งยังใช้ผสมสีต่าง ๆ เข้าด้วยกันได้ง่าย จำนวนสีให้เลือกใช้ก็มีทั้งชุด 12 สี, 24 สี, 36 สี, 48 สี, และ 60 สี

 

6.สีตลับ (สีหลุม, สีถาด) เป็นสีที่สะดวกใช้อีกชนิดหนึ่ง บรรจุในตลับเป็นหลุม ๆ คล้ายแป้งผัดหน้า เวลาใช้ก็นำพู่กันจุ่มน้ำไปถู ๆ ในตลับสี สีก็จะละลายออกมา ลักษณะสีเป็นสีเป็นประเภทเดียวกับสีฝุ่น และสีโปสเตอร์ ข้อดีคือสดวกในการใช้ ข้อเสียคือสีไม่ค่อยสดใส และมีสีให้เลือกใช้น้อย สามารถใช้ร่วมกับสีน้ำ สีโปสเตอร์ได้ดี ขอแนะนำให้ใช้สีชนิดนี้เพื่อตกแต่งภาพจะดีกว่าใช้เป็นสีหลัก หรือใช้ทำสเก็ตซ์งานชิ้นเล็ก ๆ จะเหมาะมาก

 

7.สีอะคริลิค สีอะคริลิคเป็นสีที่เกิดจากการสังเคราะห์ทางเคมีชนิดหนึ่ง หากเรียกว่า  สีอะคริลิค บางคนอาจจะงง หรือไม่รู้จัก แต่ถ้าใช้คำว่า สีพลาสติก ก็จะรู้ทันที เพราะหมายถึงสีทาบ้าน สีอะคริลิคก็คือ สีพลาสติกที่บรรจุในหลอด เพียงแต่คุณภาพดีกว่า สีสดใสกว่า มีความคงทนถาวรกว่าและมีสีให้เลือกหลายเฉด หลายโทนมากกว่า ที่สำคัญ สีอะคริลิคใช้สำหรับระบายภาพผลงานศิลปะโดยเฉพาะ

สีอะคริลิคมีลักษณะกึ่งทึบกึ่งใสละลายด้วยน้ำ เมื่อแห้งแล้วจะไม่หลุด หรือละลายน้ำอีก จะระบายให้บางใสเหมือนสีน้ำหรือระบายให้หนาทึบเหมือนสีโปสเตอร์ก็ได้ สามารถระบายทับกันได้หลายชั้น เหมาะสำหรับงานออกแบบ งานระบายสีทุกชนิด เป็นสีอีกชนิดหนึ่งซึ่งยังไม่เป็นที่รู้จักกันมากนัก แต่ก็เป็นสีที่มีคุณสมบัติกว้างน่าใช้เป็นอย่างยิ่ง แต่หากต้องการที่จะใช้สีชนิดนี้ควรทดลอง และฝึกฝนให้ชำนาญเสียก่อนเช่นเดียวกับสีชนิดอื่น ๆ

การซื้อสีอะคริลิคมาใช้มีทั้งแบบเป็นหลอดแยกสี แบบบรรจุรวมกันเป็นกล่อง และแบบกระปุก แบบหลอดแยกสี และแบบบรรจุรวมกันเป็นกล่องจะมีลักษณะเนื้อสี้เข้มข้น เวลาใช้ต้องนำมาผสมน้ำให้ละลายมากหรือน้อยตามความต้องการของผู้ใช้ ส่วนสีอะคริลิคแบบบรรจุกระปุกเนื้อสีจะมีลักษณะเหลว เหมาะที่จะใช้ระบายแบบเรียบ ๆ  หรือใส ๆ สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มใช้สีอะคริลิค ขอแนะนำให้ซื้อเป็นแบบหลอดเล็กบรรจุรวมกันเป็นกล่อง เพราะราคาถูกกว่าและได้สีแตกต่างกันมากกว่า

 

8.สีสเปรย์ มักบรรจุในกระป๋อง เป็นสีเชื้อน้ำมัน (ทินเนอร์) ใช้ฉีดพ่นลงบนผลงาน สีชนิดนี้จะสดใสเป็นมันแต่มีกลิ่นแรง ไม่นิยมใช้ในการสร้างสรรค์งานศิลปะ แต่สามารถพ่นทับวัสดุต่าง ๆ แล้วนำมาสร้างเป็นผลงานได้

 

9.สีน้ำมัน สีน้ำมันจะบรรจุในหลอด (บางครั้งก็เป็นแท่งใช้ฉีกกระดาษออกแล้วเขียนคล้ายสีเทียน เรียกว่า OIL BAR) ใช้น้ำมันลินสีดและน้ำมันสนเป็นตัวทำละลาย มีกลิ่นแรง และแห้งช้า ไม่นิยมใช้ระบายลงบนกระดาษ แต่จะระบายลงบนผ้าใบขึงตึง (CANVAS) เป็นสีทึบแสงมีเนื้อหยาบเหนียว ระบายทับกันได้ พู่กันที่ใช้ควรเป็นพู่กันขนแข็งสำหรับระบายสีน้ำมันโดยเฉพาะ

 

10.สีเทียน มีลักษณะเป็นแท่งคล้ายเทียนมีสีต่าง ๆ มากมาย ส่วนมากจะเป็นสีสด ๆ เหมาะสำหรับให้เด็กระบาย วิธีระบายสีเทียนให้สวยคือ ระบายให้ปิดพื้นกระดาษให้หมดจะได้ภาพที่แน่น ไม่ดูเบาไร้น้ำหนัก สีเทียนเมื่อระบายลงบนกระดาษแล้วอยู่ใกล้ความร้อน เช่นแสงอาทิตย์จัด ๆ สีอาจละลายได้ และลักษณะสีจะเป็นก้อนนูนขึ้นมาไม่ซึมลงเป็นเนื้อเดียวกับกระดาษ

 

11.สีชอล์ค (PASTEL)มีลักษณะคล้ายชอล์คเขียนกระดานดำ แต่มีสีต่าง ๆ ให้เลือกมากมาย มีทั้งแบบแท่งชอล์คหุ้มด้วยกระดาษ และแบบเป็นแท่งหุ้มด้วยไม้เหมือนดินสอทั่วไป ใช้เขียนลงบนกระดาษซึ่งควรเป็นกระดาษที่มีผิวไม่เรียบเกินไป เพราะสีชนิดนี้จะเกาะอยู่บนผิวกระดาษ และหากไม่ระวังหรือใส่กรอบภาพเขียนไม่ดี สีก็มีโอกาสที่จะร่อนหลุดได้ง่าย

 

12.สีชอล์คน้ำมัน (OIL PASTEL) มีลักษณะเดียวกับสีชอล์คทุกอย่าง แต่มีส่วนผสมของน้ำมันอยู่ในสีด้วย น้ำมันจะเป็นตัวยึดให้สีชอล์คเกาะกันเอง และเกาะกระดาษได้ดี เมื่อระบายเสร็จแล้วจะมีลักษณะคล้ายวาดด้วยสีน้ำมัน เหมาะสำหรับทำงานชิ้นเล็ก ๆ

 








โดย: มิส  ศากุล    ตานะเศรษฐ
งาน: กลุ่มสาระศิลปะ
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: http://www.sipprapa.net/index.php?lay=boardshow&ac=webboard_show&No=1389066

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 2 ครั้ง