[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน

เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (138) 成语故事 (一百三十八)

1SHARE
(ที่มาภาพ : http://image.baidu.com/search)

นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 一暴十寒 Yī pù shí hán (อี พู่ ฉือ หาน ) โดย คำว่า 暴pù (พู่) แปลว่า ตากแดด วางไว้ในที่มีแสงอาทิตย์ 十shí (ฉือ) แปลว่า สิบ 寒hán (หาน) แปลว่า หนาวเย็น วางไว้ในที่มืดแสงไร้แสง เมื่อนำมารวมกันแปลว่า ให้ได้รับแสงอาทิตย์หนึ่งวันแล้วเอาไว้ในที่ไร้แสงสิบวัน จะใช้เปรียบเทียบกับพฤติกรรมของคนที่มักทำอะไรไม่จริงจัง จิตใจโลเลไม่มั่นคง หรือทำอะไรก็ไม่ทำให้ถึงที่สุด ซึ่งน่าจะใกล้เคียงกับภาษิตไทยที่ว่า สามวันดีสี่วันไข้นั่นเอง ดูตัวอย่างจากนิทานสุภาษิตนี้

ในยุคสมัยปลายยุคสมัยรัฐศึก 战国/戰國 Zhàn Guó (จ้านกั๋ว) (475—221 ปีก่อน ค.ศ.) แม้นว่าจะเป็นยุคที่ดูชื่อแล้วน่ากลัว เพราะจะคิดว่าเป็นยุคที่มีแต่ศึกสงคราม แต่ไหนเลยจะคาดคิดได้ว่า ยุคนี้ของจีนกลับเป็นยุคแห่งความเจริญรุ่งเรืองของปรัชญา แนวคิด และศิลปะต่างๆ ในยุคนี้มีหลายสำนักวิชาที่ต่างก็ออกมาเผยแพร่แนวคิดของตนเอง จนก่อให้เกิดการแข่งขันกันทางความคิด หรือที่เรียกว่ายุคร้อยสำนักประชันแข่งขัน 百家争鸣/百家爭鳴 bǎi jiā zhēnɡ mínɡ (ไป่เจียเจิงหมิง) หนึ่งในผู้มีชื่อเสียงก็คือเมิ่งจื่อ 孟子mènɡzǐ ตัวแทนจากสำนักหยู 儒家Rújiā (หรูเจีย) เขาได้ไปช่วยงานบริหารบ้านเมืองแคว้นฉี หลังจากรับใช้เจ้าเมืองฉีได้ปีเศษ ก็พบว่า เจ้าเมืองแคว้นฉีเป็นคนที่ไม่เอาไหนเสียเลย เป็นคนที่จิตใจไม่มั่นคง เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเสมอ และเป็นคนหูเบาเชื่อพวกขุนนางที่ชอบพูดเอาใจ ทำให้เมิ่งจื่อรู้สึกละเหี่ยใจยิ่งนัก จึงเข้าพบเจ้าเมืองฉี และพูดเชิงเหน็บเจ้านายตนเองว่า

อันต้นกล้าไม้ใด ไม่ว่าจะดีจะแข็งแรงสักเพียงใดก็ตาม หากเราให้มันถูกแสงอาทิตย์วันหนึ่ง แล้วไม่เอาไปไว้ในที่ร่มไร้แสงสักสิบวัน กล้าไม้ที่แข็งแรงนี้ก็ยากจะเติบใหญ่ได้ และไม่นานมันก็จะเฉาตายไปเอง แล้วพูดต่อว่า ท่านให้ข้าพเจ้ามาช่วยปรับปรุงระบบบริหารบ้านเมือง ข้าพเจ้านำเสนอให้ท่านอย่างรอบด้าน และท่านเองก็เห็นด้วยเป็นอย่างดี แถมยังได้ประกาศใช้อย่างเป็นทางการแล้ว นี่ไม่ทันถึงปี ท่านก็ไปฟังเหล่าขุนนางจอมสอพลอทั้งหลาย แล้วก็มาเปลี่ยนแปลงยกเลิกเสียกลางคัน เช่นนี้แล้วบ้านเมืองจะเข้มแข็ง และรุ่งเรืองได้อย่างไรกัน พร้อมกับพูดตำหนิ ท่านเป็นเจ้าเมือง แต่กลับไม่ได้ตั้งใจศึกษางานบริหารให้ดี จิตใจก็ไม่มั่นคง ก็เหมือนสุดยอดนักเล่นหมากกระดานแห่งยุค ที่รับลูกศิษย์ไว้สองคน คนหนึ่งตั้งใจร่ำเรียนเคล็ดลับ กลยุทธ์การเดินหมากต่างๆ จากอาจารย์ แต่อีกคนกลับมีจิตใจวอกแวก รอแต่เวลาเลิกเรียน ใจก็ห่วงแต่จะไปไล่ยิ่งนก เมื่อเป็นเช่นนี้ ลูกศิษย์คนที่ตั้งใจเรียนก็เลยกลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าอาจารย์ แต่อีกคนกลับไม่ประสบความสำเร็จใด นี่ไม่ใช่เพราะเขาโง่ หรือฉลาดสู้ศิษย์อีกคนไม่ได้ แต่เป็นเพราะเขาไม่มีความตั้งใจ ไม่มีความเด็ดเดี่ยว สุดท้ายก็เลยเรียนไม่สำเร็จ

แล้วเมิ่งจื่อก็วกกลับมาเรื่องงานแล้วพูดสรุปว่า การบริหารบ้านเมืองก็เป็นเช่นเดียวกัน จะปฏิรูปอย่างไรก็ต้องทำให้มันถึงที่สุด เลือกทำแล้วต้องไม่เลิกเสียกลางคัน

ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้

成语比喻:学习或工作等常常间断,没有恒心。

成語比喻:學習或工作等常常間斷,沒有恒心。

Chénɡyǔ bǐyù:Xuéxí huò ɡōnɡzuò děnɡ chánɡchánɡ jiānduàn, méiyǒu hénɡxīn.

เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่: เสวสี ฮั่ว กงจั้ว เติ่ง ฉางฉาง เจียนต้วน, เหมย์โหย่ว เหิงซิน


 

สุภาษิตเปรียบว่า ไม่มีความเพียรพยายามในการศึกษาเล่าเรียน หรือการทำงาน

ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น

他对于上学很随便,想来上就来,不想来就找借口,他这种一暴十寒的作法,最后能学到什么东西呢?

他對於上學很隨便,想來上就來,不想來就找借口,他這種一暴十寒的作法,最後能學到什麽東西呢?

Tā duìyú shànɡxué hěn suíbiàn, xiǎnɡlái shànɡ jiù lái, bùxiǎnɡ lái jiù zhǎo jièkǒu, tā zhè zhǒnɡ yī pù shí hán de zuòfǎ, zuìhòu nénɡ xué dào shénme dōnɡxī ne?

ทา ตุ้ยหยวี ฉ้างเสว เหิ่น สุยเปี้ยน, เสี่ยงไหล ฉ้าง จิ้ว ไหล, ปู้เสี่ยง ไหล จิ้ว จ่าว เจี้ยโข่ว, ทา เจ้อ โจ่ง อี พู่ ฉือ หาน เตอะ จั้วฝ่า, จุ้ยโห้ว เหนิง เสว เต้า เฉินเมอะ ตงซี เนอะ

เขาไม่ใส่ใจต่อการเรียนของตัวเองมากเลย นึกอยากไปเรียนก็ไป ไม่อยากไปก็หาข้ออ้างต่างๆ นานา พฤติกรรมแบบสามวันดีสี่วันไข้แบบนี้แล้ว สุดท้ายจะเรียนรู้วิชาอะไรติดตัวได้เล่า

ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

 






https://www.matichon.co.th/


โดย: มาสเตอร์  ธนพงศ์    มงคล
งาน:
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: มติชนhttps://www.matichon.co.th/

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 1 ครั้ง