[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

ที่เธอเห็น ค่าฝุ่นมันขึ้นมา

เรื่องโดย ชมนภัส วังอินทร์ team content www.thaihealth.or.th

ข้อมูลบางส่วนจากศูนย์ข้อมูล สสส. หนังสือชีวิตติดฝุ่นอันตราย

ที่เธอเห็น ค่าฝุ่นมันขึ้นมา thaihealth

กลายเป็นปัญหาใหญ่ของคนไทย โดยเฉพาะชาวกรุงที่ต้องประสบกับฝุ่นในตอนนี้ เมื่อฝุ่นละอองเต็มเมืองจนส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน ประชาชนแตกตื่นจนเกิดคำถามที่ยังไม่รู้คำตอบที่แน่ชัดว่าฝุ่นละอองที่เราพูดถึงหรือเห็นตามสื่อนั้นมาจากไหน และฝุ่น PM2.5 หมายถึงอะไร

ปัญหาฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน ที่ยังถกเถียงกันว่าคืออะไรนั้น  คือ ฝุ่นที่มีขนาดละเอียดมาก ขนาดเทียบเท่ากับแบคทีเรีย หรือเล็กเกินกว่าที่ขนจมูกของเราจะกรองได้ ซึ่งฝุ่นละอองระดับนี้ระบบป้องกันในร่างกายไม่สามารถดักจับได้ดีนัก ทำให้มีโอกาสเข้าสู่ร่างกายสูง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคมะเร็งปอด และหากจำเป็นต้องใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อฝุ่นละออง มลภาวะต่างๆ ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ สิ่งที่ถูกต้อง คือ การดูแลตนเอง ซึ่งเป็นสิ่ง สสส.เน้นย้ำเสมอ หากเรามีสุขภาพแข็งแรง อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ก็จะช่วยให้เราห่างไกลจากโรคภัย และเกิดการเจ็บป่วยได้ยากขึ้น

เมื่อเข้าใจค่าฝุ่นที่เกินมาตรฐานแล้ว ยังมีฝุ่นอีกหลายประเภทที่อยู่รอบตัวเรา และต้องทำความรู้จักให้มากขึ้นว่าประเภทของฝุ่นมีอะไรบ้าง  เพราะโดยทั่วไปแล้วฝุ่นละอองในอากาศมีขนาดตั้งแต่ 100 ไมครอนลงมา จะเป็นฝุ่นที่สามารถก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ทั้งในรูปแบบที่เรามองเห็นและมองแทบไม่เห็นอย่างฝุ่นละอองหรือฝุ่นที่มองเห็นเป็นสีดําาอย่างเขม่า หมอกควัน ซึ่งฝุ่นเหล่านี้แยกย่อยออกเป็น 3 ประเภทดังนี้

1.ฝุ่นละอองรวม (Total SuspendedParticulate : TSP) มีอนุภาคขนาดเล็ก เกิดขึ้นตามภายในและนอกอาคาร โดยฝุ่นชนิดนี้ที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง เช่น นําามันเตา ถ่านหิน ฟืน แกลบ จะมีสารพิษที่เป็นอินทรียสาร และอนินทรียสารเป็นส่วนประกอบ

2.ฝุ่นหยาบ (Particutate Matter : PM10) มีอนุภาคขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน เช่น ฝุ่นที่เกิดจากถนนที่ไม่ได้ ลาดยาง หรือโรงงานบดหิน เป็นต้น

3.ฝุ่นละเอียด (Particulate Matter : PM 2.5) มีอนุภาคขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน เกิดจากควันเสียของรถยนต์ โรงไฟฟ้า โรงงานอุตสาหกรรม

ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดฝุ่นหมอกควันนั้นไม่ใช่เรื่องไกลตัว ส่วนใหญ่เกิดจากมนุษย์ทั้งสิ้น หากมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก็จะช่วยลดปัญหามลพิษอากาศได้ อาทิ เลี่ยงการใช้รถยนต์ถ้าไม่จำเป็น งดการเผาขยะมลพิษต่างๆในที่โล่ง ทำความสะอาดบ้านหรือพื้นที่ใช้สอยอยู่เสมอ และประกอบกับสภาพอากาศทุกวันนี้ ทำให้หลายคนต้องเผชิญกับฝุ่นขนาดเล็กที่มองไม่เห็น ต้องออกมาทำงาน ก็ต้องเริ่มสังเกตุอาการว่าตัวเรากำลังแพ้ฝุ่นอยู่หรือไม่ เช่น ระคายเคืองหรือแสบตา ภูมิแพ้หรือแสบจมูก ปวดศรีษะคลื่นใส้และอาเจียน หายใจไม่สะดวกโดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น หอบหืด ผู้สูงอายุหรือเด็กที่ปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจอาจจะมีอาการทรุดหนักได้ อึดอัดแน่นหน้าอก ระคายเคืองผิวหนัง ยหากมีอาการควรพบแพทย์เพื่อรักษาทันที

จากข้อมูลข้างต้นในการลดปัญหาและสังเกตุอาการแพ้ฝุ่นนั้น การดูแลตนเองในชีวิตประจำวันให้ห่างไกลจากฝุ่นก็เป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพโดยตรง เพราะสุดท้ายแล้วหากเราไม่ป้องกันตนเอง ยิ่งนานวันร่างกายก็จะสะสมฝุ่นมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย ก่อให้เกิดโรคร้ายได้ อาทิ โรคหลอดลมอักเสบ โรคปอดแข็งจากภาวะฝุ่นจับปอด (Pneumoconiosis) และฝุ่นละอองอาจซึมเข้าระบบน้ำเหลือง ซึ่งมีผลต่อระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดโรคปอดเรื้อรัง หรือมะเร็งปอดได้

มารู้จัก 8 วิธีง่ายๆ การเอาตัวรอดจากฝุ่นควัน ดังนี้

1.ปิดประตูหน้าต่างไม่ให้ฝุ่นเข้ามาในตัวอาคาร

2.ใช้น้ำเกลือหรือน้ำสะอาดกลั้วคอบ้วนทิ้งวันละ 3-4 ครั้ง (ห้ามกลืน)

3.หลีกเลี่ยงการทําากิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องออกแรงมากๆ โดยเฉพาะการออกกําาลังกายในที่แจ้ง

4.หากต้องออกจากบ้าน ควรสวมหน้ากากอนามัยจะช่วยป้องกันฝุ่นละอองได้

5.ต้องหมั่นเปลี่ยนหน้ากากอนามัยทุกวัน

6.งดสูบบุหรี่

7.ปลูกต้นไม้สูงรอบบ้านจะช่วยกรองอากาศและผลิตออกซิเจนได้

8.หากมีอาการผิดปกติหลังสูดดมฝุ่นหมอกควัน เช่น หายใจไม่ออกหรือระคายเคืองแสบตาควรรีบพบแพทย์

สิ่งที่ต้องย้ำเตือนอยู่เสมอ คือ การรักษาสุขภาพ เพราะว่าการมีสุขภาพที่ดีจะส่งผลไปถึงอนาคต ไม่ต้องตกเป็นภาระของลูกหลาน ไม่ต้องเข้าออกโรงพยาบาลอยู่บ่อยๆ ไม่ต้องเสียเงินไปกับการรักษาโรค ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขโดยห่างไกลโรคภัยร้ายแรงต่างๆ แม้วันนี้ปัญหาฝุ่นจะยังอยู่กับเรา แต่สิ่งที่ทุกคนทำได้ คือ การป้องกันและดูแลตนเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ เท่านี้ก็จะช่วยให้ห่างไกลโรคภัยได้แล้ว






ที่เธอเห็น ค่าฝุ่นมันขึ้นมา


โดย: มิส  อารุณี    ลากตา
งาน: งานพยาบาล
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: http://www.thaihealth.or.th/Content/47009-%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%98%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%87%E0%B8%99%20%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%9D%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2.html

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 3 ครั้ง