[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

ควินัว (Quinoa) คืออะไร ทำไมถึงเป็น Super Food
ควินัว (Quinoa) คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร ทำไมถึงเป็น Super Food
 
ควินัว มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ Chenopodium quinoa Willd เพาะปลูกกันมากในกลุ่มประเทศประชาคมแอนดีส ทางทวีปอเมริการตอนใต้ เช่น โบลิเวีย โคลัมเบีย เอกวาดอร์ และเปรู ในบางประเทศก็เรียกว่า คี้หนั่ว ควินัวเป็นพืชโบราณของชาวอินคาที่ปลูกกันมานานมากกว่า 3-4 พันปีแล้ว โดยชาวอินคานั้นถือว่า ควินัวเป็นซุปเปอร์อาหาร เนื่องจากอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และเป็นพืชที่ให้สารอาหารประเภทโปรตีนสูงกว่าพืชชนิดอื่นๆ 
 
เมล็ดของควินัว มีทั้งแบบสีดำ ขาว และแดง หน้าตาจะคล้ายๆกับเมล็ดธัญพืช แต่ความจริงแล้วควินัวเป็นพืชตระกูลที่ใกล้เคียงกับผักขมหรือผักปวยเล้ง และเป็นอีกหนึ่งในธัญพืชที่เป็นที่นิยมรับประทานกันมากในในต่างประเทศ ซึ่งบางประเทศนั้นนิยมนำควินัวมารับประทานแทนอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรท อย่างเช่น พาสต้า ข้าว หรือขนมปัง นั่นก็เป็นเพราะว่า เมล็ดควินัวนั้นค่อนข้างที่จะมีประโยชน์อย่างมาก เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับเหล่าธัญพืชชนิดอื่นๆ
 
มีงานค้นคว้าวิจัยที่พบว่าในเมล็ดควินัวนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระเป็นจำนวณมาก อีกทั้งยังมีสารสำคัญที่ช่วยต้านการอักเสบและการบาดเจ็บของเซลล์ สารต้านการอักเสบนี่เองที่จะช่วยรักษาและซ่อมแซม ทำให้เซลล์มีการฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากที่ต้องต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ
 
สารอาหารสำคัญในเมล็ดควินัว
โปรตีน ในเมล็ดควินัวนั้น มีโปรตีนในปริมาณที่สูงถึง 16-18 % เป็นพืชที่ให้สารอาหารโปรตีนมากที่สุดเลยก็ว่าได้ โดยมีกรดอะมิโนที่เด่นๆ และมีความสำคัญได้แก่
 
• กรดอะมิโนลิวซีน (Leucine) พบว่ามีมากถึง 4.9% ซึ่งกรดอะมิโนลิวซีนเป็นกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเองไม่ได้ ทำหน้าที่สำคัญที่ช่วยกระตุ้นการสร้างโปรตีนของกล้ามเนื้อ ช่วยให้กล้ามเนื้อกระชับแข็งแรง ช่วยกระตุ้นการหลั่งของ Growth Hormone ที่ทำหน้าที่ย่อยโปรตีนเพื่อเอาไปสร้างเซลล์กล้ามเนื้อ จึงทำให้เซลล์ในส่วนต่างๆ ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว กรดอะมิโนลิวซีนยังช่วยในการทำงานของสมอง มีส่วนช่วยลดน้ำตาลในเลือด ช่วยในการเผาผลาญไขมันของร่างกาย ซึ่งเป็นไขมันที่อยู่ในชั้นที่ลึกและยากต่อการทำให้มีการสลายตัวไปด้วยการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้แล้วยังมีการทดลองที่พบว่ากรดอะมิโนลิวซีนยังช่วยทำให้อิ่มและมีความรู้สึกอยากอาหารน้อยลง โดยมีการฉีดกรดอะมิโนลิวซีนในหนูทดลอง แล้วพบว่าพวกมันมีการกินอาหารที่น้อยลง
 
• กรดอะมิโนไอโซลิวซีน (Isoleucine) พบว่ามีปริมาณมากถึง 6.6% ซึ่งกรดอะมิโนไอโซลิวซีนจะทำงานคู่กับกรดอะมิโนลิวซีน ในการซ่อมแซมกระดูก ผิวหนังและกล้ามเนื้อ รวมถึงช่วยในการควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด 
นอกจากนี้ยังพบว่าในเมล็ดควินัวนั้นยังมีกรดอะมิโนอื่นๆ ซึ่งเป็นกรดอะมิโนชนิดเดียวกันกับที่พบในน้ำนม เมื่อได้รับกรดอะมิโนเหล่านี้เข้าไป ร่างกายของเราก็จะนำไปใช้ในการสร้างโปรตีน เพื่อซ่อมแซมในส่วนที่สึกหรอได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
แร่ธาตุต่างๆ ที่สำคัญ 
• แคลเซียม เป็นแร่ธาตุที่สำคัญที่ช่วยในการเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยป้องกันภาวะการเกิดโรคกระดูกพรุน ในเมล็ดควินัวแห้งเพียง 100 กรัม พบมีแคลเซียมอยู่ในปริมาณที่สูงถึง 148.7 มิลลิกรัมเลยทีเดียว ในขณะที่ข้าวสาลีมีธาตุแคลเซียมอยู่ในปริมาณเพียงแค่ประมาณ 50.3 มิลลิกรัม ส่วนข้าวและขาวโพดมีอยู่ในปริมาณ 6.9 และ 17.1 มิลลิกรัมเท่านั้น
• โพแทสเซี่ยม เป็นแร่ธาตุสำคัญทีช่วยในการทำงานของระบบประสาทและกล้าวเนื้อ ลดความเสี่ยงในการเกิดความดันโลหิต โรคหัวใจและหลอดเลือด ในเมล็ดควินัว 100 กรัมมีโพแทสเซี่ยมมากถึง 926.7 มิลลิกรัม
• แม็กนีเซียม มี 249.6 มิลลิกรัม ต่อเมล็ดควินัว 100 กรัม
• ฟอสฟอรัส มีมากถึง 457 มิลลิกรัม ในเมล็ดควินัว 100 กรัม
• ธาตุเหล็กอยู่ในปริมาณที่สูงเมื่อเทียบกับธัญพืชอื่นๆ ในเมล็ดควินัว 100 กรัมมีธาตุเหล็กมากถึง 13.2 มิลลิกรัม
 
(ที่มา : fao.org)
 
เส้นใยอาหาร (Fiber) 
แม้ว่าเมล็ดควินัวมีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ แต่ก็เล็กแบบซุปเปอร์คอมแพคเพราะว่าอุดมไปด้วยเส้นใยอาหารหรือใยอาหารมากกว่าธัญพืชอื่นๆ ถึงเท่าตัวเลยทีเดียว โดยประกอบไปด้วยเส้นใยที่ละลายน้ำได้ ที่ทำหน้าที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้พุ่งขึ้นสูง ควินัวจึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน เพราะเป็นอาหารที่มีเส้นใยสูง แต่มีค่าดัชนีน้ำตาลที่ค่อนข้างต่ำ นอกจากนี้แล้ว เส้นใยอาหารทั้งแบบละลายน้ำได้และแบบละลายน้ำไม่ได้ ทีมีในปริมาณมากมากถึง 7 เปอร์เซนต์นั้น ยังมีส่วนช่วยในการควบคุมการทำงานของระบบย่อยอาหารและช่วยป้องกันอาการท้องผูกได้อีกด้วย
 
เป็นธัญพืชที่ปราศจากกลูเตน
ในธัญญพืชส่วนมาก ยกอย่างเช่น ข้าวสาลี ข้าวไรซ์ และข้าวบาร์เลย์ จะมีโปรตีนชนิดหนึ่งที่เรียกกันว่า (Gluten) ซึ่งพบว่ามีหลายคนที่มีอาการแพ้โปรตีนชนิดนี้โดยเฉพาะชาวตะวันตก เวลาไปซื้อของในซุปเปอร์มาร์เก็ตจะสังเกตุเห็นว่าบนฉลากอาหารในต่างประเทศหรือในเมนูอาหารส่วนมากจะระบุไว้เลยว่า ปราศจากกลูเตน หรือ Gluten Free เพื่อเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้า ควินัวจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกและเป็นแหล่งพลังงานอย่างดีสำหรับคนที่แพ้กลูเตน
 
คุณค่าทางโภชนาการสูง เป็นสุดยอดอาหาร หรือเป็น super food จริงๆเลยนะคะ นอกจากนี้แล้ว ควินัวยังมีรสชาติที่นุ่มนวล อร่อย และย่อยง่ายอีกด้วย ในปี ค.ศ. 2013 องค์การสหประชาชาติได้ประกาศให้เป็นปีแห่งควินัว
 
วิธีการปรุง 
วิธีปรุงหรือทำเมล็ดควินัวให้สุก ก่อนนำไปทำอาหารต่างนั้นก็ค่อนข้างง่าย มีวิธีการคล้ายๆกับการหุงข้าวในบ้านเรา 
โดยขั้นตอนแรก ล้างควินัวให้สะอาดก่อน จากนั้นก็นำไปหุงโดยเติมน้ำในสัดส่วน 2:1 ใสน้ำ 2 ถ้วยต่อ ควินัว 1 ถ้วย และใช้เวลาในการหุงนานประมาณ 20 นาที สังเกตุเมื่อเมล็ดควินัวสุกแล้ว จะมีลักษณะใสๆ คล้ายกับเม็ดสาคู เพียงเท่านี้เราก็สามารถนำเมล็ดควินัวไปทำอาหารได้สารพัดเมนู ยกตัวอย่างเช่น สลัดทูน่าควินัว ทอดมันผักคีนัว เบอร์เกอร์ควินัว มัฟฟินควินัว หรือข้าวต้มหรือผัดควินัว เป็นต้น 
 
https://maanow.com/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3/17-%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%A7-quinoa-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3.html




เอกสาร : 33415.pdf
https://maanow.com/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3/17-%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%A7-quinoa-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3.html


โดย: มิส  สุทธิพร    ใจกว้าง
งาน: งานธุรการและข้อมูลสารสนเทศฝ่ายธุรการ-การเงิน
อ้างอิงแผนงาน : ดำเนินงานธุรการ ให้บรรลุตามเป้าหมายฝ่าย และจัดทำข้อมูลสารสนเทศของฝ่ายธุรการ-การเงิน ให้เป็นไปตามข้อกำหนดงานสารสนเทศโรงเรียน
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: https://maanow.com/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3/17-%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%A7-quinoa-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3.html

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 4 ครั้ง