[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

3 วิธีใช้เงินโบนัสอย่างไรให้คุ้ม

เมื่อได้เงินโบนัสมา ไม่ควรนำเงินทั้งหมดไปซื้อของที่อยากได้ แต่ควรแบ่งเงินไปชำระหนี้และลงทุนด้วย เพื่อสร้างความสุขให้กับตัวเราในระยะยาว

          "เพิ่งได้เงินโบนัสมา เอาไปช้อปอะไรดีนะ" เชื่อว่าหลายคนคงมีคำถามนี้อยู่ในใจ เพราะเมื่อได้เงินโบนัสมา สิ่งแรกที่เรามักนึกถึงคือ การนำเงินไปจับจ่ายซื้อของ หรือไปท่องเที่ยวในต่างแดน แต่การใช้เงินโบนัสแบบนี้อาจเป็นการซื้อความสุขได้แค่ช่วงสั้น ๆ K-Expert ธนาคารกสิกรไทย จึงมีคำแนะนำการใช้เงินโบนัสให้เกิดประโยชน์สูงสุดมาฝากกัน

 

ซื้ออิสรภาพ 

          สิ่งแรกที่ควรทำเมื่อได้รับเงินโบนัสมาคือ การนำเงินไปชำระหนี้ เมื่อหนี้หมด ก็เปรียบเสมือนเราได้รับอิสรภาพกลับคืนมา โดยเฉพาะหนี้จากบัตรพลาสติกอย่าง "บัตรเครดิต" และ "บัตรกดเงินสด" เพราะมีอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 18-28% ต่อปี ใครที่มีนิสัยชอบชำระเพียงขั้นต่ำ เมื่อได้เงินโบนัสมาแล้ว ก็ควรนำไปปิดหนี้ให้หมดก่อน 

          หนี้ลำดับถัดมาที่เราควรชำระเพิ่มเติมจากเดิมคือ "หนี้สินเชื่อบ้าน" เพราะหนี้ประเภทนี้คิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก ยิ่งเราชำระหนี้มากขึ้น เงินต้นก็จะลดเร็วขึ้น ทำให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลงด้วย 

          ในส่วนของ "หนี้สินเชื่อรถยนต์" เมื่อเปรียบเทียบกับหนี้ประเภทอื่น ยังไม่จำเป็นต้องรีบชำระหรือโปะหนี้มากนัก เพราะหนี้ประเภทนี้คิดดอกเบี้ยแบบคงที่รวมเข้าไปในยอดหนี้ที่ต้องชำระแล้ว การจ่ายหนี้เพิ่มเติมบางส่วนไม่ช่วยลดภาระดอกเบี้ย แต่ถ้ามีเงินก้อนเพียงพอปิดหนี้ที่เหลือทั้งหมด ก็สามารถปิดหนี้ได้ ซึ่งช่วยให้ดอกเบี้ยที่ยังค้างชำระลดลง

 

ซื้อความมั่งคั่งและมั่นคง


          การนำเงินโบนัสไปออมและลงทุนเป็นวิธีที่ช่วยสร้างความมั่งคั่งและมั่นคงในระยะยาว โดยควรมีการออมและลงทุนให้เหมาะกับเป้าหมายและความสามารถในการรับความเสี่ยงของตัวเราด้วย 

          เช่น ตั้งใจเก็บเงินดาวน์บ้านในอีก 2 ปีข้างหน้า ก็ควรออมหรือลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ อย่างเช่น เงินฝาก หรือกองทุนตราสารหนี้ เพราะหากลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงแบบหุ้น มีโอกาสขาดทุน ทำให้มีเงินไม่เพียงพอสำหรับดาวน์บ้านอย่างที่ตั้งใจได้ 

          แต่ถ้าตั้งใจเก็บเงินเพื่อใช้ยามเกษียณ มีระยะเวลาเก็บเงินนาน 10-20 ปีขึ้นไป สามารถลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นจากเงินฝาก อย่างกองทุนผสมที่ลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ หรือกองทุนหุ้น เพราะการออมเงินในเงินฝากเพียงอย่างเดียวเพื่อเป้าหมายเกษียณ ด้วยอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ไม่สูงนักเพียง 1-2% ต่อปี อาจทำให้มีเงินเก็บไม่เพียงพอใช้จ่ายในวัยเกษียณได้ซื้อความมั่งคั่งและมั่นคง 

          การนำเงินโบนัสไปออมและลงทุนเป็นวิธีที่ช่วยสร้างความมั่งคั่งและมั่นคงในระยะยาว โดยควรมีการออมและลงทุนให้เหมาะกับเป้าหมายและความสามารถในการรับความเสี่ยงของตัวเราด้วย 

          เช่น ตั้งใจเก็บเงินดาวน์บ้านในอีก 2 ปีข้างหน้า ก็ควรออมหรือลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ อย่างเช่น เงินฝาก หรือกองทุนตราสารหนี้ เพราะหากลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงแบบหุ้น มีโอกาสขาดทุน ทำให้มีเงินไม่เพียงพอสำหรับดาวน์บ้านอย่างที่ตั้งใจได้ 

          แต่ถ้าตั้งใจเก็บเงินเพื่อใช้ยามเกษียณ มีระยะเวลาเก็บเงินนาน 10-20 ปีขึ้นไป สามารถลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นจากเงินฝาก อย่างกองทุนผสมที่ลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ หรือกองทุนหุ้น เพราะการออมเงินในเงินฝากเพียงอย่างเดียวเพื่อเป้าหมายเกษียณ ด้วยอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ไม่สูงนักเพียง 1-2% ต่อปี อาจทำให้มีเงินเก็บไม่เพียงพอใช้จ่ายในวัยเกษียณได้

 

ซื้อความสุขให้ตัวเอง 

          การให้ของขวัญตัวเองไม่ว่าจะเป็นการซื้อของที่อยากได้ หรือไปเที่ยวในสถานที่ที่อยากไป ช่วยให้เรามีความสุขได้ ถือเป็นการให้รางวัลตัวเองอย่างหนึ่งจากการทำงานหนักมาตลอดทั้งปี แต่ก่อนที่จะให้ของขวัญตัวเองด้วยการซื้อสิ่งของที่อยากได้ อย่าลืมพิจารณาก่อนว่า ของสิ่งนั้นเราจำเป็นต้องซื้อมากน้อยแค่ไหน หรือมีสิ่งของชิ้นอื่นที่ราคาถูกกว่าทดแทนได้หรือไม่ 

          ส่วนใครที่วางแผนจะนำเงินโบนัสไปใช้ในการท่องเที่ยว ก็อย่าลืมเช็คโปรโมชั่นของโรงแรมหรือตั๋วเครื่องบิน เพื่อให้สามารถใช้เงินโบนัสก้อนนี้ได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด

          หวังว่า เทคนิคการใช้เงินโบนัสที่แนะนำข้างต้นจะเป็นประโยชน์กับทุกท่านนะคะ และเมื่อได้วางแผนใช้เงินโบนัสกันแล้ว ก็มุ่งมั่นตั้งใจทำงานกันต่อไป เพื่อโอกาสรับเงินโบนัสก้อนโตในอนาคต





เอกสาร : 30501.docx


โดย: มาสเตอร์  ภานุวัฒน์    ต๊ะลือ
งาน: งานประสานราชการ
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: https://money.kapook.com

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 17 ครั้ง