[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

เช็คด่วน..ลูกคุณฉายแววเป็น เด็กเก่ง หรือไม่?

ลูกเรามีแววเป็น เด็กเก่ง บ้างไหมน้า... พ่อแม่คนไหนสงสัย เรามีวิธีสังเกตพฤติกรรมของลูกน้อย เพื่อที่คุณพ่อกับแม่จะได้ช่วยส่งเสริมและพัฒนาให้ลูกน้อยได้ตรงจุด

วิธีสังเกตว่าลูกเป็น เด็กเก่ง หรือไม่ ถ้าอยากให้ลูกเป็นเด็กเก่งต้องทำยังไง

เด็กเก่ง พ่อแม่หลายๆ คนคงอยากให้ลูกเป็น แต่เด็กจะเก่งหรือไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่าง หนึ่งในนั้นคือ พ่อกับแม่ ถ้าพ่อลูกคอยแอบดูการเล่นหรือพฤติกรรมของน้องก็สามารถพอเดาได้ว่า ลูกน้อยมีความสนใจด้านใด คราวนี้ก็ถึงคราวที่พ่อแม่ต้องผลักดันให้น้องฉายแววเก่งออกมา

ลักษณะของเด็กเก่ง

นพ. อุดม เพชรสังหาร ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาอัจฉริยภาพเด็กและเยาวชน สถาบันครอบครัวรักลูกบอกว่า เด็กไทยจำนวนไม่น้อยท่ฉายแววความเก่งของตัวเองออกมาในด้านต่างๆ ซึ่งพ่อแม่ต้องคอยสังเกตพฤติกรรมของลูกๆ ว่าพวกเขามีลักษณะตามคุณสมบัติของ เด็กเก่ง บ้างหรือป่าว ซึ่งมีคุณสมบัติดังนี้

  • วิ่งเล่นตลอดเวลา มีพลังงานเยอะ
  • อยากรู้อยากเห็น
  • ชอบถามโน่นถามนี่
  • มีสมาธิที่นิ่งกว่าเด็กวัยเดียวกัน
  • มีความสามารถในการคิดแก้ปัญหา
  • มีจินตนาการที่ชัดเจน
  • มีความจำที่ดี
  • ชอบเล่นกับเด็กที่โตกว่า

ปั้นเด็กเก่งให้กลายเป็นอัจริยะ

เมื่อลูกได้ฉายแววเป็นเด็กเก่งแล้ว พ่อแม่ควรให้การสนับสนุนเพื่อพลักดันหรือกระตุ้นให้น้องฉายแววออกมามากที่สุด เพราะไม่แน่ว่าลูกของคุณอาจจะกลายเป็นเด็กอัจฉริยะก็ได้ โดยพ่อแม่ต้องพยายามจัดกิจกรรมและการเล่นให้เหมาะสมกับน้องในแต่ล่ะช่วงวัย อย่าบังคับ หรือคาดหวังมากเกินไป แต่ต้องคอยให้น้องได้ลองทำในสิ่งต่างๆ เพื่อให้เกิดการฝึกฝนและพัฒนาความสามารถพิเศษ  จนชำนาญ  จะได้มากได้น้อยขึ้นอยู่กับอนาคตว่าจะก้าวไปได้ถึงระดับไหน ที่สำคัญพ่อแม่คือต้นทุนที่จะช่วยออกแบบให้ลูกน้อยว่าต้องการให้เขาเติบโตไปทิศทางใด

เด็กเก่งสร้างได้

 

 

 

ถ้าพ่อแม่อยากให้ลูกเป็นเด็กเก่ง ต้องฝึกการเรียนรู้ในระยะเวลา 3 ปีแรก เนื่องจากเซลล์สมองจะมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วตั้งแต่แรกเกิด จนถึงอายุ 3 ขวบ หลังจากนั้นก็จะชะลอลงเรื่อยๆ จนอายุประมาณ 10 ขวบ ก็ถือว่าเติบโตเต็มที่ไม่มีการพัฒนาอีก ดังพ่อแม่ที่มีลูกอยู่ในวัย 7-9 นี้จะเรียกว่าเป็นโค้งสุดท้ายก็ย่อมได้

โดย พญ.จันท์ฑิตา พฤกษานานนท์ หัวหน้าหน่วยพัฒนาการและการเจริญเติบโต ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวว่า เด็กมีไอคิวสูงหรือต่ำหรือเก่ง มีปัจจัยหลักอยู่ 2 ประการ คือทางพันธุกรรม และสภาพแวดล้อมในการเลี้ยงดู ซึ่งผลวิจัยชี้ชัดแล้วว่าการจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการเรียนรู้ของแต่ละช่วงวัย สามารถเพิ่มไอคิวของลูกได้ถึง 20-30 คะแนน กลับกันถ้าพ่อแม่ฉลาด แต่เด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี สมองของเด็กก็จะไม่มีการพัฒนาและมีผลต่อระดับไอคิวได้

 






www.theasianparent.com


โดย: มิส  วาลียา    อินทร์แก้ว
งาน: งานส่งเสริมศักยภาพพิเศษผู้เรียน
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: www.theasianparent.com

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 1

อ่าน 28 ครั้ง