[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

ความเป็นมาของรูปเรขาคณิต

    << Go Back

          จากหลักฐานที่พบบอกเราว่า  เรขาคณิตเกิดขึ้นในอียิปต์โบราณเมื่อประมาณ 1,700 ปีก่อนคริสต์ศักราช  ชาวอียิปต์และชาวบาบิโลนต่างก็สนใจเรขาคณิตในแง่การนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์แก่การดำรงชีวิต  เช่น  การหาพื้นที่  เป็นต้น  จึงทำให้ความรู้เกี่ยวกับเรขาคณิตสมัยอียิปต์และบาบิโลนจำกัดวงแคบ  เป็นความรู้ที่ได้เฉพาะจากการใช้สัญชาตญาณ  การทดลองและการคาดคะเนเท่านั้น

          ต่อมาราว 600 ถึง 200 ปีก่อนคริสต์ศักราช  ชาวกรีกให้ความสนใจเรขาคณิตแตกต่างไปจากชาวอียิปต์และชาวบาบิโลนโดยสิ้นเชิง  ชาวกรีกสนใจศึกษาเรื่องราวและปรากฏการณ์ของธรรมชาติ  นักคณิตศาสตร์ชาวกรีกในขณะเดียวกันก็เป็นนักปรัชญาด้วย  มีความต้องการที่จะค้นหารูปแบบต่าง ๆ ของธรรมชาติ  เพราะเชื่อว่าเรขาคณิตเป็นแกนกลางของรูปแบบของธรรมชาติ  และในฐานะที่เป็นนักปรัชญาด้วย  วิธีการแสวงหาความจริงเหล่านั้นจึงอยู่ในรูปของการใช้เหตุผล

          นักคณิตศาสตร์ชาวกรีกผู้มีชื่อเสียงและมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเรขาคณิตท่านหนึ่งคือ "ยูคลิด (Euclid)"  ท่านได้รวบรวมเขียนตำราคณิตศาสตร์ขั้นต้นขึ้นมา 13 เล่ม  รู้จักกันในชื่อ "เอลเลเมนท์ (Elements)"  ในจำนวนนี้มีถึง 7 เล่มที่ว่าด้วยเรื่องเรขาคณิต  เป็นตำราที่วางพื้นฐานการเรียนเรขาคณิตที่ใช้การพิสูจน์อย่างมีเหตุผลจากสัจพจน์ ( axiom หรือ postulate )

ยุคลิด (Euclid) หรือ ยุคลิดแห่งอเล็กซานเดรีย  นักคณิตศาสตร์ชาวกรีก

ที่มาของภาพ : http://th.wikipedia.org/wiki/ยุคลิด

          เรขาคณิตมีวิวัฒนาการต่อมาเรื่อยๆ  เริ่มจากการกำเนิดของเรขาคณิตโพรเจคทีฟ ( projective geometry )  และเรขาคณิตวิเคราะห์ ( analytic geometry )  จนถึงทุกวันนี้มีเรขาคณิตเกิดขึ้นหลายแขนง  เช่น  โทโพโลยี ( topology )  ซึ่งเป็นเรขาคณิตที่เอื้อให้รูปเรขาคณิตสามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้เมื่อได้รับการกระทำ  เช่น  การบิด  การบีบ  หรือการยืด  ได้มีการจำแนกเรขาคณิตออกเป็น 2 ระบบ  คือ  เรขาคณิตระบบยูคลิด ( Euclidean geometry )  และเรขาคณิตนอกระบบยูคลิด ( non-Euclidean geometry )  เรขาคณิตทั้ง 2 ระบบนี้  เป็นผลงานที่แสดงถึงความพยายามของนักคณิตศาสตร์ที่จะอธิบายเรื่องราวของธรรมชาติ

          ความรู้เกี่ยวกับเรขาคณิต  มีส่วนเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับชีวิตประจำวันของมนุษย์เราอย่างมาก  เราใช้เรขาคณิตในชีวิตจริงเพื่อทำความเข้าใจ  หรืออธิบายสิ่งต่างๆ รอบตัว  เช่น  ใช้เรขาคณิตในการสำรวจพื้นที่  สร้างผังเมือง  สร้างถนนหนทาง  สำรวจโลกและอวกาศ  หรือบางครั้งเราอาจแทนความคิดหรือสิ่งต่างๆ ด้วยรูปเรขาคณิต  เรขาคณิตช่วยพัฒนาทักษะที่สำคัญหลายประการ  เช่น  ทักษะเชิงมิติสัมพันธ์  หรือความรู้สึกเชิงปริภูมิ ( spatial sense )  การคิด  การให้เหตุผล  และการคิดสร้างสรรค์  ซึ่งทักษะเหล่านี้เป็นพื้นฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์เรื่องอื่นๆ  เช่น  จำนวน  การวัด  ตลอดจนเนื้อหาคณิตศาสตร์ขั้นสูงต่อไป  นอกจากนี้เรขาคณิตยังเป็นพื้นฐานในการเชื่อมโยงความรู้ทางคณิตศาสตร์กับความรู้แขนงอื่นๆ อีกด้วย

 

 






http://mcpswis.mcp.ac.th/html_edu/cgi-bin/mcp/main_php/from_news_pic_post.php?time_year=&url_link=3


โดย: มาสเตอร์  สมชาย    พุทธิมา
งาน: กลุ่มสาระคณิตศาสตร์
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: http://mcpswis.mcp.ac.th/html_edu/cgi-bin/mcp/main_php/from_news_pic_post.php?time_year=&url_link=3

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 1 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 34 ครั้ง