[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

ถึงเป็นบุคคลธรรมดาก็ต้องทำ “บัญชีรับ-จ่าย”

 

 

ถึงเป็นบุคคลธรรมดาก็ต้องทำ “บัญชีรับ-จ่าย”

 323
 

 

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราจะเห็นสรรพากรพยายามส่งเสริมให้บุคคลธรรมดาที่มีเงินได้มาตรา 40(5)-(8) จดทะเบียนในรูปนิติบุคคล แต่หลายคนก็เลือกที่จะเสียภาษีในรูปบุคคลธรรมดากันอยู่เช่นเดิม เหตุผลหนึ่งก็คือถ้าทำธุรกิจในรูปนิติบุคคล จะต้องทำบัญชี มีผู้สอบบัญชี ยุ่งยาก มีค่าใช้จ่าย และหากทำในรูปบุคคลธรรมดาแล้วเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาจ่าย ไม่ต้องทำรายงานเงินสดรับจ่าย

 

แต่นั่นเป็นความเข้าใจที่ผิด!! ไม่ว่าเราจะเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาจ่ายหรือหักค่าใช้จ่ายตามจำเป็นและสมควร ก็ต้องทำรายงานเงินสดรับจ่ายหมด เพราะตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้(ฉบับที่ 161) กำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และมีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(5)-(8) จัดทำบัญชี หรือ รายงานแสดงรายได้และรายจ่าย

 

ประเภทเงินได้ตามมาตรา 40(5)-(8) มีอะไรบ้าง ?

มาตรการ 40(5) : รายได้จากการให้เช่า

มาตรการ 40(6) : รายได้จากการทำอาชีพอิสระ

มาตรการ 40(7) : รายได้จากการรับเหมา

มาตรการ 40(8) : รายได้อื่นๆ  ที่ไม่ใช่ 40(1) – 40(7)

ซึ่งผู้มีรายได้เหล่านี้ต้องยื่นเสียภาษีกลางปี

 

บุคคลธรรมดาตามกฎหมายกรมสรรพากร ได้แก่

1.บุคคลธรรมดา

2.ห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล (รวมถึงวิสาหกิจชุมชน ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน .. 2548)

3.ผู้ถึงแก่ความตายระหว่างปีภาษี

4. กองมรดกที่ยังมิได้แบ่ง

 

จะเห็นว่านิติบุคคล เช่น บริษัท ห้างหุ้นส่วนจำกัด ฯลฯ ไม่เกี่ยว เพราะพวกนิติบุคคลต้องทำบัญชี และต้องมีผู้สอบบัญชีตามกฎหมายอยู่แล้ว

 

ประโยชน์ของการทำ “บัญชีรับ – จ่าย” ?

1.ใช้เป็นหลักฐานในการแสดงรายได้ – รายจ่าย เพื่อประกอบการยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

2. ทำให้ทราบถึงสถานะทางการเงินของกิจการ ผลกำไรขาดทุน

3. ใช้วางแผนและควบคุมการบริหารงานภายในของกิจการ

4. ใช้เป็นเอกสารประกอบการยื่นขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้

 

 

แล้วจะทำรายงานเงินสดรับ– จ่าย ยังไงดี ?

กรมสรรพากรกำหนดว่าการจัดทำรายงานเงินสดรับจ่าย จะต้องมีรายการและข้อความอย่างน้อยตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด ซึ่งผู้ประกอบการสามารถเพิ่มช่องรายการให้เหมาะสมกับสภาพของกิจการได้

 

ต้องจัดทำรายงานเงินสดรับจ่าย เป็นภาษาไทย ถ้าทำเป็นภาษาต่างประเทศให้มีภาษาไทยกำกับ

ต้องลงรายการในรายงานเงินสดรับจ่าย ภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันที่มีรายได้หรือรายจ่าย

รายการที่นำมาลงในรายงานเงินสดรับจ่าย

ต้องมีเอกสารประกอบการลงรายงาน เช่น ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี ฯลฯ

การลงรายการรายรับและรายจ่ายให้ลงเป็นยอดรวมของแต่ละวันทำการ โดยมีเอกสารประกอบรายรับและรายจ่ายดังกล่าว หรือสามารถลงรายการรายรับและรายจ่ายโดยลงรายละเอียดรายการของรายรับรายจ่ายที่เกิดขึ้น ก็สามารถทำได้เช่นกัน

รายจ่ายที่นำมาลงในรายงานเงินสดรับจ่าย ต้องเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการ

สำหรับภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายนั้น สามารถนำมาลงเป็นต้นทุนของสินค้าหรือค่าใช้จ่ายได้ทั้งจำนวนเนื่องจากผู้ประกอบการไม่ได้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

หากมีการขายสินค้า/ให้บริการ ซื้อสินค้า และค่าใช้จ่ายอื่น  เป็นเงินเชื่อ ให้บันทึกรายการ ในวันที่ได้รับชำระหรือวันที่จ่ายชำระค่าสินค้า/บริการนั้น โดยอธิบายเพิ่มเติมในช่องหมายเหตุ

ให้สรุปยอดรายรับ และรายจ่าย เป็นรายเดือนเพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

 

ตัวอย่างของรายงานเงินสดรับ – จ่าย จากกรมสรรพากร

 

 

ถ้าหากไม่ทำจะโดนอะไรบ้าง ?

ก็จะโดนสรรพากรปรับไม่เกิน 2,000 บาท ตามมาตรา 35 แห่งประมวลรัษฎากร

 






ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน


โดย: มาสเตอร์  ชินโชติ    สุภารัตน์
งาน: งานบริหารกองทุน
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: https://wealthmeup.com/cashreceiptpay/

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 11 ครั้ง