[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

พระสมณอำนาจของนักบุญเปโตร (เซนต์ปีเตอร์) ผู้เป็นพระสันตะปาปาองค์แรก และของบรรดาพระสันตะปาปาผู้สืบทอดตำแหน่งแทน

Image result for พระสันตะปาปาฟรังซิส

พระสมณอำนาจของนักบุญเปโตร (เซนต์ปีเตอร์) ผู้เป็นพระสันตะปาปาองค์แรก
และของบรรดาพระสันตะปาปาผู้สืบทอดตำแหน่งแทน
ประเภทต่างๆของสมณเอกสารมีดังนี้

 

1 สมณโองการ หรือ สาส์นตราตั้ง (Papal Bull)
2 อัตตาณัติ หรือ พระสมณดำริ(Motu Proprio)
3 สมณธรรมนูญ (Apostolic Constitution)
4 สมณสาส์นเวียน (Encyclical)
5 สมณลิขิต (Apostolic Letter)
6 สมณสาส์นเตือนใจ (Apostolic Exhortation)
7 การประกาศทั่วไป (Common Declaration)
8 การเทศน์สอนพระคัมภีร์(Homily)
9 การเข้าเฝ้าพระสันตะปาปา (Audience)
10 คำปราศรัย (Discourse หรือ Address)
11 สาร (Message)
12 ทูตสวรรค์แจ้งข่าว และ การทักทาย (Angelus and Greeting)
อำนาจการสั่งสอน:
ความหมายพระสมณอำนาจของสมเด็จพระสันตะปาปา

น้ำหนักความสำคัญของอำนาจที่อยู่เบื้องหลังคำสั่งสอนในมิติพระสมณอำนาจของสมเด็จพระสันตะปาปาขึ้นอยู่กับประวัติศาสตร์ด้านความเชื่อของคำสั่งสอนและเจตนารมณ์ของสมเด็จพระสันตะปาปา ทั้งคำปราศรัยและเอกสารต่างๆที่ออกจากพระสันตะปาปาจะแฝงไว้ด้วยคำสอนเฉพาะและอำนาจซึ่งออกมาในรูปแบบต่างๆ คำสั่งสอนบางอย่างจึงเป็นข้อที่ “ต้องเชื่อ” (de fide) ซึ่งคริสตชนคาทอลิกทุกคนมีหน้าที่ต้องน้อมรับเพราะเป็นการเปิดเผยของพระเจ้าผ่านทางผู้มีอำนาจสูงสุดของพระศาสนจักร ผู้สืบทอดตำแหน่งของพระเยซูคริสต์ คำสอนที่ต้องเชื่อเหล่านั้นได้แก่คำสอนที่ได้รับการประกาศอย่างมีอำนาจ(ex-cathedra – จากสมณบัลลังก์) เช่นความเป็นพระเจ้าแท้และมนุษย์แท้ของพระเยซูคริสต์ การปฏิสนธินิรมลของพระนางมารีย์ รวมถึงความเชื่ออื่นๆถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แบบEx-Cathedra (จากบัลลังก์ของบิชอปแห่งกรุงโรม) แต่ว่าเป็นเรื่องของการประกาศที่ถือว่ามิอาจผิดพลั้งได้ เพราะอำนาจการสั่งสอนได้รับการเปิดเผยจากพระเจ้าผ่านทางพระสันตะปาปาที่ทรงสอนในลักษณะเพื่อให้ความเชื่อคงอยู่แบบ “ตลอดไปและทุกหนทุกแห่ง” (semper et ubique)
คำปราศรัยและเอกสารต่างๆของพระสันตะปาปาอาจเป็นคำสอนที่มีลักษณะแบบทั่วไปของพระศาสนจักรซึ่งไม่สามารถที่จะกล่าวได้ว่าเป็นสิ่งที่ต้องบังคับให้ทุกคนต้องเชื่อ ประเด็นนี้หมายถึงความเข้าใจหรือคำอธิบายใหม่ๆซึ่งแสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์การใช้อำนาจในการสั่งสอนของพระสันตะปาปา ซึ่งสามารถอนุมานได้ว่ามีความถูกต้องและมีเหตุผลหนักแน่นจึงสมควรอย่างยิ่งจะได้รับการเคารพและการน้อมรับจากพี่น้องคริสตชนคาทอลิก อาศัยคำสั่งสอนประเภทต่างๆ จำเป็นต้องใช้หลักแห่งความเชื่ออันเป็นหนึ่งเดียวกันของคริสตชนทั่วโลกที่พร้อมใจกันยึดถือสิ่งที่พระเยซูคริสต์ทรงมอบให้กับพระศาสนจักรผ่านทางบรรดาอัครสาวก โดยมีนักบุญเปโตร พระสันตะปาปาองค์แรกและผู้สืบทอดตำแหน่งทุกพระองค์ เกี่ยวกับประเด็นนี้สภาสังคายนาวาติกัน ครั้งที่ 2 ได้สอนในธรรมนูญเกี่ยวกับความเชื่อพระศาสนจักรในธรรมนูญ“Lumen Gentium”ซึ่งได้ยืนยันไว้ชัดเจน
การน้อมรับคำสั่งสอนเหล่านี้ด้วยความเชื่อ และศรัทธา ซึ่งแสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนจากความคิดและอำเภอใจของคริสตชนคาทอลิก ในท่าทีต่ออำนาจการสั่งสอนของพระสันตะปาปาทุกโอกาส แม้ว่าพระองค์จะมิได้สอนอย่างเป็นทางการจากบัลลังก์(ex cathedra) กล่าวคือ ต้องมีการแสดงออกให้เห็นในทำนองที่ว่าตนให้การน้อมรับคำสอนของพระสันตะปาปาด้วยความเคารพ และปฏิบัติตามการตัดสินของพระองค์ด้วยความจริงใจ(Lumen Gentium ข้อ 25)ดังนั้นคำปราศรัยและเอกสารต่างๆจึงถูกจัดไว้เป็นประเภทของอำนาจ ซึ่งมีความหนักหน่วงแห่งความสำคัญมากน้อยไม่เท่ากัน
ต่อไปนี้เป็นการเรียงลำดับเอกสารที่มีน้ำหนักความสำคัญแห่งอำนาจมากที่สุดและลดหลั่นลงไปตามลำดับ ซึ่งชื่อหรือลักษณะของรูปแบบจะถูกเรียกแตกต่างกัน
1. สมณโองการ หรือ สาส์นตราตั้ง (Papal Bull)
หลายครั้งเราได้ยินคำนี้แบบใช้ทับศัพท์ ว่า “Papal Bulla” ซึ่งแปลว่า สมณโองการ เป็น ประเภทเฉพาะของ กฤษฎีกาเฉพาะ หรือ สาส์นตราตั้ง หรือ สมณธรรมนูญ ที่ออกโดยสมเด็จพระสันตะปาปา รูปแบบการเขียนนั้นบ่งบอกถึงความขลังและศักดิ์สิทธิ์ เป็นกฎหมายเขียนด้วยตัวอักษรโรมันสวยและสง่างามปราณีตด้วยลายมือพิเศษบนกระดาษเนื้อดีที่สุด หรือ บนแผ่นหนังสัตว์ เช่น หนังวัว หรือ หนังแกะแน่นอนการเขียนนั้นใช้ภาษาลาติน สมณโองการประเภทนี้จะขึ้นต้นด้วย ชื่อของพระสันตะปาปาเอง และตำแหน่งของพระองค์ เช่น “ฟรานซิสกุส บิชอปผู้รับใช้แห่งผู้รับใช้ทั้งหลายของพระเจ้า”(Franciscus, EpiscopusServusservorum Dei)นอกนั้นการประทับตราก็มีความพิเศษ ซึ่งใช้ตะกั่วนูนเป็นรูปสลักนักบุญเปาโลและเปโตร (เซนต์ปีเตอร์และเซนต์พอล) ในสมัยก่อนถ้าหากเป็นสมณโองการที่สำคัญยิ่งยวด ตราประทับต้องเป็นทองคำแท้ อักษรนูนที่ประทับตรานั้น ต้องมีคำย่อว่าSPA•SPE หรือSPASPE อันบ่งบอกถึงอำนาจแห่งอัครสาวกเปาโลและเปโตร“Sanctus PAulus etSanctus PEtrus”
เนื้อหาสาระของสมณโองการ อาจจะเป็นรูปแบบของสมณกฤษฎีกา(Decretum) หรือคำสั่งพิเศษของสมเด็จพระสันตะปาปา เช่น การออกกฎหมายกฎหมายพิเศษ การแต่งตั้งบิชอป การแบ่งเขตศาสนปกครองแห่งใหม่ (มิสซังใหม่) การแต่งตั้งนักบุญใหม่ การประกาศธรรมนูญเรื่องสำคัญ การเรียกประชุมที่มีนัยสำคัญยิ่งยวด แม้กระทั่งการประกาศขับไล่ผู้ใดออกจากศาสนจักรที่มีความผิดต่อความเชื่อร้ายแรง ที่เราเรียกว่า“excommunications”อย่างไรก็ตามการออกสมณโองการตั้งแต่ คริสตศตวรรษ ที่14 จนถึงปัจจุบันมีลักษณะที่ง่ายขึ้น กล่าวคือ เนื้อหาสาระสั้น ชัดเจน เพื่อแสดงคำสั่งหรือเจตนาของสันตะปาปา ซึ่งลงนามโดยเลขาธิการของรัฐ และประทับตราด้วยคั่งสีแดง ประทับนูนด้วย “แหวนชาวประมง” (Fisherman Ring) หรือแหวนประจำตำแหน่งของพระสันตะปาปา
2. สมณอัตตาณัติ หรือพระสมณดำริ (Motu Proprio)
สมณอัตตาณัติ หรือสมณดำริ เป็นเอกสารที่ออกโดยพระสันตะปาปาซึ่งมาจากความคิดริเริ่มของพระองค์เอง มิใช่เป็นการตอบสนองต่อคำขอร้องหรือเป็นความคิดริเริ่มของผู้อื่น การตัดสินพระทัยเชิงนิตินัยดังกล่าวมีน้ำหนักเต็มบริบูรณ์แห่งพระสมณอำนาจของพระสันตะปาปา อย่างไรก็ตามต้องเป็นเรื่องที่จะต้องไม่ขัดแย้งกับกฎหมายที่มีอยู่แล้ว นอกจากว่าได้รับการยืนยันเป็นพิเศษจากพระสันตะปาปา นี่อาจจัดเป็นเอกสารประเภทใดหรือหมวดใดก็ได้
3. สมณธรรมนูญ (Apostolic Constitution)
ในการสั่งสอนนั้นรวมถึงสมณกรณียกิจที่เป็นทางการต่างๆของพระสันตะปาปาด้วย ไม่ว่าจะเป็นด้านการปกครอง เงื่อนไขการแต่งตั้งเขตศาสนปกครอง (สังฆมณฑล)หรือกฎเกณฑ์การเปลี่ยนสถานภาพเขตศาสนปกครอง (สังฆมณฑล) กฎระเบียบในการเลือกพระสันตะปาปา ฯลฯ
4. จดหมายเวียน หรือ สมณสาส์นเวียน (Encyclical)
นี่เป็นจดหมายหรือสาส์นทั่วไปที่แสดงถึงเจตนารมณ์ของพระสันตะปาปาซึ่งโดยทั่วไปจะเกี่ยวข้องกับข้อความเชื่อหรือหลักศีลธรรม อันจำเป็นและเหมาะสมกับสถานการณ์แห่งยุคนั้นๆ และพระสันตะปาปาจะทรงให้แนวปฏิบัติที่ชัดเจน อาจเป็นจดหมายถึงพระศาสนจักรทั้งมวลหรือเป็นจดหมายถึงพระศาสนจักรเฉพาะแห่ง หรือเขียนถึงชุมชนแห่งใดแห่งหนึ่งก็ได้ สำหรับพระศาสนจักรคาทอลิกในยุคปัจจุบันสมณสาส์นของพระสันตะปาปาเป็นจดหมายชนิดหนึ่งเกี่ยวกับข้อความเชื่อคาทอลิกที่พระสันตะปาปาทรงส่งไปยังบรรดาบิชอป ผู้นำศาสนจักรท้องถิ่น พระอัยกา สมณประมุข และอาร์ชบิชอปซึ่งเป็นหนึ่งเดียวกับสันตะสำนัก เนื้อหาของสมณสาส์นนั้นอาจแตกต่างกันออกไป อาจเกี่ยวข้องโดยตรงกับบรรดาบิชอปในภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง หรืออาจรวมไปถึงผู้คนทั่วไป (ประชากรโลก)สมณสาส์นของพระสันตะปาปาโดยปกติแล้วมักจะออกมาในรูปแบบการอธิบายหลักความเชื่อ หลักจริยธรรม และความจริงซึ่งมาจากการไตร่ตรองส่วนตัวของพระสันตะปาปา เช่น สมณสาส์นเวียน“ขอคำสรรเสริญจงมีแด่พระองค์” (Laudato Si) ลักษณะของจดหมายเวียน หรือ “EncyclicalLetter”จะแตกต่างจากพระบัญชา ที่ต้องได้รับการตอบสนองอย่างเป็นทางการที่เป็นแก่นแห่งความเชื่อหรือแก่นแท้แห่งหลักสัจธรรมทางศาสนา
แม้คำว่า “Encyclical” เริ่มแรกหมายถึงจดหมายเวียน แต่มีความหมายพิเศษมากไปกว่าบริบทหรือธรรมเนียมปฏิบัติของพระศาสนจักรคาทอลิก ในปี ค.ศ. 1740 พระสันตะปาปาเบเนดิกต์ ที่ 14 ได้ลิขิตจดหมายฉบับหนึ่งที่ชื่อว่า “UbiPrimum” ซึ่งทั่วไปแล้วถือกันว่าเป็นสมณสาส์นทั่วไปฉบับแรกที่มีความหมายแบบปัจจุบัน สมณสาส์นที่เรียกว่า Encyclical ดังกล่าวนิยมเขียนเป็นภาษาลาติน ส่วนชื่อนั้นจะใช้คำเริ่มต้นสองสามคำแรกของสมณสาส์นเช่น Lumen Fidei, Laudato Si
5. สมณลิขิต (Apostolic Letter)
ประเภทของเอกสารนี้เป็นจดหมายที่มีน้ำหนักของอำนาจน้อยกว่าสมณสาส์นประเภท“Encyclical”พระสันตะปาปาอาจลิขิตออกมาเกี่ยวกับเรื่องข้อความเชื่อ (เช่นจดหมายของสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 ลิขิตเกี่ยวกับการเริ่มต้นของสหัสวรรษที่สาม) อาจเป็นการประกาศถึงสมณกรณียกิจของพระสันตะปาปาด้วย เช่นประกาศให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นบุคคลที่น่าเคารพซึ่งเป็นขั้นตอนแรกของกระบวนการเพื่อการพิจารณาในการแต่งตั้งบุคคลใดบุคลหนึ่งขึ้นเป็นนักบุญ ผู้ที่มีคุณธรรมสูงขั้นวีรชน หรือประกาศให้วัดใดวัดหนึ่งเพื่อยกระดับฐานะขึ้นเป็นมหาวิหาร
6. สมณสาส์นเตือนใจ (Apostolic Exhortation)
นี่เป็นเอกสารประเภทหนึ่งที่คล้ายกับสมณลิขิตซึ่งสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 ทรงใช้เพื่อเป็นสื่อติดต่อกับพระศาสนจักรเกี่ยวกับคำสรุปหลังจากที่ได้พิจารณาคำแนะนำของสภาบิชอป(Catholic Bishops’ Conference) พระองค์ทรงใช้ลักษณะ “สมณสาส์นเตือนใจ” นี้ในกรณีอื่นๆด้วย เช่น ทรงตักเตือนบรรดานักบวชให้ดำเนินชีวิตตามพระวรสารมากยิ่งขึ้นสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงออกสมณสาส์นเตือนใจ ชื่อ“ความปีติยินดีแห่งพระวรสาร - Evangelii Gaudium” เพื่อปลุกเจตนารมณ์ให้พวกเราเป็นคริสตชนที่ต้องทำการประกาศและเป็นประจักษ์พยานของข่าวดีด้วยความชื่นชมยินดี
7. การประกาศทั่วไป (Common Declaration)
เป็นการประกาศร่วมกันของพระสันตะปาปากับผู้นำของอีกศาสนาหนึ่ง
หรืออีกนิกายหนึ่งเกี่ยวกับความเข้าใจร่วมกันของหลักคำสอนบางประการ เช่น ข้อตกลงความเชื่อและคำสอนระหว่างศาสนจักรคาทอลิกกับนิกายออร์ธอด็อกซ์
8. การเทศน์จากพระคัมภีร์ (Homily)
เป็นบทเทศน์ของพระสันตะปาปาอธิบายและให้แนวปฏิบัติเกี่ยวกับบทอ่านพระคัมภีร์ในพิธีบูชาขอบพระคุณ (มิสซา)
9. การเข้าเฝ้าพระสันตะปาปา (General & Private Audience)
เป็นการเข้าเฝ้าแบบทั่วไป เราเรียกโอกาสที่จะได้ฟังพระสันตะปาปาสอนคำสอนและทักทายจากพระองค์ ปกติการเข้าเฝ้าจัดให้มีทุกวันพุธหากพระสันตะปาปาประทับอยู่ที่กรุงโรมพระองค์จะทรงโปรดให้มีการเข้าเฝ้าซึ่งอาจเป็นห้องโถงเปาโล ที่ 6 หรือที่จัตุรัสเซ็นต์ปีเตอร์ คำปราศรัยตอนเข้าเฝ้านี้มักจะใช้เป็นหัวข้อที่พระสันตะปาปาทรงกล่าวถึงติดต่อกันเป็นเวลานาน ทุกคนที่จะเข้าเฝ้าต้องมีบัตรที่ได้รับอนุญาตเป็นพิเศษ และไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใดๆ ผู้เข้าเฝ้าแบบทั่วไปนี้มักเป็นผู้แสวงบุญจากนานาประเทศที่มากรุงโรม และบรรดาสัตบุรุษในประเทศอิตาลีนั่นเอง พระสันตะปาปาปกติจะจบด้วยการสวด “บทข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย” และอวยพรสัตบุรุษ ซึ่งมีผลถึงการเสกศาสนภัณฑ์ที่ผู้คนนำมาด้วย การอวยพรนี้มีผลถึงบุคคลที่รับฟังจากการออกอากาศทั้งทางวิทยุ และโทรทัศน์ หรือเครื่องมือการสื่อสารต่างๆ
การเข้าเฝ้าเป็นการส่วนตัว พระสันตะปาปายังทรงอนุญาตให้มีการเข้าเฝ้าจากปัจเจกบุคคลและกลุ่มต่างๆซึ่งพระองค์จะปราศรัยถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพวกเขา เช่นจะทรงตรัสเรื่องการแพทย์กับกลุ่มที่เป็นนายแพทย์ ตรัสเกี่ยวกับเหตุการณ์ในโลกกับนักการทูต และตรัสเกี่ยวกับคำสอนของพระศาสนจักรและขั้นตอนการทำงานกับเจ้าหน้าของสันตะสำนักเป็นต้น เช่นผู้แทนคณะภิกษุจากวัดพระเชตุพนฯ และผู้แทนรัฐบาลไทย ได้เข้าเฝ้าเป็นกลุ่มเฉพาะเพื่อถวายพระคัมภีร์พระมาลัย เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ค.ศ. 2018
10. คำปราศรัย (Discourseor Address)
ในบรรยากาศนอกเหนือจากบทเทศน์ในบูชามิสซา หรือในบรรยากาศหรือบริบทนอกเหนือจากการเข้าเฝ้าตามปกติ พระสันตะปาปาอาจกล่าวคำปราศรัยต่อกลุ่มคนที่เพิ่งเดินทางมาถึงหรือที่กำลังจะเดินทางไปที่อื่น เป็นคำปราศรัยก่อนหรือหลังพิธีบูชาขอบพระคุณ (มิสซา) ที่ทรงตรัสในการสวดสายประคำหรือในกรณีที่ไม่ใช่เป็นการเทศน์หรือปาฐกถา หรือการพบปะกับกลุ่มบุคคลที่เข้าเฝ้าเฉพาะ เช่น ผู้นำศาสนาต่างๆ คณาจารย์ กลุ่มผู้รับผิดชอบต่างๆในสังคม
11. สาร (Message)
เป็นสารที่พระสันตะปาปาลิขิตหรือตรัสซึ่งบ่อยครั้งมักจะเป็นการทักทาย หรือการให้โอวาทส่วนพระองค์ต่อปัจเจกบุคคลหรือกลุ่มบุคคล โดยปกติแล้วมักจะสั้นกว่าจดหมายหรือปาฐกถา
12. บททูตสวรรค์แจ้งข่าวและบทราชินีแห่งสวรรค์(Angelusor Regina Caeli)และการทักทาย หรือประกาศสั้นๆจากพระสันตะปาปา
เป็นการสวดบทภาวนาเพื่อรำลึกถึงธรรมล้ำลึกแห่งการประสูติ หรือการกลับคืนพระชนม์ชีพของพระเยซูคริสต์ผ่านทางพระแม่มารีย์ ปกติสวดทุกวันเวลาเช้า เที่ยง เย็น แต่พระสันตะปาปาจะทรงสวดร่วมกับบรรดาผู้ที่จาริกแสวงบุญและมาชุมนุมกัน ณ ลานมหาวิหารนักบุญเปโตร เวลาเที่ยงตรงของทุกวันอาทิตย์ หรือวันสมโภชสำคัญของพระศาสนจักร พระสันตะปาปาจะทรงปรากฎพระองค์เอง ณ พระบัญชร ชั้น 3 ของราชวังแห่งอัครสาวก หลังการสวดสั้นๆ พระสันตะปาปาจะทรงทักทายกลุ่มประเทศต่างๆที่ชุมนุม ณ บริเวณลานนั้น ถ้ามีเรื่องสำคัญๆพระสันตะปาปาจะทรงประกาศให้ทราบ เช่นถ้าเกิดเหตุภัยประเภทต่างๆพระองค์จะทรงขอร้องผู้เกี่ยวข้องให้ช่วยจัดการทันที หรือแม้แต่การประกาศชื่อพระคาร์ดินัลใหม่ ฯลฯ






ความรู้เกี่ยวกับคาทอลิก


โดย: มาสเตอร์  ณธภัท    ภูษิมงคลกุล
งาน: งานอภิบาล
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: วิษณุ ธัญญอนันต์ - สรุปนำเสนอเพื่อเป็นความรู้ทั่วไป

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 1

อ่าน 8 ครั้ง