[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

เทรนด์อาหารเทรนด์สุขภาพยุคNew Normal

เทรนด์อาหารเทรนด์สุขภาพยุคNew Normal

เทรนด์อาหารเทรนด์สุขภาพยุคNew Normal
4 ธันวาคม 2563
 322

ทุกคนต่างทราบดีว่าการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ต้องเป็นไปตามหลักโภชนาการมากกว่าหลักตามใจปาก และด้วยอาหารที่มีอยู่มากมาย บวกกับกระแสรักสุขภาพในกลุ่มผู้บริโภคทั่วโลก ทำให้มีเทรนด์การดูแลสุขภาพด้วยอาหารเกิดขึ้นมากมาย 

จากการประมาณการของบริษัทยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทยจำกัด ระบุว่า มูลค่าการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในปี 2563 ขยายตัวเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท จากปี 2562 ที่มูลค่าประมาณ 88,731 ล้านบาท หรือมีอัตราการขยายตัว 2.4% เมื่อเทียบจากปี 2561ที่มีมูลค่าประมาณ 86,648 ล้านบาท โดยปี 2563 กลุ่มชาติอาเซียนจะเน้นไปในเรื่องสุขภาพและโปรตีนทดแทนเป็นหลัก

เมื่อเทรนด์การดูแลสุขภาพด้วยอาหารมีแนวโน้มได้รับความนิยมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อาหารกลุ่มปราศจากสารปรุงแต่งสารกันบูด น้ำตาล น้ำมันปาล์ม ไม่แต่งสี และมีไขมันต่ำ หรืออาหารผลิตภัณฑ์ซูเปอร์ฟู้ด (Superfood) อาหารโปรตีนทางเลือก ฯลฯ ล้วนเป็นทางเลือกให้แก่ผู้บริโภค

160699890471

พิมพ์นภาณัท ศรีดอนไผ่” นักปฎิบัติการวิจัยสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) กล่าวว่า แนวโน้มการดูแลสุขภาพของผู้คนในปัจจุบัน ต้องยอมรับว่าส่วนใหญ่เกิดจากการเข้าถึงข้อมูล แหล่งข้อมูลที่มีอยู่หลากหลาย ซึ่งทำให้ผู้คนสามารถเลือกได้ว่าตัวเองจะใช้รูปแบบการดูแลสุขภาพแบบใด โดยตอนนี้เทรนด์สุขภาพส่วนใหญ่ และคาดว่าอนาคตจะได้รับความนิยมมากขึ้น จะเน้นการป้องกันมากกว่าการรักษา เช่น เลือกรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหาร และสนใจการดูแลสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ รวมถึงเทรนด์ที่สามารถดูแลสุขภาพครอบคลุมทุกเรื่องทั้งน้ำหนัก ผิว ไขมันในท้อง เป็นต้น

การเลือกรับประทานอาหารตามโภชนาการนั้น แต่ละช่วงวัยแตกต่างกัน โดยวัยเด็กต้องการเแหล่งอาหารที่เสริมสร้างสมองและร่างกายให้แข็งแรง ส่วนวัยทำงานเป็น วัยที่ต้องใช้แรงและสมอง อาหารจึงต้องเน้นข้าว ปลา ไข่ผักผลไม้ และต้องหลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง หวานจัด เค็มจัด เช่นเดียวกับผู้สูงอายุ ที่นอกจากหลีกเลี่ยงของมัน ของหวาน เค็มแล้ว ต้องเลือกรับประทานอาหารที่ย่อยง่ายร่วมด้วย” พิมพ์นภาณัท กล่าว

หลักในการดูแลสุขภาพด้วยอาหาร สามารถปฎิบัติการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี ตามหลักสำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้แก่ กินอาหารให้ครบ 6 กลุ่มแต่ละกลุ่มให้หลากหลายในปริมาณที่แนะนำตามธงโภชนาการ และหมั่นดูแลน้ำหนักตัวและรอบเอว กินข้าวเป็นหลัก เน้นข้าวกล้อง ข้าวขัดสีน้อยสลับกับอาหารประเภทแป้งเป็นบางมื้อ กินปลา ไข่ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ถั่วเมล็ดแห้งและผลิตภัณฑ์เป็นประจำกินผักให้มาก กินผลไม้ประจำและหลากหลายสี หลีกเลี่ยงผลไม้รสหวานจัด ดื่มนมรสจืด และกินอาหารที่เป็นแหล่งแคลเซียมอื่นๆ

หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง หวานจัด เค็มจัด ให้ใช้เครื่องปรุงรสเค็มเสริมไอโอดีน กินอาหารที่สะอาด ปลอดภัยและปรุงสุกใหม่ๆไม่กินอาหารสุกๆ ดิบๆ ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มรสหวาน ชา กาแฟ และน้ำอัดลม รวมถึงงดหรือหลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

160699866116

 “พิมพ์นภาณัท กล่าวต่อว่าประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ ดังนั้นการรับประทานอาหารให้ห่างไกลโรค โดยเฉพาะโรคเบาหวาน โรคความดัน โรคหัวใจ ก็ปฎิบัติการกินเช่นเดียวกันหลักของกรมอนามัย

โดยอันดับแรก ในการเลือกรับประทานอาหาร ควรจะรู้ว่าตัวเองมีสุขภาพ มีโรคประจำตัวอะไร แต่ละวันมีกิจกรรมอะไรบ้าง ออกกำลังกายมากน้อยขนาดไหน รูปแบบการกินอาหาร เพื่อเลือกอาหารให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย และเมื่อรู้ต้องค่อยๆ ปรับให้สอดคล้องการใช้ชีวิต อาหารการกินให้เหมาะสมกับกิจกรรมต่างๆของตนเอง

 “การเลือกข้อมูลในการดูแลสุขภาพของตนเอง ซึ่งตอนนี้มีเพจและแหล่งข้อมูลมากมาย อยากฝากให้เลือกดูตามเพจหรือแหล่งข้อมูลทางวิชาการจากสถาบันโภชนาการ หรือสมาคม โรงพยาบาลต่างๆ รวมถึงขอให้ไปสอบถามจากนักโภชนาการ หรือนักกำหนดอาหาร ตามหน่วยงานที่ได้มาตรฐาน และมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพราะการเลือกรับประทานอาหาร ถ้าเลือกดีก็จะมีผลต่อสุขภาพที่ดีของตนเอง แต่ถ้าเลือกรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสมก็






https://www.bangkokbiznews.com


โดย:
งาน: กลุ่มสาระสุขศึกษาและพลศึกษา
อ้างอิงแผนงาน : บริหารจัดการและกำกับติดตามจัดการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ให้บรรลุเป้าหมายที่ฝ่ายวิชาการกำหนด
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: https://www.bangkokbiznews.com

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 0 ครั้ง